วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วิธีดูแลกุหลาบให้สวยเป๊ะ!

โดย my home

ดอกไม้ในฝันของสาว ๆ คงหนีไม่พ้น “กุหลาบ” ราชินีแห่งดอกไม้ ใช่ไหมล่ะคะไม่ว่าเทศกาลไหนเราก็มักจะนิยมให้ดอกกุหลาบเพื่อแทนความหมายดีๆ ที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละสี แต่ละสายพันธุ์ หรือหลายคนอาจจะไม่อยากรอจนถึงช่วงเทศกาล แต่อยากมีแปลงดอกกุหลาบสวยบานสะพรั่งอยู่รอบบ้านวันนี้ my home จึงอยากชวนทุกคนมาลองปลูกกุหลาบให้สวยเป๊ะกันค่ะ

การปลูก

บริเวณปลูก
ควรเลือกบริเวณที่ได้รับแสงแดดอย่างน้อย 50 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ6 ชั่วโมง อากาศโปร่งโล่งและลมไม่แรงจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้กิ่งกุหลาบหักเสียหายได้

ระยะห่าง
การปลูกลงแปลงควรปลูกให้ทรงพุ่มห่างกันประมาณ 30 เซนติเมตรเพื่อให้สะดวกต่อการตัดแต่งกิ่งและให้ปุ๋ย ส่วนการปลูกลงกระถางควรเลือกกระถางให้มีขนาดพอดีกับทรงพุ่ม ไม่แน่นจนเกินไป

ดิน
กุหลาบชอบดินระบายน้ำดี มีธาตุอาหารอุดมสมบูรณ์ ถ้าหากปลูกลงกระถางก็ควรเปลี่ยนดินทุกปี

การคลุมหน้าดิน
นำฟางข้าว เศษหญ้า หรือขุยมะพร้าวที่เก่าและย่อยสลายแล้วมาคลุมรอบโคนต้นเพื่อช่วยรักษาความชื้นในดิน ลดการระเหยของน้ำ ลดการงอกของวัชพืช และลดการชะล้างของหน้าดิน

ฤดู
กุหลาบเจริญเติบโตได้ดีที่สุดในช่วงเดือนพฤษภาคม - มิถุนายน และเดือนพฤศจิกายน - กุมภาพันธ์

Tip - ต้นกุหลาบที่ซื้อมาใหม่อาจมีแกลบปนในดินอยู่มากควรเปลี่ยนกระถางและนำแกลบรอบตุ้มดินออกอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง แล้วเปลี่ยนดินใหม่ เพื่อให้กุหลาบสามารถเจริญเติบโตได้ดี

การรดน้ำ

ควรรดน้ำสม่ำเสมอทุกวัน ช่วงเช้าประมาณ 7.00 น. - 8.00 น. ด้วยน้ำสะอาดที่ไม่เป็นกรดหรือด่างจนเกินไป ในขณะที่ยังมีแสงแดดอ่อนๆ เพราะหากรดน้ำช่วงแดดแรงหรือร้อนมากๆ อาจทำให้ใบเฉาหรือเกิดรอยไหม้ และควรระวังไม่ให้ดินแฉะหรือมีน้ำขัง เพราะอาจจะทำให้รากเน่า ต้นตายได้

Tip - กุหลาบที่ปลูกลงดินแล้วสามารถอดน้ำได้นานถึง 2 เดือน จึงไม่ต้องกังวลว่าต้นจะตายง่าย ๆ แต่ถ้าหากได้รับน้ำมากเกินไปจนดินแฉะ อาจทำให้ใบเหลืองร่วง บางต้นอาจมีอาการใบจุดร่วมด้วย

การตัดแต่ง

การปลิดยอด
เด็ดยอดบริเวณเหนือตาประมาณ 1 เซนติเมตรเพื่อให้เกิดยอดใหม่พัฒนาไปเป็นตาดอก หรือหากหลังการแต่งกิ่ง กุหลาบแตกตาใหม่ขึ้นมาเยอะเกินไปควรปลิดทิ้ง เพื่อให้ดอกที่เกิดมาสมบูรณ์

การตัดแต่งเล็ก
หากปล่อยให้ต้นกุหลาบสูงจนเกินไป อาจทำให้เสียทรงพุ่มและดอกไม่สมบูรณ์ได้ ควรตัดก้านช่อดอกเก่าออก กำจัดกิ่งที่แห้ง แก่เป็นโรค หรือกิ่งที่เบียดกันเป็นประจำ เพื่อไม่ให้บังแสงกันเองและช่วยป้องกันกิ่งดีให้สามารถเจริญเติบโตได้ ช่วยกระตุ้นให้ตาแตกยอดได้เร็วขึ้น

การตัดแต่งใหญ่
ตัดกิ่งเล็กๆ ออกหรือตัดกิ่งใหญ่ให้สั้นลง ปีละ 2 ครั้ง เพื่อควบคุมทรงพุ่มไม่ให้แน่นจนเกินไป

Tip - ตัดด้วยกรรไกรคม ๆ เป็นแนวเฉียงเพื่อให้บาดแผลเรียบ น้ำจะได้ไม่ขังจนทำให้ต้นเน่าเสีย ส่วนกิ่งขนาดใหญ่ควรใช้ปูนแดงหรือสีน้ำมันป้ายที่รอยแผลเพื่อป้องกันเชื้อโรคและแมลงเข้าไปวางไข่

