วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลุยตั้ง 'มหาวิทยาลัยซีเอ็มเคแอล' เปิดสอนปี 61

เด็กไทยเตรียมเฮ สจล.เร่งเครื่องจัดตั้ง "มหาวิทยาลัยซีเอ็มเคแอล" ในไทย เชื่อมั่นเป็นศูนย์กลางผลิตบุคลากรไทย ที่มีทักษะความสามารถรองรับการพัฒนาประเทศยุค 4.0

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เปิดเผยความคืบหน้าการจัดตั้งมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน (Carnegie Mellon University) ในประเทศไทย โดยร่วมมือกับ สจล. บริหารจัดการและเปิดดำเนินการเรียนการสอน ในปีการศึกษา 2561 ว่า การจัดตั้งมหาวิทยาลัยต่างชาติในประเทศไทย เป็นหนึ่งในนโยบายที่รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านวิชาการและทักษะความสามารถของบัณฑิตไทย รองรับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และตอบโจทย์การพัฒนาประเทศในอนาคต โดยหลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อเร็วๆ นี้ มีมติเห็นชอบให้มหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน เข้ามาเปิดดำเนินการในประเทศไทยร่วมกับ สจล. ภายใต้ชื่อว่า มหาวิทยาลัยซีเอ็มเคแอล (CMKL University) ผู้บริหารทั้งสองสถาบันการศึกษาจึงได้เร่งดำเนินการตามแผนการจัดตั้งมหาวิทยาลัย เพื่อให้สามารถจัดการเรียนการสอนได้ทัน ในปีการศึกษา 2561 เป็นปีแรก โดยนำร่องเปิดสอนหลักสูตรสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ ในระดับปริญญาเอกและปริญญาโท และสาขาวิศวกรรมซอฟต์แวร์ ในระดับปริญญาโท จากนั้นจึงจะขยายหลักสูตรเพิ่มเติมในปีการศึกษาถัดไป
 
"ในช่วงต้นเดือน ธ.ค.นี้ คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน จะเดินทางมาประเทศไทยเพื่อร่วมหารือกับ สจล. พร้อมลงพื้นที่ตรวจสอบความคืบหน้าการจัดสร้างมหาวิทยาลัย หลังจากที่ก่อนหน้านี้ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และคณะผู้บริหาร สจล. ได้เดินทางไปยัง มหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อร่วมหารือให้สามารถดำเนินการได้ตามแผนงานที่วางไว้ ซึ่งในส่วนของรายละเอียดหลักสูตรและรูปแบบการบริหารจัดการ จะมีการให้ข้อมูลอย่างเป็นทางการ ในช่วงที่คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน เดินทางมาประเทศไทย" อธิการบดี สจล. กล่าว
 
ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ สจล. กับ มหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน ยังมีความร่วมมือในด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการศึกษาไทยด้วย ได้แก่ การจัดทำโครงการวิจัยร่วมเพื่อตอบปัญหาของประเทศ โดยโครงการวิจัยทุกโครงการจะใช้อาจารย์และนักวิจัยหลัก จากมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน ร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก มหาวิทยาลัยในประเทศไทย และภาคเอกชน ร่วมมือกันในลักษณะเป็นเครือข่ายนักวิจัยและถ่ายทอดความรู้ เพื่อสร้างงานวิจัยและนวัตกรรมที่มีโอกาสต่อยอดทางธุรกิจขับเคลื่อนและพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทย การแลกเปลี่ยนอาจารย์และนักวิจัยเพื่อพัฒนาทักษะ การแลกเปลี่ยนบุคลากรผู้มีความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ถือเป็นหนึ่งในการพัฒนาบุคลากรไทยให้ทัดเทียมมาตรฐานโลก พร้อมผลักดันให้ประเทศไทยขยับขึ้นเป็นศูนย์กลาง ด้านการวิจัยและนวัตกรรมของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อันเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและบริษัทข้ามชาติ ในการเข้ามาตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา หรือการผลิตขั้นสูงในประเทศไทย
 
สำหรับแผนความร่วมมือระยะยาวนั้น ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าวว่า ได้วางเป้าหมายผลผลิตที่วงการศึกษาไทย และประเทศชาติจะได้รับแบ่งเป็นผลิตนักศึกษาปริญญาเอก ไม่ต่ำกว่า 100 คน ผลิตนักศึกษาปริญญาโท ไม่ต่ำกว่า 250 คน พร้อมยกระดับคุณภาพอาจารย์และนักวิจัยไทยให้มีมาตรฐานระดับโลก สร้างโครงการวิจัยเพื่อต่อยอดเป็นวัตกรรมหรือมีศักยภาพเชิงพาณิชย์ และสร้างแพลตฟอร์มและเครือข่ายให้อาจารย์ นักวิจัย นักศึกษา และบริษัทในประเทศไทย ได้เข้ามาเพิ่มพูนความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ กับอาจารย์และนักวิจัยด้านเทคโนโลยีระดับแนวหน้าของโลก จึงเชื่อมั่นว่าความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง สจล. กับ มหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน จะช่วยยกระดับความรู้และทักษะแห่งโลกยุคใหม่ในทุกภาคส่วน ไม่เฉพาะด้านการศึกษาแต่ยังรวมไปถึงด้านการให้บริการและธุรกิจดิจิทัล ด้านโลจิสติกส์และการคมนาคมขนส่ง ด้านหุ่นยนต์สมองกลฝังตัวและการควบคุมจักรกลอัตโนมัติ ซึ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสาขาวิชาที่ สจล. มีความพร้อมในการพัฒนาก้าวสู่การเป็นผู้นำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำระดับโลกด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยเฉพาะด้านวิศวกรรมศาสตร์และคอมพิวเตอร์