วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฟางเส้นสุดท้าย? เจาะปมลึก คดีฆ่าฝังดิน ‘น้องน้ำ’ อมพะนำซ่อนศพ 6 ปี

สารภาพ...แล้วกลับคำ

สำหรับคดีคนหายกลายเป็นฆาตกรรมฝังดิน กรณี นางจันทิรา ศรีศักดิ์ หรือ นก อายุ 48 ปี ชาว จ.เพชรบุรี เข้าร้องขอความช่วยเหลือกับ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ให้ตามหาตัว น.ส.จริยา หรือน้ำ ศรีศักดิ์ อายุ 16 ปี บุตรสาวที่หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำนาน 6 ปี หลังเข้า กทม. มาทำงานบ้านที่ย่านประชาชื่น

ต่อมามีพยานให้เบาะแสว่า “น้องน้ำ” ถูกฆาตกรรมนำศพไปฝังอำพรางคดีในซอยศาลาลอย 4 บ้านนามอญ หมู่ 7 ต.หนองโสน อ.เมืองเพชรบุรี กระทั่งพบโครงกระดูก คาดเป็นของน้องน้ำ ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจพิสูจน์เปรียบเทียบดีเอ็นเอที่สถาบันนิติเวชฯ รพ.ตร.

อย่างไรก็ตาม คดีนี้ ตำรวจชุดสืบสวน กก.5 กองปราบ ได้จับกุมตัว น.ส.กฤษณา หรือโมนา สุวรรณพิทักษ์ นายจ้างโหดรายนี้ ได้ในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา และในเบื้องต้น ให้การรับสารภาพกับ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก.

"เขารับสารภาพว่าได้ลงมือตีน้องน้ำจนเสียชีวิตจริง จากนั้นนำศพไปฝังเพราะกลัวความผิด อย่างไรก็ตามเบื้องต้นได้แจ้งข้อหาทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ความตายเพียงข้อหาเดียวก่อน ส่วนข้อหาเจตนาฆ่าผู้อื่น และซ่อนเร้นอำพรางศพ ยังอยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน" 

หลังสารภาพไม่นาน โมนา ก็พลิกลิ้นกลับคำให้การ อ้างว่า ที่บ้านเกิดเหตุ (599/10 หมู่บ้านกลางกรุง ย่านประชาชื่น) มีผู้พักอาศัย 4 คน บุตรสาวอีก 2 คน และผู้ตาย มี น.ส.เมาท์ (นามสมมติ) สาวทอมบอย คนสนิทของ น.ส.โมนาแวะเวียนไปมา วันเกิดเหตุ 8 เม.ย.55 น.ส.เมาท์แวะมาหาตนที่บ้าน ลงมือทำร้ายทุบตีน้องน้ำจนฟกช้ำดำเขียวไปทั่วตัว แต่ไม่รู้ว่าเกิดจากเรื่องใด กระทั่งเช้าวันที่ 11 เม.ย. พบน้องน้ำนอนแน่นิ่งเสียชีวิตแล้ว ด้วยความตกใจกลัว จึงโทรหาพี่ชายเพื่อปรึกษาว่าจะทำอย่างไรกับศพ ก่อนตกลงนำมาฝังดินที่หลังบ้านแม่ใน จ.เพชรบุรี

เจาะเบื้องลึกครอบครัว "โมนา" กับเสียงร่ำลือที่ชาวเมืองเพชรรู้ดี?

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้เดินทางตามสืบเสาะคดีนี้ถึง จ.เพชรบุรี และได้รับข้อมูลจากชาวบ้าน และคนในพื้นที่จนทราบเรื่องราวของคนในตระกูลของ “โมนา”

สำหรับมารดาของ น.ส.โมนา คือ นางโดโร ทิมพิทักษ์ มีเชื้อสายแขกตระกูลปาทาน ชาวบ้านเรียกติดปากว่า “โซโร” หรือ “สโร” เดิมที มีสามีชื่อ “จำนอง สุวรรณพิทักษ์” ชาวบ้านเรียก “จ่านอง” ต่อมาจ่านองถูกคนร้ายยิงเสียชีวิต กระทั่ง นางโดโร มาได้สามีใหม่ชื่อ “ศักดา ทิมพิทักษ์” หรือ “ผู้ใหญ่ดา” ก็ถูกยิงเสียชีวิตอีก...

