วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชาคริต-สาวแอน วันนี้แต่ง เผยแท้ง ‘ลูกแฝด’ (คลิป)

หลุดไป1คน-ชื่นชมว่าที่เจ้าสาว ช่วยเติมเต็มชีวิต-ปัดคบซ้อน! จัดวิวาห์ริมทะเลเฉพาะคนสนิท

“ชาคริต” น้ำตาคลอ เปิดใจวิวาห์รอบสองกับ “แอน-ภัททิรา รุ่งโรจน์” สาวเมืองจันท์ คนนอกวงการ ที่ตอนนี้ตั้งครรภ์ได้ 3 เดือน ระบุเกือบได้ลูกแฝดแล้ว ถึงขนาดคิดชื่อรอ แต่หลุดไปก่อนหนึ่งคน พร้อมชม “ว่าที่เจ้าสาว” มาช่วยเติมเต็มชีวิต สร้างความสุขในช่วงแย่ หนำซ้ำยังทำงานเก่ง ยันไม่ได้คบซ้อน เพราะเพิ่งเริ่มคุยจริงจังเมื่อต้นปี หลังรู้จักกันในกองถ่ายละคร และไม่ได้ร่ำรวยแบบที่ลือกัน ส่วนการจัดงานวิวาห์เน้นเรียบง่าย ขอทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามประเพณี มีแต่ญาติและคนสนิททั้งสองฝ่ายร่วมงานที่รีสอร์ตริมหาดคุ้งวิมาน และไม่รีบร้อนจดทะเบียนสมรส

กลายเป็นประเด็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ ทันที เมื่อพระเอกคนดังชาคริต แย้มนาม วัย 39 ปี เจ้าของฉายาพระเอกไม้เลื้อย ทำเซอร์ไพรส์วิวาห์ฟ้าแลบกับสาวนอกวงการ แอน-ภัททิรา รุ่งโรจน์ วัย 37 ปี ในวันที่ 8 พ.ย.นี้ ที่บ้านเกิดของฝ่ายหญิง ในจังหวัดจันทบุรี ทั้งที่เพิ่งคบหาดูใจกันเมื่อต้นปีนี้ หลังหย่าร้างกับวุ้นเส้น-วิริฒิพา ภักดีประสงค์ นักแสดงและวีเจดัง เมื่อเดือน ต.ค.ปีกลาย ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงเบื้องหลังการแต่งงานรอบสองของพระเอกหนุ่มใหญ่รายนี้

ต่อมาเมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 7 พ.ย. ที่ชั้น 2 จีเอ็มเอ็ม สตูดิโอ ย่านอโศก พระเอกดังชาคริต แย้มนาม เดินทางมาร่วมรายการสด “Oneบันเทิง” พร้อมเผยถึงข่าวดีงานวิวาห์กับแฟนสาวนอกวงการ รวมถึงจุดเริ่มต้นของสัมพันธ์รักที่ทำให้ตัดสินใจสละโสดรอบสองว่า ตนมีกำหนดแต่งงานในวันที่ 8 พ.ย.นี้ ความสัมพันธ์กับแอนเริ่มต้นจากความเป็นเพื่อนที่ดี คุยสนุก ไม่รู้ว่าเริ่มรู้สึกพิเศษตอนไหน แต่พอถึงจุดหนึ่งก็ขอห่างดีกว่า แต่แล้วก็กลับมาคุยกันอีก เขาทำให้ตนรู้สึกสบายใจ จนต้องหันมาถามว่า ตกลงเราเป็นอะไรกัน มันซึมซับมาเรื่อยๆ เขาทำให้ตนใจเย็น ไม่เครียด ทุกอย่างมันลงตัวหลายๆเรื่องเลยตัดสินใจลองคบกันดู

สำหรับประเด็นส่วนใหญ่สนใจว่า “ว่าที่เจ้าสาว” เป็นใครนั้น ชาคริตกล่าวว่า คนปกติธรรมดา คุณแม่ เป็นหมอประจำอนามัยที่ จ.จันทบุรี เกษียณแล้ว ทำงานให้ สสส. ส่วนคุณพ่อเป็นคนทำงานธรรมดา ทำสวนทำไร่ และไม่ใช่ตามข่าวลือว่าเป็นทายาทเศรษฐีพันล้าน ข่าวเลอะเทอะมาก มีทั้งจริงและไม่จริง ตนรู้ว่ามีคนให้ความสนใจเรื่องของเรา ก็ตั้งใจทำให้ถูกต้อง ก็ตัดสินใจนัดเข้าไปกราบคุณพ่อ คุณแม่ของเขา

ชาคริตหัวเราะอย่างอารมณ์ดี เมื่อกล่าวว่าก่อนหน้านั้นช่วงเดือนกว่าๆที่ผ่านมา ตนไปต่างประเทศ ก็ได้เห็นเกลือ-กิตติ เชี่ยววงศ์กุล กับภรรยา พยายามที่จะมีลูก ก็รู้สึกอิจฉา เคยคุยเล่นๆกับแอนว่า มีหลาน ก็ดีนะ แม่ตนจะได้หายป่วย แต่ระวังเป็นแฝดนะ เพราะพี่สาวตนมีลูกชาย 2 คน เป็นฝาแฝด เขาก็บอกว่าตนไร้น้ำยา

