วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ตูน' วันที่ 8 วิ่งข้ามสะพานติณสูลานนท์ เกิดเรื่องประทับใจตลอดเส้นทาง

ก้าวคนละก้าวของตูน วันที่ 8 ยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง แม้จะมีฝนตกรบกวนในบางช่วงทั้งเช้าและบ่าย โดยมีการทำกิจกรรมเพื่อสังคมและมอบทุนวันเดียว 2 โรงเรียน ขณะที่ 2 ข้างทาง ก็ยังคงเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความประทับใจของผู้คน

วันที่ 8 พ.ย. 60 บรรยากาศการวิ่ง “ก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” ของ ตูน บอดี้สแลม หรือ นายอาทิวราห์ คงมาลัย ร็อกเกอร์หนุ่มชื่อดังของเมืองไทย จากสุดเขตแดนใต้ อ.เบตง จ.ยะลา สู่เหนือสุดแดนสยาม อ.แม่สาย จ.เชียงราย ระยะทาง 2,191 กิโลเมตร ภายในเวลา 55 วันนั้น

โดยในวันนี้ ซึ่งเป็นวันที่ 8 ของการวิ่ง ยังคงอยู่ในพื้นที่ จ.สงขลา เป็นวันที่ 3 ซึ่งตูนและทีมวิ่งก้าวคนละก้าว ได้เริ่มออกสตาร์ตเซต 1 ที่วัดน้ำน้อยนอก ต.น้ำน้อย อ.หาดใหญ่ ในช่วงตี 5 ครึ่ง และยังคงได้รับกำลังใจจากชาวสงขลาตลอดเส้นทาง ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาเป็นระยะ

ก่อนที่จะจบเซตแรกที่ปั๊ม PT อ.เมืองสงขลา ระยะทางประมาณ 11 กิโลเมตร ในเวลาประมาณ 7 โมงเช้า แล้วหยุดพัก 1 ชั่วโมง แล้วนั่งรถตู้เดินทางไปทำกิจการกุศล 2 แห่ง คือ โรงเรียนบ้านน้ำกระจาย ต.พะวง อ.เมืองสงขลา และโรงเรียนวัดบ่อแดง ต.บ่อแดง อ.สทิงพระ โดยมีการมอบทุนการศึกษาให้โรงเรียนละ 50,000 บาท และทุนให้นักเรียนชั้น ป.6 แห่งละ 2 ทุน ทุนละ 10,000 บาท

จากนั้นในเวลา 11.00 น. ตูนได้ออกวิ่งในเซต 2 จากปั๊ม PT อ.เมืองสงขลา ไปยังปั๊ม PT อ.สิงหนคร ระยะทาง 11 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างตัวเมืองสงขลากับ อ.สิงหนคร ผ่านสะพานติณสูลานนท์ และ เซต 3 จากปั๊ม PT อ.สิงหนคร ไปยัง วัดดีหลวงใน ต.ชิงโค อ.สิงหนคร ระยะทาง 11.1 กิโลเมตร ส่วนเซต 4 จากวัดดีหลวงใน ไปยัง วัดบ่อประดู่ หมู่ที่ 3 ตำบลวัดจันทร์ อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา ได้มีฝนตกลงมาเป็นระยะ แต่ก็ไม่อาจขวางกั้นความตั้งของทั้งตูน และผู้คนที่ออกมาร่วมให้กำลังใจได้ ทั้งนี้ระยะทางที่ตูนวิ่งตลอด 8 วัน ระยะทางรวม 324.30 กิโลเมตร รวมเวลาเกือบ 90 ชั่วโมง และยอดเงินบริจาค 126 ล้าน 7 แสนบาท

นอกจากนั้นตลอดระยะทางการวิ่งของตูน ก็มีเรื่องราวความประทับใจเกิดขึ้นตลอดเวลา ทั้งบรรดาแฟนคลับ และผู้ที่ยึดตูนเป็นไอดอล หรือแม้กระทั่งคนเฒ่าคนแก่ที่ไม่เคยรู้จักตูน มาก่อน เช่น นายกมล ชูโตชนะ อายุ 42 ปี ชาว ต.น้ำน้อย อ.หาดใหญ่ ได้พยายามนำกีตาร์ของลูกชายมาให้ตูนเซ็นมา 2 วัน และในวันนี้ได้ไปดักรอที่โรงเรียนบ้านน้ำกระจาย แต่ก็เข้าไม่ถึงเพราะคนแน่น จากนั้นจึงไปดักรอที่คอสะพานติณสูลานนท์ และพยายามแหวกการ์ดและฝูงชนจนเข้าไปหาตูน จึงสำเร็จได้ลายเซ็นจากตูนบนกีตาร์ และชูมือไชโยด้วยความดีใจ