นางโดโร กับ จ่านอง มีลูก 4 คน ชื่อ นายเอ นายบี นายบอย (นายปราโมทย์ สุวรรณพิทักษ์ หรือ ผู้ใหญ่บอย) และ น.ส.โมนา กฤษณา ลูกคนสุดท้อง

นางโดโร กับ ผู้ใหญ่ศักดา (ถูกยิงเสียชีวิต) มีลูก 1 คน ชื่อ กฤษณะ ทิมพิทักษ์

ต่อมา นางโดโร ได้สืบทอดตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านมาจากผู้ใหญ่ศักดา และส่งต่อตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านมาถึง ผู้ใหญ่ปราโมทย์ (ลูกคนที่ 3) ชาวบ้านเห็นว่า ผู้ใหญ่ปราโมทย์ ไม่ได้มีข้อเสียอะไร จึงเลือกที่จะสืบทอดตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านต่อไป...

ต่อมา นายกฤษณะ มีดคีความติดตัวและถูกจับเข้าไปอยู่ในเรือนจำอยู่ระยะหนึ่ง.. ซึ่งมีเพียง “สะใภ้” (เมียนายกฤษณะ) ที่ยังคงเดินเข้าเดินออกบ้านของนางโดโร ซึ่งต่อมานายกฤษณะ ก็พ้นโทษ

ทั้งนี้ ชาวบ้านได้ร่ำลือว่า..ได้เกิดศึกระหว่างในตระกูล กระทั่ง.. ก็มีข่าวการบุกค้น...เจอศพปริศนา ที่คาดว่าจะเป็นน้องน้ำ ที่หายสาบสูญเกือบ 6 ปี บริเวณข้างหลังบ้านของ นางโดโร..

สิ่งที่เป็นข้อสังเกต ฟางเส้นสุดท้าย แฉเบื้องหลังซ่อนศพ 6 ปี 

ทีมที่ลงไปขุดนั้น เป็นตำรวจจากกองปราบปราม และมูลนิธิปวีณาหงสกุล โดยที่เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ทราบมาก่อน เมื่อถึงเวลาขุด ใช้เวลาไม่นานก็พบทันที แบบว่า.. “รู้พิกัด” เป็นอย่างดี ทั้งที่ในพื้นที่ที่พบศพนั้นค่อนข้างกว้าง แถมยังรู้อีกต่างหากว่าอยู่ใต้ต้นตาล.. แสดงว่าคนที่(แอบ)ให้ข้อมูลนี้ รู้ทุกอย่างชัดเจน หรือ อาจจะมีส่วนรู้เห็นการหายตัวของน้องน้ำเป็นคนให้ข้อมูลก็เป็นได้ สุดท้ายเกิดเปลี่ยนใจให้ข้อมูลกับ “แม่น้องน้ำ” เพราะมีสาเหตุบางอย่าง..?

คำถามคือ... ทำไมเพิ่งจะมีคนมาเฉลยความจริงตอนนี้

เสียงร่ำลือในพื้นที่ มีการคาดการณ์กันว่า คนที่นำความลับ (ฆาตกรรมน้องน้ำแล้วมาฝังดิน) ออกมาเปิดเผยในครั้งนี้ อาจจะมีมูลเหตุมาจากการ “ยื้อแย่งมรดก”

สืบเนื่องจาก นางโดโร มีสามี 2 คน ทำให้มีทรัพย์สิน(เดิม) จากสามีทั้ง 2 และที่ผ่านมา ได้มีการโอนทรัพย์สินส่วนใหญ่ไปให้กับครอบครัวกับลูก 4 คน แต่ฝ่ายนายกฤษณะ ซึ่งน่าจะมีทรัพย์สินบางส่วนจากพ่อ (ผู้ใหญ่ศักดา) กลับไม่ได้ในส่วนนั้น จึงทำให้เกิดปัญหาระหองระแหงกันในครอบครัว และอาจจะเป็นที่มาของการล่วงรู้ความลับและนำมาเปิดเผย...

