วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บช.ทท.เปิดปฏิบัติการ ’Black Eagle’ สนธิอรินทราช-สยบไพรี รวบแก๊งผิวสี

“บิ๊กโจ๊ก” นำทีมตำรวจท่องเที่ยวเปิดปฏิบัติการ ’Black Eagle’ แบล็กอีเกิ้ล สนธิกำลังอรินทราช และชุดสยบไพรี ปูพรมตรวจค้น 33 จุด ทั่วกรุงกวาดล้างคนผิวสี และอยู่เกินใบอนุญาต ได้ผู้ต้องหา 9 ราย

เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 7 พ.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (บช.ทท.) พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.รองผบช.ทท. พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รองผบก.ทท.1 พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รองผบก.ทท.2 พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รองผบก.สปพ. สนธิกำลังชุดสยบไพรี อรินทราช ตำรวจท่องเที่ยวและตม. แถลงเปิดปฏิบัติการ ’Black Eagle’ แบล็กอีเกิ้ล ปูพรมตรวจค้น 33 จุด ในพื้นที่ ย่านสี่พระยา ลาดพร้าว รามคำแหง สายไหม สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 9 ราย

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากนโยบายของรัฐบาล และทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่เน้นย้ำปราบปรามดำเนินการกับกลุ่มผู้มีอิทธิพล ที่มีลักษณะเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ และอาชญากรรมที่กระทบกับความมั่นคง ส่งผลต่อภาพลักษณ์และการท่องเที่ยวของประเทศไทย เช่น กลุ่มเครือข่ายปลอมธนบัตร (Black Money) กลุ่มเครือข่ายหลอกลวงการแต่งงาน (Romance Scam) กลุ่มเครือข่ายผลิตและปลอมบัตรเครดิต (Skimming) กลุ่มคนหลอกลวงนำเพชรปลอมมาจำหน่าย กลุ่มชาวต่างชาติที่ตั้งตัวเป็นกลุ่มกระทำอาชญากรรมต่างๆ และยาเสพติด ปัจจุบันได้มีการพัฒนาวิธีการกระทำความผิดให้มีความซับซ้อน และหลบเลี่ยงการตรวจจับของเจ้าหน้าที่รัฐ จึงได้ระดมกำลังตำรวจท่องเที่ยว สนธิกำลังร่วมกับหน่วยที่เกี่ยวข้อง ออกระดมกวาดล้างอาชญากรรม 33 จุด

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า สำหรับปฏิบัติการแบล็กอีเกิ้ล เป็นครั้งที่ 10 โดยได้ปูพรมตรวจค้น 33 จุด จับกุมผู้ต้องหาได้ 9 ราย แบ่งเป็นความผิดฐานความผิดเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต 6 ราย เป็นชาวกินี 1 ราย แกมเบีย 1 ราย แทนซาเนีย 1 ราย โซมาเลีย 3 ราย และจับกุมชาวแคเมอรูน 1 ราย ไนจีเรีย 2 ราย ในฐานความผิดเป็นบุคคลต่างด้าว เดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด หรือโอเวอร์สเตย์ ตลอดทั้ง 10 ครั้งที่ผ่านมา ตรวจค้น 154 จุด จับกุมผู้ต้องหา 96 ราย และทำประวัติไปแล้ว 183 ราย

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้จากการตรวจค้นสามารถจับกุมผู้ต้องหาในฐานความผิดเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และเป็นบุคคลต่างด้าว เดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด หรือโอเวอร์สเตย์ ชาวต่างชาติส่วนใหญ่เข้ามาโดยไม่ได้ประกอบอาชีพเป็นหลักแหล่ง เบื้องต้นได้มีการพิมพ์ลายนิ้วมือ และเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ ของชาวต่างชาติทั้งหมด เพื่อทำเป็นฐานข้อมูลประวัติเก็บไว้ พร้อมขึ้นบัญชีแบล็กลิสต์ผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย ก่อนผลักดันออกจากประเทศต่อไป นอกจากนี้ได้ประชาสัมพันธ์เจ้าของอาคารสถานที่ ผู้ประกอบการโรงแรม ห้องให้เช่า ให้ดำเนินการอย่างถูกต้องในการแจ้งที่พักพิงแก่บุคคลต่างด้าวที่เข้ามาพักภายใน 24 ชั่วโมง รวมทั้งให้สอดส่องดูแลนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาพัก หากพบความผิดปกติสามารถแจ้งได้ที่สายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155 ตลอด 24 ชั่วโมง.