วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มีคดีเกือบทั้งแก๊ง! คุมผู้ต้องหาทำแผนบุกตีอริ รพ.กระทุ่มแบน เร่งล่าอีก4

คุม 7 ผู้ต้องหาบุกทำร้ายคู่อริใน รพ.กระทุ่มแบน-ยิงปืนขึ้นฟ้า ทำแผน รับสารภาพทุกคน เร่งติดตามตัวอีก 4 พบมีคดีติดตัวเกือบทุกคน

เมื่อวันที่ 7 พ.ย. 60 พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.(ปป.) นายประภัสสร์ มาลากาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม รรท.รองผบช.ภ.7 ได้เดินทางมาที่ สภ.กระทุ่มแบน เพื่อติดตามความคืบหน้าในคดีกลุ่มวัยรุ่นกว่า 10 คน ก่อเหตุทำร้ายคู่อริภายในห้องฉุกเฉินของ รพ.กระทุ่มแบน โดยมี พ.ต.อ.มานะ อินพิทักษ์ รรท.ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร พ.ต.อ.สุรพงษ์ ไทยประเสริฐ รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร รรท.ผกก.สภ.กระทุ่มแบน และตำรวจ สภ.กระทุ่มแบน ร่วมกันประชุมประมาณ 20 นาที จากนั้นควบคุมตัว นายอนุรักษ์ พุฒิศิริ อายุ 31 ปี ชาว อ.กระทุ่มแบน เคยถูกจับร่วมกันชิงทรัพย์จนถึงแก่ความตายและร่วมกันปล้นทรัพย์ นายฐิติพงษ์ สุขสวัสดิ์ อายุ 40 ปี ชาว อ.กระทุ่มแบน เคยถูกจับคดีจำหน่ายยาเสพติด นายเอ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี ชาว อ.กระทุ่มแบน เคยถูกจับคดีลักรถจักรยานยนต์ นายกรญวัฒฐ์ บุญชู อายุ 36 ปี ชาว อ.กระทุ่มแบน เคยถูกจับคดีร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธปืน นายณัฐพร รัตนบุรี อายุ 30 ปี ชาว อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น นายวาทิตย์ ประวิรัตน์ อายุ 27 ปี ชาว อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี เคยถูกจับคดีลักทรัพย์ และนายแดง แท่งทอง อายุ 28 ปี เคยถูกจับคดีข่มขืนและลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ รพ.กระทุ่มแบน ซึ่งเหตุการณ์นี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 คน คือ นายสุรเชษฐ์ อนันต์ชัยศิลป์ อายุ 26 ปี ชาว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม นายเนวิน แป้นเงิน อายุ 24 ปี และนายธีรยุทธ เชื้อแพ่ง อายุ 26 ปี ชาว อ.กระทุ่มแบน

ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.กระทุ่มแบน สอบสวนพยานและตรวจสอบกล้องวงจรปิดจนสามารถทราบตัวผู้กระทำผิดมีประมาณ 11 คน และติดตามจับกุม นายอนุรักษ์ และนายฐิติพงษ์ พร้อมปืนยี่ห้อ CZ รุ่น 75D แบบออโตเมติก ขนาด 9 มม. และแมกกาซีน โดย นายอนุรักษ์ ให้การว่า ตนทั้งคู่นั่งอยู่ในรถยนต์ฮอนด้า บริโอ้ สีขาว ทะเบียน ญฮ 2585 กทม. ร่วมกันยิงปืนขึ้นฟ้าหน้า รพ. จริง โดยใช้ปืนกระบอกดังกล่าวผลัดกันยิงจดหมดแมกกาซีน ตนยิงไป 4 นัด ส่วนนายฐิติพงษ์ 11 นัด จากนั้นก็ขับรถหลบหนีไป จนกระทั่งทราบข่าวจึงเข้ามามอบตัว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตฯร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันสมควรและเร่งด่วนตามควรแก่พฤติการณ์และร่วมกันยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมชน นอกจากนี้ยังขยายผลจับกุมผู้ต้องหารายอื่นได้ โดยตั้งข้อกล่าวหาร่วมกันบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยมีอาวุธหรือโดยร่วมกันกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปในเวลากลางคืน ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้อันตรายแก่กายหรือจิตใจ และร่วมกันพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

พ.ต.อ.สุรพงษ์ กล่าวว่า จากการสอบสวนสาเหตุมาจากกลุ่มผู้เสียหายเคยมีเหตุทะเลาะะวิวาทปัญหาส่วนตัวกับกลุ่มวัยรุ่นคู่อริมาก่อน วันเกิดเหตุมาปรับความเข้าใจกันแต่ไม่สามารถตกลงกันได้ และกลุ่มผู้เสียหายถูกทำร้ายและมารับการรักษาตัว กลุ่มคู่อริก็ได้ตามมาทำร้าย ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตามจับผู้ก่อเหตุได้รวม 7 คน เหลืออีก 4 คน อยู่ระหว่างติดตามตัวโดยเร็ว

ทางด้าน พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า ผบ.ตร. ให้ความสำคัญ จึงได้กำชับมาให้ทางตำรวจภาค 7 และ ภ.จว.สมุทรสาคร ลงมากำกับดูแลด้วยตนเอง และทำการสืบสวนว่าใครที่ทำผิดทั้งหมดและต้องตามจับให้ได้ ถือเป็นคดีอุกอาจและกระทำในสถานที่ราชการ ให้ใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างจริงจังและเด็ดขาดต่อไป.