วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เทศกาลล่าปา

ขนบประเพณีไทย เดือน 11 เดือนน้ำนอง มีลอยกระทง เดือน 12 น้ำทรง เดือนสุดท้ายของปี มีงานจุดโคม ราชสำนักโบราณ ใช้คำว่า ลอยกระทง ทรงประทีป

ความอยากรู้ เดือน 12 ของจีน จีนโบราณเขาทำอะไรกันบ้าง เปิดหนังสือ เทศกาลจีน และการเซ่นไหว้ (สำนักพิมพ์มติชน 2557) อ่านเรื่องที่ 11 ล่าปา เทศกาลใหญ่ ประจำเดือน 12

อาจารย์ถาวร สิกขโกศล ค้นคว้าไว้ลึกซึ้งกว้างขวาง ผมขออนุญาตคัดย่อเอาแต่ที่พออยากรู้

เดิมทีการล่าสัตว์เซ่นสรวงบูชา เรียก “ล่าเจี๋ย” คำ “ล่า” มีความหมายสามประการ ล่าสัตว์เซ่นไหว้เทพและบรรพชน รับ หมายความคือ ส่งเก่ารับใหม่ และ ขับไล่โรคภัย คำ “ล่า” จีนโบราณ วันนี้ไทยก็เอามาใช้

การล่าสัตว์บูชาเทพปลายปี เป็นพิธีกรรมเก่าแก่ มีมาก่อนยุคสามราชวงศ์ ทำในช่วงฤดูหนาวเสร็จสิ้นงานไร่นา ราชวงศ์เซี่ยเรียกกิจกรรมนี้ว่า “เจียผิง” (สันติสุขอันดีงาม) ราชวงศ์ซางเรียกซิงสื้อ (การเซ่นสรวงอันบริสุทธิ์)

จนมาถึงราชวงศ์โจว เรียก “ต้าล่า” (การล่าสัตว์อันยิ่งใหญ่)

วรรณกรรมยุคชุนชิวจั้นกั๋ว กล่าวว่า วันต้าล่า เป็นวันเซ่นไหว้เทพเจ้าประจำธรรมชาติ บรรพชน และเทพประจำบ้านทั้งห้า คือห้องโถง ประตูบ้าน ประตูห้อง บ่อน้ำ และเตาไฟ

จื่อก้ง ศิษย์ขงจื๊อ เขียนในคัมภีร์หลี่จี้ “ผู้คนทั้งประเทศ สนุกสนานกันเต็มที่ ราวกับบ้าคลั่ง”

เทศกาลล่า อากาศหนาวมาก หิมะเริ่มละลาย จึงมีประเพณีบูชาและแห่เจ้าเตาไฟ เพื่อไล่ความหนาว เทียบได้กับประเพณีแข่งเรือ เพื่อไล่น้ำในเดือนสิบเอ็ดของไทย

ในพิธีแห่เจ้าเตาไฟ มีการเต้นสวมหน้ากาก มีการตีกลองเสียงดังมาก นอกจากไล่ความหนาว ยังทำเพื่อไล่โรคร้ายทุกข์ภัยและเสนียดจัญไรให้หมดไปพร้อมปีเก่า

เสียงกลองที่ดังกึกก้อง เป็นสัญญาณว่าฤดูใบไม้ผลิกำลังจะมา จึงมีคำกล่าวว่า

“กลองเดือนล่าดังสนั่น หญ้าวสันต์เริ่มงอกงาม”

กิจกรรมเด่นของเทศกาลล่าปา คือ การกินล่าปาโจว

ล่าปาโจว คือข้าวเหนียว ต้มอย่างข้าวเหนียวเปียก ใส่ถั่วแดง ถั่วเขียว ถั่วลิสง ข้าวฟ่าง ลูกเดือย พุทราจีน ลำไย แปะก๊วย เม็ดบัว องุ่นแห้ง และเห่งยิ้ง ลงไป กินแล้วช่วยขับไล่โรคภัย

ที่มาของล่าปาโจว มณฑลหูเป่ยและอานฮุยว่า เมื่อจูหยวนจางปฐมกษัตริย์ราชวงศ์หมิง ครั้งเป็นเด็กเลี้ยงวัวอดอยากมาก จึงขุดหาหนูในรูหนู แต่พบข้าวฟ่างและธัญพืชต่างๆ จึงเอามาต้มรวมกิน

เรื่องเล่าพุทธมหายาน ที่แพร่หลาย ในวันที่ สิทธัตถะกุมาร บำเพ็ญทุกรกิริยาจนสลบ หญิงเลี้ยงวัวพบ เอาอาหารติดตัวผสมกับนมวัวและผลไม้ป่าป้อนจนทรงฟื้น ทรงตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในคืนนั้น

มาถึงเรื่องนี้ชาวพุทธเถรวาทไทย ต้องตั้งหลักเข้าใจใหม่พุทธประวัติฉบับจีน พระพุทธเจ้ามิได้ทรงประสูติตรัสรู้นิพพาน ในวันวิสาขะวันเดียวกันขึ้น 15 ค่ำ เดือนหก

แต่ทรงประสูติในวัน 8 ค่ำเดือนสี่จีน ตรัสรู้วัน 8 ค่ำ เดือนสิบสอง นิพพานวัน 15 ค่ำเดือนยี่

จีนจึงผนวกเอาวัน 8 ค่ำ เดือน 12 เข้าไว้เติมสามหมายวันล่า ปาเดิม ล่าสัตว์บูชาเทพเจ้า ส่งปีเก่ารับปีใหม่และขับไล่โรคภัย เป็นความหมายที่สี่ วันตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า

เมนูอาหาร ล่าปาโจว คำโจว บางถิ่นอ่านเป็นโจ๊ก จึงพอลากให้เข้าใจว่า โจ๊กที่คนไทยนิยมกินกันตอนเช้า กลายร่างแปลงรูปจาก ล่าปาโจวนี่เอง

อย่าว่าแต่ล่าปาโจวจะกลายเป็นโจ๊ก วัน 8 ค่ำ เดือนสิบสอง วันล่าสัตว์บูชาเทพเจ้ามาแต่ไหนแต่ไร ยังผสมกับวันตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าได้เลย

เรื่องของขนบประเพณีนี่ก็คงเหมือนการเมือง อยู่กับประชา-ธิปไตยมานานๆก็เบื่อ ชาวบ้านหันมารักเผด็จการทหารบ้าง เป็นครั้งเป็นคราว อะไรๆก็เปลี่ยนแปลงไปได้ทั้งนั้น.

กิเลน ประลองเชิง