วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พบ "หนอนติดอันดับน่ากลัวที่สุดในโลก" ที่ปทุมธานี ทำคนตายได้

มีรายงานข่าวว่าพบ หนอนตัวแบนนิวกินี ในประเทศไทย โดยหนอนชนิดนี้ถูกจัดให้เป็นหนึ่งในร้อยสัตว์รุกรานต่างถิ่นที่น่ากลัวที่สุดของโลก 

โดย ดร.นณณ์ ผาณิตวงศ์ ผู้ก่อตั้งกลุ่มอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและสิ่งแวดล้อม (siamensis.org) ผู้เชี่ยวชาญเรื่องสัตว์น้ำได้เขียนรายงานการพบหนอนตัวแบนนิวกินีในประเทศไทย ไว้ที่ http://siamensis.org/ ว่าหนอนตัวแบนนิวกินี เป็นหนอนที่มีถิ่นกำเนิดบนเกาะนิวกินี โดยพื้นที่ที่พบครั้งแรกอยู่ในจังหวัดปาปัวตะวันตกของประเทศอินโดนีเซีย เมื่อโตเต็มที่แล้วมีลำตัวยาวประมาณ 5-6 เซนติเมตร ปลายแหลมทั้งสองด้านแต่ด้านที่เป็นหัวจะแหลมเล็กกว่า สีด้านหลังเป็นสีน้ำตาลเข้ม และมีลายสีน้ำตาลอ่อนพาดกลางลำตัวตามแนวยาว ด้านท้องสีขาวและมีจุดสีขาวเล็กๆ ค่อนไปทางด้านหางซึ่งเป็นส่วนปาก หนอนชนิดนี้กินหอยทากเป็นอาหารหลัก และถ้าไม่สามารถหาหอยทากกินได้ ยังมีรายงานกินทากเปลือยและไส้เดือนด้วย ในการล่านั้นหนอนตัวแบนจะเลื้อยออกหากินในเวลากลางคืนและตามล่าหอยทากด้วยการตามกลิ่นเมือกไป โดยการกินหอยทากนั้นหนอนจะปล่อยน้ำย่อยออกมาย่อยเนื้อหอยทากก่อนที่จะดูดกินเข้าไป

หนอนตัวแบนชนิดนี้มีรายงานถูกปล่อยและหลุดออกสู่ธรรมชาตินอกถิ่นอาศัยตามธรรมชาติหลายแห่งและมีรายงานรุกรานกินหอยทากท้องถิ่นจนสูญพันธุ์ ทำให้สหภาพสากลว่าด้วยการอนุรักษ์ (IUCN) จัดให้หนอนตัวแบนนิวกินีเป็น หนึ่งในร้อยสัตว์รุกรานต่างถิ่นที่น่ากลัวที่สุดของโลก (100 of the World's Worst Invasive Alien Species)

ทั้งนี้ นอกจากประเทศในหมู่เกาะมหาสมุทรแปซิฟิกแล้วหนอนตัวแบนนิวกินียังมีรายงานรุกรานในประเทศฝรั่งเศส รัฐฟลอริดาของประเทศสหรัฐอเมริกา และที่ใกล้ประเทศไทยที่สุดคือประเทศสิงคโปร์ โดยรายงานในประเทศไทยนั้นถือเป็นรายงานแรกในผืนทวีปหลักของเอเชีย (Mainland Asia)

โดยปัญหาที่เอเลี่ยนชนิดนี้ก่อขึ้นในประเทศแถบหมู่เกาะแปซิฟิกที่ตั้งใจปล่อยเพื่อไปกำจัดหอยทากยักษ์แอฟริกา(สัตว์ต่างถิ่น) ที่เป็นศัตรูพืช พบว่าหนอนตัวแบนนิวกินีไม่ได้ล่าแต่หอยทากยักษ์แต่กลับไล่ล่าหอยทากเฉพาะถิ่นจนสูญพันธุ์ไปเป็นจำนวนมากโดย หนอนตัวแบนนิวกินีนั้นเมื่ออยู่นอกถิ่นอาศัยก็ขาดการควบคุมจำนวนประชากรเนื่องจากไม่มีผู้ล่าตามธรรมชาติจนเพิ่มจำนวนขึ้นมากมาย ทั้งนี้หนอนชนิดนี้มีสองเพศในตัวเดียว แต่การสืบพันธุ์ต้องมีหนอนสองตัวจึงจะวางไข่ได้ นอกจากนั้นถ้าหนอนตัวขาดก็จะสามารถเติบโตแยกร่างได้

