วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แม้สิงคโปร์จะเปลี่ยนไป แต่ยังเขียวขจีเหมือนเดิม

โดย ซูม

ความเปลี่ยนแปลงมากที่สุดที่ทำให้ผมจำสิงคโปร์แทบไม่ได้เลย มีอยู่ 2 แห่งครับ คือ ที่เกาะ “เซนโตซ่า” กับที่อ่าวมาริน่า หรือมาริน่า เบย์ ที่คนไทยเรารู้จักคุ้นเคยเป็นอย่างดีนั่นเอง

ทุกครั้งที่ไปสิงคโปร์ผมจะต้องแวะไปเซนโตซ่าเสมอๆ อย่างน้อยก็ไปนั่งรถ “โมโนเรล” วิ่งรอบๆเกาะเล็กๆแห่งนี้ แล้วก็แวะไปดูพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ว่าด้วยความเป็นมาของสิงคโปร์

แต่ไปเที่ยวนี้งงตั้งแต่ประตูเข้า เพราะสร้างอะไรต่อมิอะไรเต็มไปหมด รวมทั้งป้ายบอกทางไปโน่นไปนี่หลายสิบป้าย

ซึ่ง 2 ในหลายๆป้ายที่ว่าจะชี้ให้ไป “บ่อนการพนัน” และธีมพาร์ค “ยูนิเวอร์แซล” ที่เกิดขึ้นหลังจากที่ผมมาเยือนหลังสุดทั้งคู่

ที่ยังมีเหมือนเดิม แต่ปรับปรุงจนยิ่งใหญ่ทันสมัยกว่าเดิมหลายเท่า คงต้องยกให้ “อควาเรียม” หรือพิพิธภัณฑ์สัตว์นํ้าของเขาละครับ ต้องยกนิ้วให้จริงๆว่าไปดูพิพิธภัณฑ์สัตว์นํ้ามาหลายๆแห่งแล้วในหลายๆประเทศ...ไม่มีที่ไหนสู้ S.E.A. Aquarium ที่เซนโตซ่าได้เลย

สำหรับที่ มาริน่า เบย์ นั้น สิ่งที่เปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดก็คือ การถือกำเนิดขึ้นของตึกสูง 55 ชั้น ตั้งเรียงกันอยู่เหมือนเสามหึมาแท่งโด่ๆ 3 แท่ง ที่มีเรือท้องแบนใหญ่ๆยาวๆลำหนึ่งขึ้นไปจอดอยู่ข้างบนเป็นหลังคา

นี่คือ มาริน่า เบย์ แซนด์ส กาสิโน แอนด์ รีสอร์ต ผลิตผลใหม่ที่รัฐบาลสิงคโปร์อนุมัติให้โรงแรมแซนด์ส บ่อนใหญ่จากลาสเวกัสมาลงทุนด้วยเงิน 5,700 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 171,000 ล้านบาท

เรือยักษ์ที่พาดเป็นหลังคาของตึกทั้ง 3 หลัง ได้ชื่อว่า เป็น “สวนลอยฟ้า” ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีต้นไม้ใหญ่ 250 ต้น ไม้ประดับอีก 650 ต้น มีจุดชมวิวโดยรอบ และยังมีสระนํ้ากลางแจ้งขนาด 150 เมตร ให้ว่ายนํ้ากลางอากาศกันอีกด้วย

โครงการนี้เปิดให้บริการเมื่อปี 2553 ประสบความสำเร็จอย่างสูง เพราะมีทั้งศูนย์ประชุม ศูนย์แสดงสินค้า และโรงละครอยู่ด้วย มีบริษัทจากต่างแดนไปจัดประชุมและไปพักอย่างล้นหลาม

กาสิโนก็ประสบความสำเร็จล้นหลามเช่นกัน ได้ลูกค้าใหญ่จากสาธารณรัฐประชาชนจีนมาอุดหนุนจนมีกำไรท่วมท้น

มาถึงปี 2558-2559 รายได้จากกาสิโนตกฮวบจนถึงขั้นต้องลดพนักงานลงส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากนโยบายปราบคอร์รัปชันของจีน ทำให้ข้าราชการจีนออกเที่ยวนอกน้อยลง และเศรษฐกิจจีนก็หดตัวลงด้วย

แต่ในรายงานประจำปี 2016 ของบริษัทแซนด์สแม่ที่อเมริกาก็ยังยืนยันว่า แซนด์ส สิงคโปร์พอจะมีกำไรแม้จะลดลง

บริษัทแม่ยังเชื่อว่า ธุรกิจของแซนด์ส สิงคโปร์ยังไปได้ เพราะมิได้พึ่งพาการพนันเพียงอย่างเดียว

ผมไม่ได้เข้าเดินดูภายในแซนด์ส รีสอร์ต ไม่ว่าจะเป็นส่วนใดทั้งสิ้นเพราะเวลาไม่พอ แต่ก็ไปนั่งรับประทานอาหารที่ฝั่งตรงข้ามในค่ำคืนวันหนึ่ง

กินข้าวเย็นไปดูการแสดงแสง สี เสียง ซึ่งมีทั้งการฉายแสงเลเซอร์ และการเล่นสีสันฉูดฉาดประกอบระบำน้ำพุไปพร้อมๆกันด้วย

แม้จะยังไม่อลังการเท่าการแสดง แสง สี เสียง ริมทะเลฮ่องกง แต่ก็ถือว่าเป็นของใหม่ของสิงคโปร์ที่ทำให้ตื่นตาตื่นใจได้พอควรไม่เงียบเหงาเหมือนยุคก่อนๆ

เช้าวันรุ่งขึ้นผมมาเดินออกกำลังภาคเช้าอีกรอบ เพราะโรงแรมที่ผมพักอยู่ไม่ไกลนักเดินมาได้สบายๆก็เลยออกมาเดินข้ามสะพานฉลอง 50 ปี สิงคโปร์ (เปิดใช้ 2015) ซึ่งอยู่ตรงข้ามแซนด์ส รีสอร์ตพอดิบพอดี

ผมมาหยุดเซลฟี่กับรูปปั้น “เมอร์ไลอ้อน” สิงโตหางปลา สัญลักษณ์ของสิงคโปร์ที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมมารีน่า เบย์ และนั่งพักอยู่ครู่ใหญ่

ก็ต้องชื่นชมรัฐบาลสิงคโปร์เขานะครับที่ทำให้บริเวณนี้ที่ความจริงก็ไม่มีอะไรมากกลายเป็น “มีอะไรมากๆ” ขึ้นมาอย่างทันตาเห็นเพียงช่วง 12 ปีที่ผมไม่ได้มาเยือน

ที่สำคัญที่ต้องปรบมือให้เลยดังๆก็เห็นจะเป็นเรื่องความเขียวชอุ่มของสิงคโปร์นั่นแหละครับ...ต่อให้มีตึกใหม่ๆเกิดขึ้นกี่ตึก เขาก็ไม่ยอมตัดต้นไม้ มีแต่จะปลูกเพิ่มขึ้นและเพิ่มขึ้นทำให้เขียวชอุ่มไปทั้งเกาะ

ความเขียวขจีคือสิ่งเดียวที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลงไม่ว่าคุณจะไปจะมาประเทศนี้อีกกี่ครั้งกี่หนก็ตาม.

“ซูม”