แต่ในทางสืบสวนของเจ้าหน้าที่นั้น มีรายงานว่า หลังจากได้รับข้อมูลจากแม่ผู้เสียชีวิต ทีมตำรวจจากกองปราบก็ได้ลงพื้นที่หาข้อมูล กระทั่งพบบุคคลคนหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ให้เบาะแสสำคัญสาวไปจนพบศพ ซึ่งบุคคลนั้นอาจจะรู้เห็นและเก็บงำความลับมานาน...

ขณะที่อีกเบาะแสหนึ่ง มีรายงานว่า คนที่ให้ข้อมูลนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน อาจจะเป็นคนใกล้ชิด “โมนา” ที่ทนรับความรุนแรงของเธอไม่ได้ จึงสุดจะทนและนำเรื่องนี้มาเปิดเผยกับญาติของเหยื่อ

เมื่อทางเจ้าหน้าที่ได้พูดคุยด้วย... บุคคลผู้นี้จึงยอมเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดให้กับเจ้าหน้าที่ กระทั่งสามารถตามจับกุม “โมนา” ได้ พร้อมขุดหาศพที่คาดว่าจะเป็น “น้องน้ำ” จนพบ ส่วนวิธีการหาศพนั้น เบื้องต้น ได้มีการทำพิธีทางไสยศาสตร์ก่อน ซึ่งตอนทีมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่นั้น ก็ยังไม่แน่ใจว่าศพอยู่จุดใด จึงได้ทำการจุดธูปทำพิธี ปรากฏว่า ได้มีกลิ่นศพลอยออกมาอย่างชัดเจน โดยในเรื่องนี้เป็นความเชื่อตามวิจารณญาณของบุคคล..

ส่วนเบาะแสของ “ทอม” ที่เป็นผู้ร่วมขบวนการนั้น มีรายงานว่า ตอนนี้ได้หลบหนีไปกบดานอยู่ในจังหวัดพื้นที่ท่องเที่ยวภาคใต้

ที่สุดเฮี้ยน ผีเขย่ากระต๊อบทุกวัน อ้างเคยเห็นน้องน้ำคลุมผ้าขาว หนาวสั่น

สำหรับเรื่องไสยศาสตร์ ความเชื่อ และโลกวิญญาณนั้น คนที่อาศัยในจุดฝัง อย่าง นายสมนึก สายสร้อย ชาวบ้านอาชีพเลี้ยงไก่ ที่เช่าพื้นที่พบศพ กล่าวว่า ได้เช่าที่ดินต่อจากพ่อตั้งแต่ปี 2559 ตอนเข้ามาก็เป็นเพียงป่ารก เดินลุยถางไปทุกจุด รวมถึงตรงต้นตาลด้วย (จุดที่พบศพ) ซึ่งตอนที่อยู่นั้นก็มีเหตุการณ์แปลกๆ เกิดขึ้นอยู่ตลอด เช่น จู่ๆ ก็มีคนเรียก “นึกๆ” (เสียงผู้ชาย) ผมก็ไปขานรับ ผมเจอแบบนี้ 2-3 หน โดยเฉพาะช่วงโพล้เพล้ ครั้งแรกได้ยินตรงเล้าไก่ อีกครั้งได้ยินตรงต้นตาล

“หลังจากนั้นผมก็เจอมาเรื่อยๆ เช่น เขย่าบ้าน แผ่นดินเลื่อนๆ ก็เลยไปหาหมอดู เขาก็แนะนำให้มาตั้งศาลพระภูมิ ส่วนน้องน้ำ ผมก็เคยเจอ...ขณะกำลังเลื่อยไม้กำลังสุมไฟให้ไก่ จากนั้นก็เดินไปฉี่ ปรากฏว่า เห็นเลย “ผู้หญิงตัวเล็กๆ ห่มผ้าขาว นั่งสั่น” จากนั้นช่วงพักหลังนี้เจอกันแทบทุกคืน เห็นหน้าแต่ไม่ชัด แต่หลังจากที่เอาศพออกไปแล้ว นี่เห็นชัดเลย โดยเห็นเป็นรูปร่าง แต่หน้าเห็นไม่ชัดเหมือนเดิม ซึ่งเป็นเงาดำทุกคืน บ้านที่เคยถูกเขย่า โดนแรงกว่าเดิมอีก”

