วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ต่อ เหนื่อยสุดตัวกว่าจะคว้าปริญญา ไม่หวั่น มีน เป็นแอร์ฯทำให้รักห่าง (คลิป)

เพิ่งเรียนจบจากคณะอุตสาหกรรมเกษตร ภาควิชาเทคโนโลยีการบรรจุและวัสดุ (ภาคพิเศษ) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และเตรียมตัวจะรับปริญญาแล้ว สำหรับนักแสดงหนุ่มหน้าตี๋ ต่อ ธนภพ ลีรัตนขจร ได้เจอเจ้าตัวมาร่วมงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ "คอลเกต เนเชอรัลส์" ณ ชั้น 5 สวนลอยฟ้า Helix Quartier ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ เลยถามถึงเรื่องดังกล่าว พร้อมทั้งถามถึงเรื่องที่แฟนสาว มีน แขนภา ลาภเวโรจน์ ไปเป็นแอร์โฮสเตส และสาเหตุที่ต้องเลื่อนงานแฟนมีตติ้งที่ประเทศไต้หวันด้วย

เรียนจบจะรับปริญญาแล้ว?
“อีกสองอาทิตย์เรียนเชิญนะครับ ก็ตื่นเต้นนะกับท่ารับมันมีสะบัดข้อมือ แต่อีกใจก็ไม่ตื่นเต้นแล้ว คณะผมให้ซ้อมเป็นร้อยรอบ บอกเลยว่าพวกเราพร้อมกันมากครับผม”

เราทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย ตอนนี้เรียนจบแล้วภาคภูมิใจขนาดไหน?
“ยกให้พ่อแม่เลยครับ เขาอยู่เบื้องหลังในวันที่เราเหนื่อยไม่ไหว เรามีพวกท่านอยู่ก็เลยอยากคว้าใบปริญญามาให้พวกท่านให้ได้ ทำให้เราสู้มาจนถึงทุกวันนี้ ต้องขอบคุณอาจารย์ ขอบคุณเพื่อนด้วย จริงๆ แล้วสำหรับผมสิ่งที่สำคัญอาจไม่ใช่ใบปริญญา แต่ประสบการณ์ที่ผมได้อยู่ในมหาวิทยาลัย”

เพื่อนๆ ช่วยซัพพอร์ตเราขนาดไหน?
“โอ้โห บอกเลยว่ารักมาก เรียนจบแล้วตอนนี้ก็ทำงานร้อยเปอร์เซ็นต์ กำลังเล็งอยู่พอดีมีความคิดอยากจะเรียนต่อด้วยยังไม่เข็ดครับ”

เรียนจบแล้วมีรางวัลให้ตัวเองบ้างไหม?
“ถ่ายรูปรับปริญญานี่ใช่รางวัลไหม ขอให้มีงานเยอะๆ แล้วกัน เรื่องเรียนต่อเราก็มีคุยกับคุณอาคุณแม่ ว่าเราอยากมาทางสายบริหาร เพื่ออยากหัดดูภาพรวมเป็นบ้าง แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะไปทางไหน หรือจะไปทางภาพยนตร์เลยดีไหม”

ทางครอบครัวไม่ได้ขอให้เรียนต่อใช่ไหม?
“แค่ปริญญาใบแรกนี่น้ำตาไหลกันเลยนะ ไม่ได้บอกว่าเขาไม่ได้สนับสนุนเรื่องเรียนนะ เขาเห็นความเหนื่อยของเรามากกว่า ยิ่งตอนนี้คิวเราร้อยเปอร์เซ็นต์ เขาได้เห็นแล้วว่า เวลาเราเหนื่อยจริงมันเป็นอย่างไร เขาก็เลยไม่ได้เรียกร้องว่าต้องเรียนต่อนะลูก แต่กลายเป็นว่าเรารู้สึกอยากเรียนถ้ามีโอกาส”

มีแต่คิวงานแน่นอย่างเดียว แล้วคุณพ่อคุณแม่บ่นไหมไม่ค่อยได้เจอหน้าเลย?
“บ่นทุกวันเลยครับ แต่ทุกวันนี้มีอีเวนต์ใหม่กับตัวเองคือ พยายามกลับไปกินข้าวเย็นที่บ้านจะได้นั่งคุยกันให้บ่อยที่สุด เป็นความรู้สึกที่เราอยากจะทำเอง เหมือนว่าผมเป็นลูกชาย 3 คน พี่ชายทำงานกันหมด บางครั้งเรานึกว่าอาจจะเหงานะ ใครกลับบ้านได้ก็พยายามกลับ”