นายกมล บอกว่า มีลูกชาย 2 คน คือ ด.ช.พัฒน์สร ชูโตชนะ อายุ 14 ปี และ ด.ช.กรพัฒน์ ชูโตชนะ อายุ 10 ปี ทั้งคู่ชอบเล่นดนตรีและมีพี่ตูนเป็นไอดอล เมื่อวานนี้ตอนตูนวิ่งถึง ต.น้ำน้อย ได้นำกีตาร์ของลูกชายทั้งสองคนจำนวน 2 ตัว ไปให้ตูนเซ็น แต่เซ็นได้ของคนพี่ตัวเดียว ส่วนคนน้องเซ็นไม่ทัน วันนี้จึงต้องนำกีตาร์ของคนน้องมาให้พี่ตูนเซ็นให้ได้ เพราะคนน้องน้อยใจและร่ำร้องต้องขอลายเซ็นให้ได้ สุดท้ายก็สามารถทำให้ลูกชายทั้งสองคนได้สำเร็จ และขอขอบคุณพี่ตูนมากๆ

ส่วนอีกความประทับใจเกิดขึ้นในช่วงที่ตูนนั่งรถตู้ออกจากโรงเรียนบ้านน้ำกระจาย มีนักเรียนหญิงชาวมุสลิมกลุ่มหนึ่งราว 10 คน จากโรงเรียนบำรุงศาสตร์ ได้มาดักรอตูนที่ถนนฝั่งตรงข้ามประตูทางออก เมื่อรถตู้ของตูนออกมา ตูนได้เปิดหน้าต่างชะโงกหน้าโบกมือทักทายในช่วงไม่กี่วินาทีที่รถวิ่งผ่าน สร้างความดีใจให้กับนักเรียนหญิงกลุ่มนี้เป็นอย่างมาก เพราะได้เห็นหน้าพี่ตูนตามที่ตั้งใจไว้ และบอกว่ามารอตั้งแต่เมื่อวานนี้ แต่พี่ตูนวิ่งมาไม่ถึง วันนี้จึงมารอใหม่ และขอส่งกำลังให้พี่ตูนสู้ๆ

และอีกเรื่องเกิดขึ้นที่สะพานติณสูลานนท์ เมื่อนางวาสิตา แซ่ด่าน อายุ 47 ปี ได้นำพวงมาลัยเงินสด ซึ่งเป็นแบงก์ร้อยจำนวน 30 ใบ และแนบจดหมายถึงตูนที่แนบมาด้วยหนึ่งฉบับ โดยจ่าหน้าซองว่าจดหมายจากแม่รวยถึงพี่ตูน บอดี้สแลม มาดักรอคณะของตูน

นางวาสิตา เล่าว่า พวงมาลัยเงินสดพร้อมจดหมายเป็นของคุณแม่ คือ นางจรวย แซ่ด่าน อายุ 79 ปี ซึ่งกำลังป่วยและเพิ่งผ่าตัดสมองที่ให้ตนนำมามอบให้พี่ตูน เนื่องจากระหว่างที่พวกตนนั่งดูข่าวและพูดถึงการวิ่งของพี่ตูน แม่ได้ถามว่าตูนคือใคร ตนจึงบอกว่าเป็นนักร้องและกำลังวิ่งระดมบริจาคให้โรงพยาบาลจากเบตงถึงแม่สาย เมื่อแม่ได้ยินจึงบอกว่ามันไกลมากจะวิ่งไหวไหม พร้อมกับยกมือพนมขึ้นเหนือหัวและพูดว่าขอให้หลวงปู่ทวดคุ้มครองลูกตูนให้ปลอดภัย พร้อมกับให้ตนนำเงินที่เก็บเล็กผสมน้อยมา 10 ปี ซึ่งเป็นแบงก์ร้อยจำนวน 30 ใบ มาร้อยเป็นพวงมาลัยมอบให้กับตูน พร้อมกับเขียนจดหมายบอกเล่าเรื่องราวของแม่ให้ตูนได้รู้.