การใส่ปุ๋ยบำรุง

สามารถใช้ได้ทั้งปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยเคมี ขึ้นอยู่กับระยะการเจริญเติบโตของกุหลาบ เพื่อช่วยเพิ่มความโปร่ง ร่วนซุย และธาตุอาหารให้แก่ดินโดยอาจให้ปุ๋ยเม็ดสูตร 15 - 15 - 15 หรือ 16 - 16 - 16 ต้นละ 5 - 10กรัม ทุก 2 สัปดาห์ โดยการเจาะดินเป็นหลุมเล็กๆ ห่างจากโคนต้นประมาณ 15 เซนติเมตร เพื่อหยอดปุ๋ยเวียนรอบโคนต้นไปเรื่อยๆหรืออาจใช้ปุ๋ยเกล็ดสูตร 20 - 20 - 20 ผสมน้ำในอัตราส่วน 1 กรัมต่อ 1 ลิตร รอบโคนต้นประมาณ 2 สัปดาห์ต่อครั้ง ซึ่งปุ๋ยเคมีจะดูดซึมได้เร็วกว่า มีธาตุอาหารสูงกว่า แต่อาจทำให้ดินแน่นแข็ง จึงควรสลับกับการให้ปุ๋ยคอก โดยปุ๋ยคอกที่ใช้ควรผ่านกระบวนการหมักและย่อยสลายก่อน ไม่ควรนำปุ๋ยคอกใหม่มาใช้ เพราะอาจทำให้กุหลาบขาดธาตุไนโตรเจนซึ่งอาจส่งผลต่อระบบรากของต้นกุหลาบ โดยดินถุงที่ซื้อมาอาจเก็บไว้ 1 - 2 เดือนก่อนนำมาใช้

Tip ไม่ควรให้ปุ๋ยครั้งละมาก ๆ เพราะต้นไม้จะไม่สามารถดูดซึมได้หมดและยังเป็นการทำให้ดินแน่นแข็ง มีเกลือตกค้าง ทำให้กุหลาบต้องคายน้ำออกมาทางรากเพื่อลดความเข้มข้น จนเกิดอาการใบไหม้และต้นตายในที่สุด

การขยายพันธุ์

ตอนกิ่ง
เป็นวิธีขยายพันธุ์กุหลาบอย่างง่าย แต่ต้นกุหลาบจะ ไม่มีรากแก้ว จึงไม่แข็งแรงเท่าต้นที่ได้จากการติดตา

ปักชำ
เป็นวิธีขยายพันธุ์กุหลาบอย่างง่าย แต่ต้นกุหลาบที่ได้ อาจมีระบบรากไม่แข็งแรงนัก นิยมใช้ขี้เถ้าแกลบหรือ ทรายผสมขุยมะพร้าวเป็นวัสดุในการปักชำ

ติดตา
นิยมนำตาของกุหลาบพันธุ์ดีที่หายากมาติดบนต้นตอ กุหลาบป่า มักใช้ในการปลูกเพื่อการค้าและในการตัด ดอก เพราะจะได้จำนวนมาก

โรคและแมลง

โรคใบจุดสีดำ (Black Spot)
มีสาเหตุมาจากเชื้อรา Diplocarpon rosae ทำให้เกิดจุดกลมสีน้ำตาล หรือสีดำบนใบและใบร่วง มักระบาดในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว สามารถ ลุกลามได้เร็ว

โรคราแป้ง (Powdery Mildew)
มีสาเหตุมาจากเชื้อรา Sphaerotheca pannosa ทำให้ใบกุหลาบมีฝุ่นแป้ง เกาะและมีอาการหงิกงอ มักเกิดในช่วงที่มีอากาศร้อนแห้งในตอนกลางวัน และอากาศเย็นชื้นในตอนกลางคืน

โรคราน้ำค้าง (Downy Mildew)
มีสาเหตุมาจากเชื้อรา Peronospora sparsa ทำให้ดอกและใบมีแต้ม สีแดงคล้ายสนิม มักเกิดในช่วงที่มีหมอกและน้ำค้างมาก

หนอน
มีทั้งหนอนผีเสื้อกลางคืนที่ทำลายใบจนโปร่งใสหรือเป็นรูแหว่ง และ หนอนเจาะดอก โดยตัวผีเสื้อจะวางไข่บนกลีบดอกด้านนอก เมื่อไข่ฟัก เป็นตัวจะเจาะเข้าไปภายในและกัดกินดอกจนเสียหาย

เพลี้ยไฟ
แมลงขนาดเล็ก ระบาดมากในช่วงอากาศแห้ง มักอาศัยอยู่ตามซอกกลีบ คอยดูดกินน้ำเลี้ยง ทำให้ใบหงิก ดอกบิดเบี้ยว กลีบดอกมีลายด่างสีขาว

ไรแดง
แมลงสีแดงหรือสีเหลืองขนาดเล็กมาก มักระบาดในช่วงฤดูแล้ง อาศัย อยู่ตามใต้ใบและดูดกินน้ำเลี้ยง จนทำให้ใบเป็นแถบสีเหลืองซีดและร่วง ในที่สุด

“นูแทค ซุปเปอร์ - เค” ปุ๋ยทางใบ สูตรสเปรย์ - ดราย (Spray-dry Technology) ที่มีธาตุอาหารอย่าง เหมาะสม สามารถปล่อยธาตุอาหาร ให้พืชได้นานถึง 10 - 14 วัน ช่วย ในการสะสมอาหารของพืชเพื่อ นำไปใช้ในการออกดอก กุหลาบจึง มีความสมบูรณ์ สีสวยสด และ ออกดอกได้อย่างสม่ำเสมอ

Story : สริดา จันทร์สมบูรณ์
illustrator : พนิตตา วัชรนพวิภา


ขอบคุณ : บริษัทโซตัส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

@sotushome 0-2984-0999 ต่อ 555 www.sotus.co.th