วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ประจิน' เยือนจีน ร่วมสัมมนายุทธศาสตร์ 'หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง'

"ประจิน" พร้อม วช. เยือนจีน ร่วมสัมมนายุทธศาสตร์ไทย – จีน ครั้งที่ 6 "หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง" และ "ประเทศไทย 4.0" สู่ความมั่นคง มั่งคั่งร่วม จากหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ความร่วมมือกันในมิติต่างๆ...

เมื่อวันที่ 8 พ.ย.60 ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้ร่วมกับ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (Huaqiao University, HQU) สถาบัน China Society for Southeast Asian Studies (CSSAS) และสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย – จีน จัดการสัมมนายุทธศาสตร์ ไทย - จีน ครั้งที่ 6 "หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง" และ "ประเทศไทย 4.0": สู่ความมั่นคง มั่งคั่งร่วม ระหว่างวันที่ 7 - 11 พ.ย.60 ณ เมืองเซี่ยเหมิน มณฑลฝูเจี้ยน สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน (ฝ่ายไทย) กล่าวเปิดงาน ร่วมกับ นายสวี่ โย่วเซิง (Mr. Xu Yousheng) รมช.ทบวงกิจการชาวจีนโพ้นทะเลปักกิ่ง

โดยประเทศไทย และ จีน ได้พัฒนาความสัมพันธ์ไปสู่ระดับของการเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ มีความร่วมมือกันในมิติต่างๆ นอกจากนี้ความร่วมมือดังกล่าวยังนำไปสู่นโยบาย หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง ที่ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้ให้ความสำคัญซึ่งสอดคล้องกับนโยบายและยุทธศาสตร์ของไทยด้านการเชื่อมโยงภูมิภาค ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความสำคัญเชิงภูมิรัฐศาสตร์และเป็นศูนย์กลางที่สำคัญสำหรับการพัฒนาภูมิภาค

โดยการสัมมนายุทธศาสตร์ไทย – จีน ได้เริ่มมาตั้งแต่ปี 2555 เพื่อเป็นเวทีให้นักวิชาการไทยและนักวิชาการจีน ได้มีโอกาสมาพบปะแลกเปลี่ยนผลงานทางวิชาการระหว่างกัน และนำผลการศึกษามาประมวลจัดทำเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายในการจัดทำยุทธศาสตร์ ไทย – จีน โดย วช. ได้ร่วมมือกับหน่วยงานหลักของจีน คือ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน สลับกันเป็นเจ้าภาพ และสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย – จีน ให้การสนับสนุนในการจัดกิจกรรม

พล.อ.อ.ประจิน กล่าวในพิธีเปิดการสัมมนาสรุปได้ว่า จากการเชื่อมโยงโครงข่ายในเส้นทางสายไหมทางทะเลของจีนเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์เชิงรุกในกรอบ one belt one road ที่รัฐบาลจีนได้ริเริ่มขึ้นเพื่อขยายความร่วมมือกับประเทศต่างๆ ของจีนในเวทีโลก จึงกล่าวได้ว่ายุทธศาสตร์เส้นทางสายไหมทางทะเลของประเทศจีนเป็นยุทธศาสตร์ที่เอื้อประโยชน์ต่อประเทศไทยโดยเฉพาะด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของไทย การดึงการลงทุนและถ่ายทอดเทคโนโลยีจากจีน นอกจากนี้ประเทศไทยยังมีปัจจัยเอื้อให้มีบทบาทเป็นผู้ประสานงานอาเซียนกับประเทศจีน จึงเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์และความเชื่อมโยงโครงการต่างๆ ระหว่างประเทศจีนและอาเซียน ให้แน่นแฟ้นมากขึ้น และจากการที่ปัจจุบันประเทศไทยได้กำหนดนโยบาย Thailand 4.0 เป็นกรอบในการพัฒนาประเทศเพื่อก้าวไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม จากการผลิตสินค้าไปสู่เชิง "นวัตกรรม" รวมทั้งเปลี่ยนจากการขับเคลื่อนประเทศด้วยภาคอุตสาหกรรมไปสู่การขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม และเน้นภาคบริการให้มากขึ้น ซึ่งกรอบแนวคิดดังกล่าวจะเป็นการพัฒนาทุกระดับของประเทศและจะเชื่อมโยงสู่ระดับภายในประเทศและระดับภูมิภาคให้เชื่อมโยงอาเซียนและประเทศจีนต่อไป โดยคาดหวังว่าการสัมมนาในครั้งนี้จะเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และประสบการณ์ทางการวิจัยระหว่างกันทั้งสองประเทศ

สำหรับในปี 2560 นี้ ฝ่ายจีนได้เป็นเจ้าภาพจัดประชุมฯ ณ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยการสัมมนาประกอบด้วยการบรรยายและการนำเสนอผลงานวิจัย ภายใต้หัวข้อย่อย ได้แก่ 1. ความร่วมมือทางการทูต ความมั่นคง และการป้องกัน 2. การลงทุน การค้า การเงิน และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ 3. การท่องเที่ยว วัฒนธรรม และการศึกษา 4. การคมนาคม พลังงาน เกษตรกรรม และความร่วมมือทางเทคโนโลยี 5. สถานการณ์เศรษฐกิจมหภาคของประเทศไทยและอุตสาหกรรมหลัก 6. ชาวจีนโพ้นทะเลในความสัมพันธ์จีน-ไทย

นอกจากนี้ ยังได้มีการประชุม เพื่อหารือและเจรจาความร่วมมือกับฝ่ายจีนในเรื่องต่างๆ ดังนี้ 1. การศึกษาเพื่อหากลไกที่เกี่ยวข้องกับการเชื่อมโยง ระหว่างโครงการความริเริ่ม หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง (One Belt One Road – OBOR) ของจีนกับเขตระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor - EEC) ของไทย รวมทั้งช่องทางการสื่อสารระหว่างรัฐต่อรัฐ รัฐต่อภาคธุรกิจและภาคประชาสังคม 2. การร่วมก่อตั้งสถาบันวิจัยหรือสถาบันอุดมศึกษา ในพื้นที่ EEC เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการพัฒนาโครงการ OBCR และ EEC 3. พิจารณากิจกรรมภายใต้กรอบข้อตกลงความร่วมมือสำหรับศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์ไทย – จีน สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ กับ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน 4. การศึกษาร่วมกันในด้านต่างๆ อาทิ การพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเล การจัดการชุมชนเมือง (Urban Study) และการบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการ

ทั้งนี้ ในการสัมนาครั้งนี้ คาดว่าจะก่อให้เกิดความรู้และความเข้าใจ เกี่ยวกับสถานะและบทบาทระหว่าง จีนกับไทย ในการดำเนินการต่างๆ อย่างบูรณาการไปในทิศทางเดียวกัน ตลอดจนเพื่อกำหนดเป็นนโยบายและยุทธศาสตร์การวิจัย ไทย – จีน อันจะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดร่วมกันทั้งสองประเทศ