วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มาดูกับมาดาม: “The Big Sick” เรื่องจริงยิ่งกว่านิยาย

เป็นหนังรักน้ำเน่า (สำหรับเรา) แต่เป็นหนังรักโลกไม่สวย บทและตัวละครตรงไปตรงมา กล้าพูดเรื่องความต่างทางค่านิยมและวัฒนธรรมในแบบที่หนังเรื่องอื่นคงพยายามเลี่ยง...ถือว่าน่าชื่นชม

พาดหัวและชื่อเรื่องอาจทำให้หลายคนเข้าใจผิด คิดว่ามาดามจะชวนดูหนังรักน้ำเน่า ประโลมโลก แต่ขอบอกว่าถึงน้ำเน่าแต่กลิ่นไม่โชย เพราะวิธีเล่าและเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับหนุ่มสาวคู่นี้...หักมุมและแฮปปี้เอนดิ้งอย่างเหลือเชื่อ


#TheBigSick
หรือชื่อไทยย้าวยาวว่า “รักมันป่วย” (ซวยแล้วเราเข้ากันไม่ได้) เป็นเรื่องจริงของนักแสดงตลกชาวปากีสถาน “คูมาล นานเจียนี่” (#KumailNanjiani) และภรรยาชาวอเมริกัน “เอมิลี่ วี กอร์ดอน” (#EmilyVGordon) แน่นอนว่าความรักของทั้งคู่ต้องไม่ธรรมดา ผ่านร้อนผ่านหนาวและ “เรื่องป่วยๆ” ไม่น้อยกว่าจะลงเอยได้...แล้วอะไรทำให้เรื่องราวของทั้งสองคนน่าสนใจ...


เรื่องจริงยิ่งกว่านิยาย (อีกแล้ว)

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ปีนี้เป็นปีของหนัง Based on True Story (หนังที่สร้างหรือได้แรงบันดาลใจจากเรื่องจริง) จริงๆ ค่ะ มาดามคร้านจะนับว่าปีนี้เขียนมากี่เรื่อง แต่บอกเลยว่า #TheBigSick เป็นหนังที่ไม่เหมือนหนังแนวเดียวกันเรื่องอื่น ที่เห็นชัดๆ คือไม่ได้สร้างจากเรื่องจริงสุดรันทดหรือสะเทือนใจ แต่สร้างจากเรื่องจริงของความสัมพันธ์ของคู่รักที่มาจากครอบครัวที่แตกต่างทั้งด้านความเชื่อ ค่านิยมและวัฒนธรรม


อย่างที่เกริ่น #TheBigSick เป็นเรื่องจริงของนักแสดงตลก “คูมาล นานเจียนี่” (รับบทโดย ตัวเขาเอง) กับภรรยาชาวอเมริกัน “เอมิลี่ วี กอร์ดอน” (รับบทโดย “โซอี้ คาซาน”) ความรักของเขาและเธอเริ่มต้นแบบเรียบง่ายแต่อบอุ่น ทุกอย่างทำท่าจะไปด้วยดี แต่เพราะ “เรื่องป่วยๆ” ทั้งจากฝั่งเขาและเธอ ทำให้ความรักของเขาทั้งสองป่วยตามไปด้วย

“เรื่องป่วยๆ” ที่เราคุ้นเคย

“เรื่องป่วยๆ” ของเขากับเธอ นอกจากอาการป่วยด้วยโรคประหลาดของฝ่ายหญิงที่เกือบคร่าชีวิตของเธอไปแบบไม่ทันตั้งตัว ยังมีเรื่องค่านิยม ความเชื่อและวัฒนธรรมที่แตกต่างของทั้งสองฝ่าย ที่เรียกได้ว่าแตกต่างมากแบบคนละขั้ว หากไม่ได้รับการ “เยียวยา” หรือ “พูดคุย” กันให้เข้าใจ “เรื่องป่วยๆ” ก็อาจคร่าชีวิตและหัวใจของทั้งสองไปได้

ความขัดแย้งของคู่รักเพราะความต่างจากพื้นฐานหรือพื้นเพของครอบครัวเป็นปมปกติของหนังหรือซีรีส์ในเอเชีย แต่เดาว่าคงเป็นเรื่องไม่ปกติมากสำหรับชาติตะวันตก เรื่องนี้ก็มีจุดเด่นตรงนี้แหละค่ะ คือฝ่ายชายมาจากปากีสถานที่มีมรดกทางเชื้อชาติที่สืบทอดกันมานับพันปี ส่วนฝ่ายหญิงเป็นสาวอเมริกันธรรมดาที่พยายามจะเรียนให้จบและรับปริญญา

ส่วนตัวเนื้อเรื่องไม่ว้าวมาก เพราะคุ้นเคยกับปมแบบนี้ดี แต่ “บท” ก็ทำให้เรื่องนี้โดดเด่นเพราะเลือกจะพูดถึงปัญหาของความสัมพันธ์แบบตรงไปตรงมา ในแบบที่หาได้ยาก (หรืออาจไม่มีเลย) ในหนังหรือซีรีส์บ้านเรา


หนังรักโลกไม่สวย แต่อบอุ่นและฟีลกู๊ดมากกว่าที่คิด

ต้องบอกว่า #TheBigSick เป็นหนังรักไม่หวาน การสร้างจากเรื่องจริงทำให้ทึ่งไม่น้อยว่าเรื่องจริง...แท้จริงก็ (ดราม่า) ยิ่งกว่านิยายเสียอีก ใครจะคิดว่าอุปสรรคจากการคัดค้านของครอบครัวจะกลายเป็นเรื่องแบบเป็นจริงเป็นจังขนาดนี้ แต่ที่น่าทึ่งกว่าคือบทสรุปของเรื่อง การตัดสินใจของตัวละคร กลับไม่ได้ดราม่าเวิ่นเว้อเหมือนในนิยาย แต่เลือกและตัดสินทุกอย่างแบบคนที่มีชีวิตอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง ทำให้เรื่องรักไม่หวาน...อบอุ่นและฟีลกู๊ดมากกว่าที่คิด


เอาเป็นว่า #TheBigSick เป็นหนังรัก (แห่งปี) ที่ #ไม่น่าพลาด (อีกเรื่อง) พล็อตเรื่องไม่หวือหวาเพราะสำหรับบ้านเรา น่าจะคุ้นเคยกับปมปัญหาหลักๆ ของเรื่องเป็นอย่างดี แต่หนังมีจุดเด่นที่ไม่กลัวจะพูดถึงความแตกต่างทางค่านิยม ความเชื่อและวัฒนธรรม แม้จะเป็นแค่แง่มุมเล็กๆ เกี่ยวกับความสัมพันธ์และการแต่งงาน แต่ก็ช่วยเปิดมุมมองไม่น้อยว่าบทสรุปแบบ #HappyEnding ก็พอมีทาง...หลายวิธีด้วย

จนกว่าจะพบกันใหม่

มาดามอองทัวร์
Twitter: @MadamAutuer