วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แก้ปัญหารถบรรทุกน้ำหนักเกิน ผ่านไป 1 ปีก็ยังไม่คืบหน้า

โดย ลมกรด

ท่านนายกฯบิ๊กตู่พร่ำบอกเสมอว่าท่านเข้ามาเพื่อปฏิรูปประเทศให้ดีขึ้น และกว่า 3 ปีที่ทำงานมาได้สั่งงานปฏิรูปไปมากมายหลายเรื่อง ผมไม่รู้ว่าบิ๊กตู่สั่งงานไปกี่สิบกี่ร้อยกี่พันเรื่อง แต่งานที่ทำสำเร็จตามคำสั่งมีไม่ถึงครึ่งแน่นอน เรื่องอีกกว่าครึ่งสั่งแล้วลอยหายไปตามสายลม อย่างเช่นกรณีที่สั่งให้กระทรวงคมนาคมไป แก้ปัญหารถบรรทุกน้ำหนักเกิน และ ปัญหาส่วยสติกเกอร์ สั่งการไปแต่ไม่มีความคืบหน้า

เมื่อวันที่ 8 พ.ย.59 บิ๊กตู่สั่งให้กระทรวงคมนาคมเข้มงวดในการควบคุมน้ำหนักรถบรรทุก ขีดเส้นต้องทำให้สำเร็จภายใน 3 เดือน แต่ตอนนี้ล่วงเลยมา 1 ปีแล้ว ยังมะงุมมะงาหราอยู่ มีแต่ประชุมและให้ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมตามสูตร ไม่เห็นมีมาตรการอะไรออกมาเป็นรูปธรรม

ล่าสุด ป.ป.ช.ก็ลงมาเล่นเรื่องนี้ด้วย ไปว่าจ้างคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ทำวิจัยปัญหารถบรรทุกน้ำหนักเกิน หาวิธีจับทุจริตข้าราชการที่รู้เห็นเป็นใจ ซึ่งผมเห็นว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ และยังเป็นการเพิ่มงานให้ ป.ป.ช.โดยใช่เหตุอีกด้วย

เช่นเดียวกับการที่ กรมทางหลวง และ กรมทางหลวงชนบท ไปเน้นซื้อตาชั่งมาไล่ตรวจจับรถบรรทุก ก็เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ข้าราชการกรมทางหลวงมี 2,000 คน กรมทางหลวงชนบทมี 800 คน ส่วนรถที่จดทะเบียนเป็นรถบรรทุก (ตั้งแต่กระบะ 4 ล้อ ยันรถพ่วง 22 ล้อ) มีอยู่ประมาณ 1,030,000 คัน ถ้าเอาข้าราชการทั้งสองกรมไปไล่จับรถบรรทุก เปรียบเหมือนเอาแมว 2,800 ตัวไปไล่จับหนู 1,030,000 ตัว ไม่รู้ว่าอีกกี่ปีกี่ชาติถึงจะจับหมด

สมัยนี้เทคโนโลยีสารสนเทศก้าวหน้าไปมาก เจ้าหน้าที่ตั้งด่านลอยแป๊บเดียว คนขับรถบรรทุกก็รู้กันแล้วขับเลี่ยงด่าน หนีไป ถนนสายรอง แทน แถมรู้เส้นทางดีหลบไปถึงถนนเชื่อมระหว่างหมู่บ้าน ถนนสายรองก็ยิ่งพังเร็วขึ้น ขนาดถนนสายหลักยังรับน้ำหนักไม่ไหว แล้วถนนสายรองจะไปเหลืออะไร

แต่ละปีเราหมดงบประมาณไปกับการซ่อมถนนถึง 4-5 หมื่นล้านบาท เป็นอย่างนี้มาร่วม 20 ปีแล้ว ถ้าแก้ปัญหาไม่ให้มีการบรรทุกน้ำหนักเกินได้ ถนนจะไม่พังชำรุด เราก็เอางบซ่อมไปสร้างถนนเพิ่มได้สบาย ได้ถนนยาวขึ้น ขยายเลนได้มากขึ้น

คุณทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เคยเสนอ แนวทางแก้ปัญหาทั้งระบบ ต่อบิ๊กตู่ ขอให้ใช้ ม.44 แก้ไข พ.ร.บ.ทางหลวง และประกาศ คำสั่ง กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องในคราวเดียว

หลักการคือ ให้เอาผิดผู้ว่าจ้าง และ ผู้ให้บริการ ที่เป็นตัวการสั่งให้คนขับบรรทุกน้ำหนักเกิน รวมถึงหน่วยงานต่างๆ เช่น ท่าเรือ สนามบิน นิคมอุตสาหกรรม สถานีขนถ่ายสินค้า ฯลฯ ต้องมีความผิดด้วย หากปล่อยให้มีรถบรรทุกน้ำหนักเกินวิ่งออกจากพื้นที่ของตัวเอง

เสนอให้เพิ่มโทษการบรรทุกน้ำหนักเกิน โดยให้ลงโทษ ปรับเงินในอัตราก้าวหน้า เช่น ทำผิดครั้งแรกปรับ 1 หมื่นบาท ครั้งที่สองปรับ 3 หมื่นบาท ครั้งที่สามปรับ 1 แสนบาท หรือถ้าทำผิดซ้ำซากไม่เข็ดหลาบ ให้ลงโทษยึดรถ หรือถอนใบอนุญาตผู้ประกอบการไปเลย

นอกจากนี้ ต้องทำให้ ผู้บังคับใช้กฎหมาย เคร่งครัดในการปฏิบัติหน้าที่ ส่วยสติกเกอร์เกิดขึ้นมาได้เพราะเจ้าหน้าที่รู้เห็นเป็นใจ เป็นไปตามทฤษฎีสมประโยชน์ (ยิ่งเป็นรถขนอ้อยยิ่งเห็นชัด ว่ากันว่าค่าบริหารจัดการส่วนนี้สูงถึง 3%) ฉะนั้นต่อไปถ้าเจ้าหน้าที่ส่วนกลางไปจับรถบรรทุกน้ำหนักเกินได้ในพื้นที่ใด แขวงหรือเขตการทางนั้นต้องถูกย้ายทันที ทำเหมือนจับบ่อนก็ต้องย้าย 5 เสือโรงพัก

ก็ไม่รู้ว่าบิ๊กตู่ได้ดูข้อเสนอที่สหพันธ์การขนส่งทางบกฯยื่นไปหรือเปล่า แต่ถ้ายังเย็นใจปล่อยให้ข้าราชการเสนอแผนแก้ปัญหาเอง โดยไม่ส่งคนเข้าไปตรวจสอบทางลึก เรื่องนี้อาจจบแบบพายเรือในอ่าง.

ลมกรด