“แต่พอผมกลับมาจากต่างประเทศ เขาก็เดินเข้ามาบอกว่า “พี่ แอนท้อง” วินาทีนั้นใจเต้นตุ้บๆ พอตรวจครรภ์แล้วขึ้นมาสองขีด โคตรดีใจ ตื่นเต้นมาก พอไปตรวจก็เจอไข่ 2 ใบ คือได้ลูกแฝด เหมือน กับสิ่งที่ฝันไว้ตลอดว่าคนหนึ่งต้องเป็นผู้หญิง อีกคน เป็นผู้ชาย ถ้าผู้ชายชื่อโบดี้ ผู้หญิงชื่อสกาย” ชาคริต กล่าวด้วยความตื่นเต้น และว่าหลังจากรู้ว่าท้อง

ตอนนั้นต้องเข้าไปไหว้คุณพ่อคุณแม่ของฝ่ายหญิง เลยเข้าไปด้วยเรื่องสองเรื่อง คุณพ่อคุณแม่เขาน่ารัก มาก ก็ดีใจ เพราะถึงเวลาที่ควรจะมีได้แล้ว ทุกอย่างลงตัวสวยงามมาก

อย่างไรก็ตาม พระเอกหนุ่มใหญ่กลับกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ มีน้ำตาคลอเบ้า เมื่อกล่าวว่า ในการอัลตราซาวนด์อีกครั้ง ปรากฏว่าลูกหลุดไปหนึ่งคน รู้สึกเสียใจ ผิดหวัง ช่วงนั้นสภาวะจิตใจเขาก็แย่ ตนก็แย่ แต่ยังเหลืออีกคนก็คอยประคบประหงมให้แข็งแรงที่สุด ตนเลยไม่บอกใครดีกว่า ไม่สร้างสภาวะความเครียดให้กับเขา ให้เงียบที่สุด ซึ่งวันที่เขารู้ว่าหลุดไปหนึ่งคน เขาก็บอกว่าขอโทษว่าเขาไม่แข็งแรง ดูแลลูกไม่ดี ตนก็บอกว่าไม่ใช่ความผิดของใครคนใดคนหนึ่ง เราต้องดูแลกันทั้งทุกข์และสุข ที่ผ่านมา เขามาสร้างความสุขให้ตนในช่วงที่แย่ที่สุดในชีวิต เขามาช่วยเติมเต็ม และทำงานเก่งด้วย ถือว่าตนโชคดีมาก ตอนนี้มีความสุขที่สุด ลูกก็แข็งแรงแล้ว ส่วนเรื่องงานวิวาห์ครั้งนี้ ตนอยากให้ เป็นส่วนตัว ทำพิธีทุกอย่างให้เรียบร้อย คือผูกข้อมือ ขอขมา ไหว้บรรพบุรุษ ซึ่งเป็นพิธีเฉพาะครอบครัวและเพื่อนๆที่สนิท ความตั้งใจของเขาก็อยากให้เป็นพิธีอบอุ่นที่มีแต่คนที่รัก ซึ่งคงเป็นวันที่เขาและตนก็อยากจะจำไปตลอดชีวิต

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หลายคนสงสัยว่าช่วงเวลาที่ชาคริตคบกับแอนคาบเกี่ยวกับที่คบภรรยาเก่า หรือเปล่า ชาคริตกล่าวทันทีว่า ตนหย่าแล้ว เพิ่งเริ่มคุยกับเขาเมื่อประมาณต้นปีนี้ แต่รู้จักกันในกองละคร “ไดมอนด์ อายส์ ตา-สัมผัส-ผี” ทางช่องโมโน 29 และยืนยันว่า การแต่งงานครั้งนี้ ไม่ได้แต่งเพราะเขาท้อง แต่ตนวางแพลนไว้อยู่แล้ว อายุเยอะแล้ว จะทำอะไรก็ต้องรีบ ส่วนอายุครรภ์ของว่าที่เจ้าสาว 3 เดือนแล้ว เรื่องเพศยังไม่ทราบ แต่ได้บอกข่าวดีนี้ให้มารดาที่กำลังป่วยอยู่ได้รับทราบแล้ว ซึ่งมารดาได้มาจับมือลูบท้องของแอน แล้วเดิน เข้ามาหอม ซึ่งเขาถามมารดาตนว่า เอาหลานสาว มั้ย แม่ตนก็ยิ้มรับ แต่พอแอนบอกว่า เอาหลานชายแบบตนมั้ย แม่ตนทำหน้านิ่งเลย

