วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ดีเอสไอเรียก 5 ผู้ต้องหาเอี่ยวแก๊งเจ้ามอญ ตุ๋นลงทุนพม่าแจ้งข้อหา

หัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ บริษัท ฮัจยี กรุ๊ป แอบอ้างเป็นเจ้ารัฐมอญ แจ้งข้อกล่าวหาแก่บุคคลเพิ่มเติมอีก 5 ราย ก่อนปล่อยตัวกลับ คาดสรุปสำนวนส่งอัยการภายในเดือน พ.ย.นี้

จากกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ขอศาลอนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาเกี่ยวข้องกับคดีแอบอ้างเป็นรัชทายาทรัฐมอญ หลอกนักธุรกิจร่วมลงทุนในรัฐมอญ ประเทศเมียนมา จำนวน 78 โครงการ ในความผิดฐานนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ร่วมกันเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลอันเป็นเท็จ และฉ้อโกงประชาชนทั้งหมด 9 ราย ติดตามจับกุมแล้ว 7 ราย ประกอบด้วย 1.นางสุภัตทา จันทรรังษี 2.นายโกสินธ์ จินาอ่อน 3.นายวิชัย พริ้งจำรัส หรือเจ้าเทพประสันติ มหาทุน 4.นายธนจักษ กมล 5.นางชลัยภัสร์ โพธิอัครานนท์ 6.นายปริชาติ เพ็งผ่าน และ 7.น.ส.ปิยะวรรณ อุดหนุน ส่วนอีก 2 คือ นายกอว มินต์ อู (Mr.KYAW MYINT OO) หรือเทพโยธิน มหาทุน และ นายธนกร อินทรสุวรรณ หรือนายพิสูตร อินทรสุวรรณ อยู่ระหว่างการหลบหนี และเมื่อวันที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.ต.สุริยา นำกำลังค้นบ้านพักนายธนกร พบหลักฐานเอกสารและเงินเกือบ 7 หมื่นบาท

ล่าสุดเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 7 พ.ย.60 พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยว่า ได้เรียกประชุมคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษในคดีพิเศษที่ 217/2560 หรือคดีแอบอ้างเจ้ามอญ เพื่อนำข้อมูลการสืบสวนสาวถึงผู้ต้องหาเพิ่ม ก่อนที่ประชุมมีมติให้ออกหมายเรียกผู้ต้องหารายใหม่ 5 คน ประกอบด้วย 1.นายอนวัฒน์ วัฒนรวคุปต์ 2.นายอมร คำเพิ่มพูล 3.นายพงษกร แสนคำ 4.นายณพดล ศรีสุขสมบูรณ์ และ 5.น.ส.ปิยะฉัตร เอี่ยมสำอางค์ มารับทราบข้อกล่าวหา 1.นำเข้าและเผยแพร่ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ 2.ฉ้อโกงประชาชน และ 3.ความผิดฐานซ่องโจร โดยทั้งหมดเข้ามารับทราบข้อกล่าวหา เมื่อวันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมาแล้ว หลังจากนั้นได้ปล่อยตัวกลับ เนื่องจากพนักงานสอบสวนเปิดโอกาสให้ผู้ต้องหานำพยานหลักฐานเข้าชี้แจงข้อกล่าวหา

"ทั้งนี้พฤติกรรมผู้ต้องหาทั้ง 5 คน นั้นชุดสืบสวนดีเอสไอพบว่า มีส่วนร่วมในการหลอกลวงและเป็นผู้ชักชวนให้ผู้เสียหายเข้ามาร่วมลงทุนใน 78 โครงการเมกะโปรเจกต์ ที่ลงทุนในเมียนมา และยังมีการนำเข้าข้อมูลบุคคล นิติบุคคล และข้อมูลที่เกี่ยวข้องอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายกับผู้อื่นและประชาชน และขอประชาสัมพันธ์ไปยังผู้เสียหายที่ยังไม่ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษให้รีบนำพยานหลักฐานเข้าพบเพื่อทำการสอบปากคำ เนื่องจากพนักงานสอบสวนกำลังเร่งสรุปสำนวนส่งไปยังพนักงานอัยการ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน พ.ย.นี้" พ.ต.ต.สุริยา กล่าว.