ทุกคนในครอบครัวตื่นเต้นกับงานรับปริญญาของเราไหม?
“ทุกคนตื่นเต้นมากครับ เพราะจัดวันจันทร์กลัวไม่ได้”

มีเวลาให้ครอบครัว แล้วกับแฟนเรายังมีเวลาให้กันเหมือนเดิมไหม?
“มีเวลาให้กันน้อยลงครับ แต่มีเวลาให้กันเหมือนเดิม ที่บอกเหมือนเดิมคือตอนนี้เราภาษีเท่ากัน เราก็ติดเรื่องคิวงาน เขาก็ติดปีกบินแล้ว พอเราได้ใกล้คนที่ทำอาชีพนี้จริงๆ ทำให้รู้ว่าจริงๆ แล้วเวลามันแน่นอน อาจจะไม่ใช่ทุกวัน 7 โมง ถึง 4 โมงเย็น แต่เรารู้ทุกวันว่าเขาจะบินกี่โมง ผมว่ามันไม่มีคำว่าเวลาไม่แน่นอน”

การเป็นแอร์โฮสเตสคือความฝันของเขาใช่ไหม?
“อันนี้ไม่ใช่จากความคิดเขา แต่เป็นความคิดของผมนะ มันไม่ใช่ความฝันของเขาหรอก แต่มันเป็นอาชีพที่ผู้หญิงใฝ่ฝัน ส่วนเรื่องงานในวงการบันเทิงของเขา ทุกวันนี้ก็ทำอยู่ ก่อนหน้านี้เขาจะทำงานพิธีกรเป็นหลัก ซึ่งเขาก็แบ่งเวลาได้ครับ”

กลัวเรื่องระยะทางระยะเวลาที่ไม่ค่อยตรงกันจะทำให้เรามีปัญหา?
“ให้ผมลองก่อนแล้วกันครับ เขาก็เพิ่งเริ่มทำงาน ส่วนใหญ่จะบ่นว่ากลัว มันจะมีเคสที่คนอาชีพนี้เขากลัวกัน แต่เราจะห่วงในเรื่องของความปลอดภัยมากกว่า มันไม่ใช่การที่เราไม่เชื่อใจใคร แต่เราไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง ถามว่าเพื่อนๆ แซวไหม มีแฟนเป็นนางฟ้า เขาแซวกันด้วยเหรอ ขอบคุณที่แซวครับ”

เราเคยบอกว่าจะมีแฟนมีตติ้งที่ไต้หวัน ช่วงเดือนตุลาคม ยังได้ไปหรือยกเลิกไปแล้ว?
“ใช้คำว่าเลื่อนก็ได้ เป็นเรื่องของทางโน้นเขามีปัญหา ผมไม่สามารถพูดในเชิงลึกได้เพราะมันเป็นปัญหาของฝั่งเขา ผมเสียดายที่เราได้เจอกันช้าลงกับแฟนประเทศนั้น เพราะเราไม่เคยไปเลย ถามว่าเสียใจไหม ตอบเลยว่าไม่ครับ ก็ขอบคุณหากแฟนๆ เสียใจที่ไม่ได้เจอผม แต่เราจะเรียกเขามาเมืองไทยแทน เพราะเราจะจัดมีตติ้งที่ไทยกันภายในปีนี้ ผมคิดว่าถ้าทุกวันนี้เรายังเสียใจกับงานเก่าเนี่ยมันก็ไม่ได้อะไร ทุกวันนี้ชีวิตเรามันเดินหน้า เราแค่ยิ้มรับมองหาอันใหม่ไฉไลกว่าเดิมครับ”

นอกจากไต้หวันจะมีมีตติ้งที่ประเทศอื่นอีกไหม?
“สารภาพตรงๆ เลยคือ คิวผมมันหฤโหด ตอนนี้จะทำไรมันเป็นการคุยล่วงหน้าค่อนข้างนานมากจริงๆ ถามว่าถ้ามีมีตติ้งต่างประเทศเข้ามาอีกต้องเช็กให้ดีก่อนไหม ไม่เช็กหรอก ถามว่าเราเคยไปมีตติ้งต่างประเทศไหม เคยครับ เรารู้ระบบเขาค่อนข้างเยอะ แต่มันด้วยเหตุผลหลายๆ อย่างของเขาที่คุยกันแล้วผู้ใหญ่ทางผมยอมรับได้ เรารู้สึกว่าโอเคถ้าคุณคุยมาตรงๆ”.