ชาคริตยังกล่าวด้วยว่า ไม่คาดหวังกับความรักครั้งนี้ เพราะตนจะเป็นพ่อคนแล้ว หลังจากนี้วางแผนลดงานลงบ้าง อยากมีเวลาให้ครอบครัว ส่วนเรื่องบ้าน เขาบอกว่าอยู่กันง่ายๆมั้ย บ้านที่ตนเคยวางแปลนไว้แล้ว มันใหญ่ไป ตอนนี้พอมีลูกแล้วทุกอย่างก็ต้องพร้อม ตนอยากให้ลูกอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี ส่วนตัวไม่ว่าจะได้ลูกผู้หญิงหรือผู้ชาย ได้หมด ส่วนเรื่องจดทะเบียนสมรส ตนก็ตั้งใจทำให้ถูกต้อง แต่จะกลับมาจัดการอีกที ขอทำตามประเพณีไทยให้เรียบร้อยก่อน

สำหรับงานแต่งของพระหนุ่ม ชาคริต แย้มนาม กับสาวแอน ที่กำหนดสถานที่จัดงาน คือ เป๊กกี้ โคฟ รีสอร์ท หาดคุ้งวิมาน หมู่ 7 ต.สนามไชย อ.นายายอาม จ.จันทบุรี อยู่ติดถนนเฉลิมบูรพาชลทิศ ก่อนถึงเนินนางพญา ราว 2 กิโลเมตร ในช่วงเช้าวันที่ 8 พ.ย.นั้น พบว่ามีเจ้าหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยของทางรีสอร์ตออกมาอำนวยความสะดวกด้านหน้าทางเข้า-ออกของรีสอร์ต โดยอนุญาตเฉพาะผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดงาน รวมไปถึงคนสนิทเท่านั้นที่เข้าด้านในพื้นที่ได้ และไม่ยอมให้ข้อมูลที่เกี่ยวกับการจัดงานใดๆ

ขณะที่บริเวณสนามหญ้าของรีสอร์ต ข้างสำนักงาน ทีมงานออแกไนซ์จากกรุงเทพฯ เป็นผู้ตกแต่งประดับสถานที่ ทั้งโต๊ะเก้าอี้ ซุ้มมุมที่ระลึกต่างๆ ทุกอย่างเน้นความเรียบง่ายและความเป็นส่วนตัว โดยพิธีแต่งงานของชาคริตกับสาวแอน เริ่มจากพิธีผูกข้อมือตามขนบธรรมเนียมประเพณีไทย และเชิญเฉพาะแขกคนสำคัญ ญาติพี่น้อง คนสนิทของทั้งสองฝ่าย ตลอดจนผู้ใหญ่ในวงการบันเทิง ประมาณ 200 คน ไม่มีออกการ์ดเชิญแต่อย่างใด

ต่อมาผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงค่ำวันที่ 7 พ.ย. ที่รีสอร์ตดังกล่าว ชาคริตได้จัดงานเลี้ยงสละโสด โดยมีเฉพาะกลุ่มเพื่อนสนิท อาทิ กลุ่มนักแสดงซิทคอม “เป็นต่อ” ร่วมงานปาร์ตี้อย่างสนุกสนาน ขณะที่บรรดาแขกผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายจะเดินทางมาร่วมพิธีมงคลสมรสในช่วงสายวันที่ 8 พ.ย. ซึ่งจะมีพิธีตามประเพณีไทย ทำบุญเลี้ยงพระ ผูกข้อมือ และพิธีทางศาสนา เป็นต้น

สำหรับบรรยากาศในงานเลี้ยงล่วงหน้านี้ เป็นไปอย่างเรียบร้อยตามคอนเซปต์ของทางฝ่ายชาย พร้อมกับมีการแจกริสแบนด์ ส่วนหนึ่งคือตามรายชื่อแขกที่จะเข้าร่วมงานในวันรุ่งขึ้น ซึ่งผู้ที่จะเข้าร่วมงานต้องสวมริสแบนด์ เพื่อแสดงสัญลักษณ์ป้องกันการแอบอ้างเข้าร่วมงานมงคลสมรส แม้กระทั่งในงานเลี้ยงแบบเป็นกันเองในช่วงค่ำคืนนี้ แขกที่มาร่วมงานได้นำโทรศัพท์มือถือมาถ่ายภาพ แต่ทางเจ้าภาพกลับออกตัว หากต้องการเก็บภาพก็มีช่างภาพ ที่เตรียมมาบันทึกภาพให้แล้วจะส่งต่อให้ในภายหลัง ซึ่งกระทั่งเวลา 21.00 น. แขกที่มาร่วมงาน ตลอดจน ญาติผู้ใหญ่ก็ต่างทยอยเดินทางกลับ เนื่องจากสภาพอากาศที่มีฝนโปรยไม่เอื้ออำนวยเท่าที่ควร โดยในพิธีวันรุ่งขึ้น เจ้าภาพได้จัดเตรียมสถานที่เป็นเพียง บ้านพักในการประกอบพิธี โดยจะมีเฉพาะญาติคนสำคัญเท่านั้นที่จะเข้าร่วมพิธี