วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทรัมป์ ดูเตอร์เต

(ทรัมป์-ดูเตอร์เต)

3-13 พ.ย.60 พวกผมต้องผลัดกันดูไลฟ์การเดินทางเยือนเอเชียของประธานาธิบดีทรัมป์ ตั้งแต่ที่ฮาวาย มาจนถึงญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เวียดนาม และฟิลิปปินส์

ที่อยากเห็นมากก็คือ ตอนที่ทรัมป์และดูเตอร์เตของฟิลิปปินส์เจอกัน เพราะดูเตอร์เตเคยด่าสหรัฐฯ เอาไว้มาก เคยบอกว่าสหรัฐฯ ปฏิบัติต่อฟิลิปปินส์เหมือนฟิลิปปินส์เป็นหมาเชื่อง ที่ต้องทำตามคำสั่งของเจ้านายสหรัฐฯ สมัยโอบามานี่ดูเตอร์เตซัดสหรัฐฯ ไม่เลี้ยง แกโกรธที่โอบามาวิจารณ์นโยบายปราบปรามยาเสพติด ดูเตอร์เตขู่ว่า ฟิลิปปินส์พร้อมที่จะตัดความสัมพันธ์ที่มีมานานกว่า 70 ปีกับสหรัฐฯ

ดูเตอร์เตทำตามที่พูดด้วยการเอาฟิลิปปินส์ไปคบค้าสมาคมใกล้ชิดกับจีนและรัสเซีย ผมว่าคนที่เก่งก็คือทรัมป์ หลังจากฟิลิปปินส์ จีน และรัสเซีย กลายเป็นคอหอยลูกกระเดือกกัน เมื่อพฤษภาคม 2560 ทรัมป์ก็ตัดสินใจโทรศัพท์ไปหาดูเตอร์เต และ ‘ชม’ การแก้ไขปัญหายาเสพติด บอกว่า เฮ้ย ดูเตอร์เต ท่านแก้ปัญหาได้ยอดเยี่ยม ข้าพเจ้าขอชม

ทรัมป์และดูเตอร์เตออกมาบอกกับสาธารณชนว่าคุยอะไรกันบ้าง เท่านั้นเองครับ อกของสมาชิกกลุ่มสิทธิมนุษยชนจะแตกตายให้ได้ เพราะการฆ่าคนตายไปหลายพันด้วยการโยนข้อหายาเสพติดตามนโยบายของดูเตอร์เตนั้น พวกสิทธิมนุษยชนบอกว่าไม่ถูกต้อง ต้องแก้โดยกระบวนการยุติธรรม ให้ตำรวจจับแล้วก็เอาไปขึ้นศาล แต่ทรัมป์ไม่สนใจ พวกเอ็งจะด่ายังไงก็เชิญ ข้าขอเพียงให้ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับฟิลิปปินส์กลับมาคืนดีกันก็พอ

ปัญหาใหญ่ที่หนักใจของทรัมป์ก็คือ เกาหลีเหนือ ประเทศที่ได้รับจรวดลำแรกจากโซเวียตเมื่อ พ.ศ.2512 ลำที่สองได้จากอียิปต์เมื่อ พ.ศ.2519 พอถึง พ.ศ.2527 ก็เริ่มสร้างจรวดพิสัยกลางได้ เวลาหมุนเวียนเปลี่ยนไปกระทั่ง พ.ศ.2545 เกาหลีเหนือก็ออกมายอมรับว่า ตนมีโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์อย่างลับๆ เอ้อ แต่ว่า อ้า จะให้เราหยุดพัฒนาก็ได้นะ ถ้าพวกท่านมหาอำนาจทั้งหลายมีความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจมาให้

ประกาศเสร็จเกาหลีเหนือก็ใช้จรวดไล่ยิงเรือญี่ปุ่น จากนั้นก็ถอนชื่อตัวเองจากสนธิสัญญา ไม่แพร่ขยายนิวเคลียร์ และก็โดนคณะมนตรีความมั่นคงของยูเอ็นลงมติคว่ำบาตร เพื่อสกัดกั้นการพัฒนาและการขยายเทคโนโลยีขีปนาวุธพิสัยใกล้และไกล

แต่เกาหลีเหนือไม่กลัว พ.ศ.2556 ผมตาม ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย ไปเยือนเกาหลีเหนือตามคำเชิญของพรรคแรงงานแห่งเกาหลี ได้พบปะสนทนากับประธานสภาประชาชนสูงสุดของเกาหลีเหนือ ซึ่งใน พ.ศ.2556 ที่เดินทางไป เกาหลีเหนือมีมติให้ขยายโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์เพื่อป้องกันการรุกรานของศัตรู

เกาหลีเหนือบอกกับอาจารย์นิติภูมิธณัฐว่า พวกเราไม่กลัว จากนั้นก็พาพวกเราไปดูแปลงเกษตร ฟาร์มเลี้ยงสัตว์และโรงงานผลิตอาหาร พร้อมทั้งบอกว่า เพราะผลิตอาหารได้พอกิน เราจึงไม่กลัวการคว่ำบาตร แต่พวกที่ต้องกลัวเราก็คือ สหรัฐฯ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้

ทรัมป์รู้อยู่แก่ใจว่ารัฐฮาวายหรือแม้แต่แผ่นดินใหญ่ของสหรัฐฯ หลายแห่ง ไม่พ้นรัศมีจรวดพิสัยไกลที่มีหัวรบนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ที่ผ่านมา ทรัมป์และประธานาธิบดีสหรัฐฯคนก่อนๆ หวังพึ่งจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ให้ช่วยเจรจา แต่การเจรจาไม่ได้ผล

เสาร์มะรืนนี้ที่จะไปฟิลิปปินส์ ถ้าทรัมป์คุยกับดูเตอร์เตรู้เรื่อง ทรัมป์อาจจะได้เพื่อนที่ฝีมือดีฝีปากกล้ามาช่วยแก้ปัญหานิวเคลียร์กับเกาหลีเหนือก็ได้

ดูเตอร์เตเองก็ดูเหมือนว่าจะรู้ปัญหาหนักอกของสหรัฐฯ เพราะระยะหลังแกออกมาพูดประเด็นคาบสมุทรเกาหลีอยู่เหมือนกัน ดูเตอร์เตบอกว่า จะเป็นเรื่องดีหากสหรัฐฯ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และนายคิม จอง อึน เจรจากัน และ (พวกท่านทั้งสามประเทศ) ก็ต้องช่วยกันบอกกับนายคิมว่า ไม่มีใครคิดทำลายเกาหลีเหนือดอก และ (ต้องบอกยืนยันว่า) จะไม่มีสงครามเกิดขึ้น หากนายคิม จอง อึน ยอมยุติการทดสอบขีปนาวุธและเลิกข่มขู่นานาประเทศ

ดูเตอร์เตแนะนำสหรัฐฯ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และประเทศอื่นๆ ว่า พวกท่านต้องยืนยันกับเกาหลีเหนือว่าจะไม่มีการข่มขู่ หรือโจมตีใดๆทั้งสิ้น และต้องให้ความมั่นใจแก่นายคิม จอง อึน ว่าไม่มีประเทศไหนที่มีแผนจะกำจัดแก

สิ่งที่ดูเตอร์เตพูดดูง่ายๆ แต่ฟังแล้วดูดีกว่าสารพัดอภิพญามหาแผนการของสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เยอะเลยครับ.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com