วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'นิพิฏฐ์' สวนทันควัน 6 ข้อ 'บิ๊กตู่' งงตั้งคำถาม ชี้ของเก่ายังไร้คำตอบ

"นิพิฏฐ์" ตอบ 6 ข้อ "บิ๊กตู่" ถาม ชี้ ข้อ 2 รบ.รักษาการช่วงเลือกตั้งต้องเป็นกลาง สะท้อนนายกฯแยกปัญหาไม่ออกระหว่างระบบ-ตัวบุคคล งงตั้งคำถามไม่ประเทืองปัญญา ของเก่ายังไร้คำตอบ

เมื่อวันที่ 8 พ.ย.60 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายกฯตั้ง 6 คำถาม ว่า เป็นการตั้งคำถามที่ผิดหลักและไม่เข้าใจในหลักพื้นฐานประชาธิปไตย อีกทั้งไม่ก่อให้เกิดปัญญาเพราะมีการถามในเชิงเปรียบเทียบรัฐบาลที่มาจากการยึดอำนาจกับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ก็เหมือนกับถามว่าระหว่างสิงโต กับปลาฉลามอะไรดีกว่ากัน ใครทำงานได้ดีกว่ากันทั้งที่ มันเป็นคนละเรื่องเดียว ส่วนที่นายกฯ ถามข้อ 1 นั้น ตนอยากบอกว่าทุกครั้งของการเลือกตั้งโดยธรรมชาติจะมีทั้งพรรคใหม่และคนการเมืองหน้าใหม่ ส่วนใครจะได้เกิดหรือผ่านการรับเลือกตั้งจากประชาชนเป็นอีกเรื่อง ประชาชนจะเป็นผู้กำหนด เราไม่สามารถตอบแทนได้ว่าควรจะมีพรรคใหม่หรือคนใหม่หรือไม่ ถ้าประชาชนไม่เลือกก็ไม่ได้เกิด

ข้อ 2 ตนอยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ ถอนคำถามนี้ เพราะเป็นคำถามที่ตั้งโจทย์ผิด ก็จะได้คำตอบที่ผิด เพราะในการเลือกตั้งทุกครั้งข้าราชการ หรือแม้แต่รัฐบาลรักษาการต้องวางตัวเป็นกลางทางการเมือง ยิ่งคสช.มีมาตรา 44 ในมือ ที่สามารถใช้ได้ตลอดจนถึงช่วงหลังการเลือกตั้ง หรือมีรัฐบาลใหม่เกิดขึ้น คสช.ที่เป็นรัฐบาลรักษาการก็ควรต้องวางตัวเป็นกลาง ทำตัวให้น่าเชื่อถือ แต่การที่หัวหน้า คสช. ที่เป็นนายกฯประกาศตัวหนุนพรรคใดพรรคหนึ่ง ข้าราชการที่เหลือก็จะแห่ช่วยพรรคนี้ และจะยิ่งทำให้การเลือกตั้งไม่น่าเชื่อถือ ไม่สุจริตและเที่ยงธรรมและไม่ได้รับการยอมรับจากประชาชนในที่สุด

นายนิพิฏฐ์ กล่าวต่อว่า ข้อ 3 เป็นการถามตามทฤษฎีและเป็นการทำตามหน้าที่ของทุกคนที่มาเป็นรัฐบาลที่ต้องทำ ข้อ 4 นายกฯกำลังเอารัฐบาลเผด็จการมาเปรียบเทียบกับรัฐบาลที่มาจากระบบประชาธิปไตย และสะท้อนให้เห็นว่าท่านแยกไม่ออกว่าอะไรคือปัญหาของระบบ และอะไรเป็นปัญหาของตัวบุคคล การตั้งคำถามนี้จะทำให้คนรังเกียจระบบประชาธิปไตยและนิยมชมชอบเผด็จการโดยการชี้นำให้เข้าใจผิดว่าความวุ่นวายที่ผ่านมาเป็นความผิดของระบบประชาธิปไตย ทั้งที่เกิดจากปัญหาในส่วนตัวบุคคลและการไม่บังคับใช้กฎหมาย ซึ่งไม่ใช่ตัวระบบ ส่วนคนที่บอกว่าจะดูแลเฉพาะพื้นที่ที่เลือกคนของเขา ก็ไม่ใช่นักประชาธิปไตยแต่เป็นนักเผด็จการ

ข้อ 5 ในระบบประชาธิปไตยปกติก็เดินไปข้างหน้าได้ ขอให้ดูรัฐบาลประชาธิปไตยช่วงก่อนหน้าพรรคไทยรักไทยยุคนายทักษิณ พรรคเพื่อไทยในยุค น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่เคยเกิดปัญหาอะไรเช่นที่ว่า หนือย้อนไปถึงยุค พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษก็ไม่มีปัญหา แต่ปัญหาที่เกิดมาจากตัวบุคคลที่เข้ามาทำลายระบบโดยใช้ธุรกิจการเมือง การตั้งคำถามข้อนี้ของ พล.อ.ประยุทธ์ เท่ากับยอมรับว่ารัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นรัฐบาลประชาธิปไตยเต็มรูปใช่หรือไม่ ซึ่งตนมองว่าไม่ใช่ เพียงแต่เขาผ่านการเลือกตั้งเข้ามาสร้างระบบเผด็จการรัฐสภา หนือเป็นเผด็จการพลเรือน ส่วนพล.อ.ประยุทธ์ท่านเป็นเผด็จการทหารจากการยึดอำนาจเพียงแต่ท่านทำหน้าที่ดูแลทุกข์สุขให้ความเป็นธรรมต่อประชาชนได้ดีกว่ารัฐบาลเผด็จการพลเรือน แต่ก็เป็นเผด็จการเหมือนกัน

"ข้อ 6 การเคลื่อนไหวต่างๆ ทางการเมือง เป็นสิทธิที่ถูกรับรองโดยรัฐธรรมนูญและกฎหมายพรรคการเมืองที่มีผลบังคับใช้แล้ว หากนายกฯกลัวการบิดเบือนก็ต้องเร่งชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสังคม แจ่อย่าตีเหมารวม เพราะคนที่ไม่บิดเบือนและพูดความจริงก็มี ระบบประชาธิปไตยจะให้เรียบร้อยเหมือนอยู่วนเรือนจำไม่ได้ มันผิดธรรมชาติ มันจะวุ่นวายเหมือนในตลาดสด ทั้งหมดนี้ตนไม่เข้าใจว่า พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งคำถามทำไมเพราะนอกจากไม่ประเทืองปัญญาแล้ว ยังกำลังสร้างประเด็นความขัดแย้งทางการเมืองให้เกิดขึ้นตามมาอีก และยังน่าแปลกใจว่า ทำไมนายกฯ ถึงตั้งคำถามซ้ำเพราะครั้งก่อนที่ถามประชาชนไปก็ยังไม่มีบทสรุปใดๆออกมาเลย" นายนิพิฏฐ์ กล่าว