วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชาวบ้านถูกช้างป่าเขาอ่างฤาไน อาละวาด ยอมเกี่ยวข้าว แม้ขายไม่ได้ราคา

ช้างจากป่าเขาอ่างฤาไน กว่า 300 ตัว ยังออกหากินพืชไร่ชาวบ้านยามค่ำคืนอย่างต่อเนื่อง แม้ชาวบ้านจะพยายามผลักดัน ก็ไร้ผล เฉพาะนาข้าว เสียหายแล้วนับ100 ไร่ เกษตรกรต้องตัดสินใจเกี่ยวข้าวไปขาย ทั้งๆที่ยังไม่ถึงเวลา 

นายวัลลภ โฉมสะอาด อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 127 ม. 14 บ้านแสงทอง ต.ท่ากระดาน อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา เปิดเผยว่า ปลูกข้าวไว้ 30 ไร่เศษ และกำลังจะเก็บเกี่ยวได้ในอีก 2 สัปดาห์หน้า แต่คงรอไม่ได้ เพราะเมื่อคืนที่ผ่านมา มีฝูงช้างมากกว่า 40 ตัว พากันออกมากินข้าวในนาไปแล้วบางส่วน จึงต้องรีบจ้างรถเกี่ยวมาเกี่ยวข้าวในนาก่อน เพราะหากปล่อยไว้ คงจะไม่เหลือ การเฝ้านาข้าว คงจะยากและเสี่ยงอันตราย เพราะช้างป่า มีจำนวนมาก นับร้อยๆตัว จึงต้องยอมเกี่ยวข้าว และนำไปตากแดด เพื่อไล่ความชื้น แม้จะขายไม่ค่อยได้ราคา แต่ก็ยังได้เก็บข้าวเอาไว้สีกินเองในครอบครัวบ้าง เพราะหากปล่อยไว้รอวันที่จะรวงข้าวเป็นสีเหลืองสุก คงไม่เหลืออะไรเลย

ขณะที่ความพยายามผลักดันช้างจำนวนมากกว่า 300 ตัว ให้กลับคืนเช้าสู่ผืนป่า ชาวบ้านยังคงช่วยกันอย่างต่อเนื่อง ในยามค่ำคืนท่ามกลางความเสี่ยงอันตรายสูง แต่เป็นหนทางเดียวที่ชาวบ้านคิดว่า จะสามารถป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะข้าวในแปลงนาได้ไม่มากก็น้อย แม้จะเอาชีวิตเข้าเสี่ยงก็ตาม เพราะ 1 ปี มีเพียงครั้งเดียว เท่านั้น แต่วิธีการใช้ระเบิดลูกบอลบ่อยครั้ง นอกจากช้างจะเคยชินจนไม่กลัวแล้ว แต่ยังทำให้ช้างหงุดหงิด มีอารมณ์โกรธ และอาจจะตกมัน เข้าทำร้ายชาวบ้านก็เป็นได้ ชาวบ้านจึงคิดค้นวิธีขึ้นมาใหม่ โดยอาศัยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทั้งดาวน์โหลดเสียงไซเลน เปิดพร้อมไฟ สีแดงวับๆๆๆ ในจุดที่พบช้างอย่างได้ผล ชาวบ้านยังมีแนวคิดที่จะดาวน์โหลดเสียงอาวุธปืน โยเฉพาะเสียงอาวุธปืน เอช.เค. ที่ช้างป่ารู้สึกกลัว มาเปิด และเชื่อว่า จะสามารถหยุดพฤติกรรมของช้างป่า และเป็นอุปกรณ์ส่วนหนึ่งที่ไล่ต้อนผลักดันช้างป่าได้ รวมไปถึงมีการปรับแผนการไล่ต้อนช้างป่า จะต้องแก้ไขให้เป็นไปตามวิธีการและแนวทางเดียวกันด้วย.