สำหรับรายงานการพบในประเทศไทยนั้น เริ่มจากคุณมงคล อันทะชัย ได้แปะภาพหนอนตัวแบนนิวกินีกำลังกินหอยทากในบริเวณบ้านแถบอำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2560 ในกลุ่มอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ (siamensis.org) เพื่อสอบถามว่าเป็นสัตว์ชนิดใด ซึ่งอาจารย์ยิ่งยศ ลาภวงศ์ ได้ระบุชนิดว่าเป็นหนอนตัวแบนนิวกินี ต่อมาทางกลุ่มสยามเอ็นสิส โดย ดร.นณณ์ ผาณิตวงศ์ และนายจิรวัฒน์ ผลเพิ่มพูล ได้ตามไปเก็บตัวอย่างที่บ้านคุณมงคลเพื่อยืนยัน จนมั่นใจว่าเป็นชนิดดังกล่าวจริงๆ

หนอนตัวแบนนิวกินีนี้ นอกจากจะเป็นภัยต่อหอยทากท้องถิ่นของประเทศไทยซึ่งหลายชนิดมีการกระจายพันธุ์ที่แคบและมีความสวยงามมากนั้น ยังเป็นพาหะแพร่เชื้อ Angiostrongylus cantonensis หรือพยาธิปอดหนู/พยาธิหอยโข่ง ซึ่งติดต่อสู่คนได้ โดยพยาธิดังกล่าวนี้มีหนูเป็นพาหะหลักจึงไม่สามารถเจริญเติบโตจนครบวงจรในร่างกายมนุษย์ได้ แต่ตัวอ่อนจะไปอาศัยอยู่ในระบบประสาทส่วนกลางของผู้ติดเชื้อและตายลง ทำให้เกิดการอักเสบในเยื่อหุ้มสมอง

โดยผู้ป่วยที่ติดเชื้อพยาธิจะมีอาการปวดหัวอย่างรุนแรง เป็นไข้ อาเจียนพุ่ง คอแข็ง ตาพร่ามัว ท้องเสีย และปวดกล้ามเนื้อ เป็นต้น แต่ถ้ามีการติดเชื้ออย่างรุนแรงสามารถนำไปสู่อาการเรื้อรังของโรคจนอาจทำให้เสียชีวิตได้ ทั้งนี้พยาธิดังกล่าวในประเทศไทยก็มีสัตว์หลายชนิดที่เป็นพาหะอยู่แล้วเช่น หอยทากยักษ์แอฟริกาและหอยในกลุ่มหอยโข่ง/ขม ซึ่งพยาธิชนิดนี้จะเข้าสู่ร่างกายคนผ่านทางการกิน จึงควรหลีกเลี่ยงการกินหอยที่ไม่สุก รวมไปถึงล้างทำความสะอาดผักในบริเวณที่มีหอยทากและหนอนตัวแบนอาศัยอยู่ให้ดีก่อนรับประทานหรือรับประทานเฉพาะผักที่สุกแล้วเท่านั้นและหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำที่ไม่ได้ผ่านการต้มหรือกรองมาก่อนโดยเฉพาะในแหล่งที่มีหอยและหนอนตัวแบนนิวกินีอาศัยอยู่

ทั้งนี้การกำจัดหนอนตัวแบนนิวกินีนั้นสามารถทำได้สองวิธีคือใช้น้ำร้อนลวกหรือหยอดด้วยเกลือป่น ห้ามใช้การสับหรือหั่นเพราะแต่ละชิ้นจะเติบโตเป็นตัวใหม่ได้และจะกลายเป็นยิ่งเพิ่มจำนวนขึ้นไปอีก อยากขอร้องให้ทุกคนที่พบเห็นช่วยกันกำจัดหนอนตัวแบนเพื่อช่วยชีวิตหอยทากท้องถิ่นของประเทศไทย

ถ้าหากใครพบหนอนตัวแบนนิวกินี ขอให้รายงานมาที่กลุ่มสยามเอ็นสิส ผ่านทาง FB กลุ่มที่ siamensis.org หรือผ่านทางกลุ่มไลน์งูเข้าบ้านที่ @sde5284v โดยขอให้ถ่ายภาพและระบุสถานที่พบเพื่อเป็นข้อมูลในการจัดการต่อไป