วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'มาร์ค' ขอ คสช.ทบทวนปล่อยผีพรรคการเมือง เปิดช่องทำกิจกรรม

"อภิสิทธิ์" ขอ คสช.พิจารณาปลดล็อกพรรคการเมือง เชื่อไม่มีพรรคไหนฝ่ากฎ ซ้ำ ปชช.จะลงโทษเอง ชี้ลักลั่นได้เปรียบเสียเปรียบพรรคสีเขียว ห่วงข้อผ่อนผันแรงงานต่างด้าวหมดอายุสิ้นปี 60 หวั่นกระทบเศรษฐกิจซ้ำ

เมื่อวันที่ 7 พ.ย.60 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีคณะรักษาความสงบเรียบร้อย (คสช.) ยังไม่ยกเลิกคำสั่งห้ามปลดล็อกห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรมทางการเมือง ว่า อยากให้นายกรัฐมนตรีและ คสช.ใช้เวลาในการพิจารณาว่า กิจกรรมหรือสิ่งที่พรรคการเมืองต้องปฏิบัติตามกฎหมายนั้นมีอะไรบ้าง เพื่อจะได้เข้าใจและผ่อนปรนให้สามารถทำให้เป็นไปตามกฎหมายได้ เพราะปัญหาใหญ่คือ พรรคการเมืองใหม่ ซึ่งไม่ว่าจะขยายเวลาอย่างไร ก็จะมีแรงกดดันที่จะทำให้เกิดความไม่พร้อมในเรื่องการแข่งขัน ซึ่งจะทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบกัน ทั้งนี้หากขณะนี้ คสช.ยังไม่พิจารณาอะไร ก็ควรให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ประกาศระเบียบปฏิบัติสำหรับพรรคการเมืองออกมาเพื่อให้พรรคการเมืองสามารถเตรียมการภายในได้ ซึ่งมั่นใจว่าไม่มีพรรคการเมืองใดจะทำให้เกิดความวุ่นวายแน่

"ถามว่าทันไหม ทุกคนก็ปฏิบัติได้ แต่เราอยากให้การปฏิบัติราบรื่น ไม่ทำให้เกิดปัญหาว่ามีความได้เปรียบเสียเปรียบกัน และไม่ใช่ว่าจะปฏิบัติเพียงเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย แต่สุดท้ายไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์การปฏิรูปที่แท้จริง ที่อยากให้ประชาชน และสมาชิกมีส่วนร่วมที่แท้จริง ดังนั้นถ้าอยากจะปฏิรูปจริง ผมคิดว่าจะต้องพิจารณาและอำนวยความสะดวกให้เกิดการปฏิบัติได้ แต่อะไรที่จะวุ่นวาย หรือกระทบกับความมั่นคง ผมยังมองไม่ออกว่า พรรคการเมืองจะทำอย่างนี้เพื่ออะไร เพราะถ้าทำอย่างนี้ จะทำให้การเลือกตั้งเกิดขึ้นไม่ได้ และถ้าใครทำอย่างนั้น ประชาชนก็ไม่สนับสนุน" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ส่วนกรณีความเคลื่อนไหวตั้งพรรคการเมืองใหม่ ของอดีตนายทหารประจำคณะทำงานเตรียมคืนความสุขให้ประชาชนในสังกัด คสช.นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องปกติที่จะมีพรรคการเมืองใหม่มาแข่งขัน แต่สิ่งสำคัญคือช่วงเปลี่ยนผ่านตามกฎหมายทั้งหลายนี้ จะทำให้พรรคการเมืองมีความสามารถในการแข่งขันอย่างเท่าเทียม ไม่มีความได้เปรียบเสียเปรียบในแง่หนึ่งแง่ใด จะช่วยให้ประชาธิปไตยมีความมั่นคงมากขึ้น ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นการตั้งพรรคการเมืองมารองรับใคร ตนคิดว่าไม่สำคัญ หากทุกคนแข่งขันบนความเป็นธรรม

นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานว่างอยู่ว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือเรื่องงานในกระทรวง เพราะมีความเร่งด่วนในเรื่องที่ต้องดำเนินการในเรื่องที่ผ่อนผันเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าวจะครบกำหนดในสิ้นปีนี้ และตามมาตรา 44 ที่ออกมานั้นระบุไว้ว่าจะต้องมีการปรับปรุงกฎหมาย ซึ่งถือเป็นเรื่องของนโยบายที่จะต้องทำให้กฎหมายที่เกี่ยวกับแรงงานต่างด้าวปฏิบัติได้จริง เพราะเหตุผลที่มีปัญหานอกระบบในทุกวันนี้เนื่องจากกฎหมายกับการปฏิบัติยังไม่สอดคล้องกัน และจะกระทบกระเทือนถึงเศรษฐกิจของประเทศ จึงจำเป็นต้องมีการขับเคลื่อน ประกอบกับว่าขณะนี้ก็เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงความเข้มแข็งในการทำงานด้านเศรษฐกิจ ดังนั้นเป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรีจะต้องตัดสินใจเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ว่าจะปรับครม.หรือทำอย่างไร แต่สิ่งสำคัญคือประชาชนต้องการเห็นความเชื่อมั่นในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเรื่องปากท้องของประชาชนให้ผ่านพ้นไปได้