ส่วนตัวคิดว่าเขาน่าจะต้องการสื่อสาร แต่ก็ไม่รู้ว่าสื่อสารอะไร ส่วนตัวไม่ได้เคยคิดมาก่อนว่าจะมีศพในที่ของตนเอง คิดว่าเป็นเจ้าที่มาทัก

“ร่างทรงบอกผมหากินคนเดียว แต่ผีกินเป็นสิบ ผมก็คิดว่าเป็นผีคนเก่าแก่ คงเป็นเจ้าที่เท่านั้น”

ชีวิตลำบาก ตามหาลูก 6 ปี พี่ชายดีใจได้เจอน้องแม้ไร้ลมหายใจ

นายจตุรงค์ อุ่มละออ พี่ชายของน้องน้ำ ซึ่งอายุห่างกัน 3 ปี วัย 24 ปี เปิดเผยว่า หากน้องสาวมีชีวิต ตอนนี้คงอายุ 21 ปีแล้ว ส่วนตัวไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้เจอน้อง เพราะน้องหายมานาน 5-6 ปีแล้ว ที่ผ่านมาพยายามหาน้องมาทุกทาง เช่น โพสต์รูปลงโซเชียลเน็ตเวิร์ก หรือแม้กระทั่งมาตามหาในตัวเมือง (เพชรบุรี) นอกจากนี้ยังได้มาตามหาที่บ้านแม่ของนายจ้างด้วย แต่ก็ไม่พบ แต่ไม่ได้เข้ากรุงเทพฯ เพราะไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหน รู้แต่เพียงว่าเคยพาน้องมาที่นี่แล้วน้องหนีออกจากบ้าน

“ส่วนตัวผมไม่เชื่อเลยว่าน้องจะหนีออกจากบ้าน เพราะหากว่าหนีจริง น้องก็ต้องกลับบ้าน เพราะน้องเป็นคนเรียบร้อย ช่วยเหลือแม่ทำงานมาโดยตลอด ส่วนตัวมั่นใจว่าศพที่พบเป็นน้องแน่ๆ เพราะจำผมของน้องได้ เพราะน้องจะมีสีผมที่ดำมาก ผมยาว และหยิกหน่อยๆ อย่างไรก็ตาม หลังจากตำรวจดำเนินการศพของน้องเสร็จสิ้น ก็คงจะนำกลับมาทำพิธีทางศาสนา

ขณะที่ นางจันทิรา เปิดใจผ่านรายการ ถามตรงๆ กับจอมขวัญ โดยร่ำไห้ตลอดว่า เสียใจที่ลูกสาวถูกกระทำทารุณถึงเพียงนี้ สาเหตุเพราะเขาอารมณ์รุนแรง น้องถูกทุบตีทุกวัน น้องถูกตีจนเขียวไปทั้งตัว จนกรามหัก ซี่โครงหัก เด็กอายุเพียง 16 ปี จะไปทนไหวได้หรือ ทำขนาดนี้ยังไม่ส่งโรงพยาบาล แถมยังล่ามโซ่อีก ให้ใส่แพมเพิร์สเพียงตัวเดียวแล้วขังไว้นอกระเบียง...ช่วงที่ผ่านมาได้คุยกับน้องเพียงครั้งเดียว โดยปลายมีนาคม หรือ ต้นเมษายน ช่วงนั้น น้องยังเสียงใสอยู่ บอกว่า ทนได้ ทำงานได้ แต่หลังจากนั้นก็ติดต่อไม่ได้อีกเลย

“ฆ่าลูกฉันทำไม ถ้าน้องทำงานไม่ดี ทำไมไม่เอาน้องมาคืนแม่...”

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน