วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กกร. ชี้โรดแม็ป เหลือเวลาไม่มาก มองปรับ ครม.ใหม่ ต้องสานต่องานได้ทันที

กกร. ชี้ปรับ ครม.ตั้งคนใหม่ ต้องสานต่องานได้ทันที ไม่ให้หยุดชะงัก มองเศรษฐกิจไทยโตต่อเนื่องช่วงครึ่งปีหลัง ประมาณการ ปี 60 ขยายตัว 3.7-4% แม้รับผลกระทบจากน้ำท่วม แต่ได้มาตรการรัฐช่วยเหลือฟื้นฟูความเสียหาย...

เมื่อวันที่ 7 พ.ย. นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในฐานะประธานที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) กล่าวถึง กระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า เนื่องจากเวลาในการทำงานของรัฐบาลตามโรดแม็ปเหลืออีกไม่มาก ดังนั้นคนที่จะเข้ามาใหม่ควรจะสานต่องานได้ทันที เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาหยุดชะงัก ซึ่งที่ผ่านมา ภาคเอกชนให้ความร่วมมือกับภาครัฐมาด้วยดีโดยตลอด

ส่วนอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2560 ที่ประชุม กกร.ยังประมาณการไว้ที่ 3.7-4.0% และประเมินส่งออกจะขยายตัวเข้าใกล้กรอบบนของประมาณการที่ 6.5-7.5% ขณะที่เงินเฟ้อคาดว่ายังอยู่ในกรอบ 0.5-1.0% ตามเดิม เนื่องจากเห็นว่าเศรษฐกิจไทยยังเติบโตในเกณฑ์ที่ดีต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลัง สะท้อนจากเครื่องชี้เศรษฐกิจในไตรมาส 3/2560 ไม่ว่าจะเป็นการส่งออกที่ดีกว่าคาด การฟื้นตัวของตลาดนักท่องเที่ยวจีน รวมถึงการฟื้นตัวของการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชน

ทั้งนี้ แม้เหตุอุทกภัยที่เกิดขึ้นอาจจะสร้างความเสียหาย และกระทบต่อเศรษฐกิจบ้าง โดยเฉพาะการผลิตในภาคเกษตร แต่คาดว่ามาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ และการใช้จ่ายเพื่อฟื้นฟูความเสียหาย จะช่วยประคองให้เศรษฐกิจไทยในภาพรวมยังขยายตัวได้ในกรอบการคาดการณ์

สำหรับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกนั้น จากเครื่องชี้เศรษฐกิจของประเทศหลักๆ ที่ยังคงขยายตัวได้ต่อเนื่อง ทำให้เศรษฐกิจโลกสามารถรักษาแรงส่งของการขยายตัวต่อไปในช่วงที่เหลือของปี 2560 นี้ และในปี 2561 สอดรับกับการที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ปรับประมาณการอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปี 2561 เพิ่มขึ้นจากเดิม นำโดยเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งเป็นที่คาดหวังว่ามาตรการด้านการคลังของสหรัฐฯ คงจะสามารถผ่านการพิจารณาของวุฒิสภา และมีผลกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในปีหน้า หลังจากที่ร่างกฎหมายได้ผ่านความเห็นชอบของสภาล่างสหรัฐฯ มาแล้ว

อย่างไรก็ตาม ยังคงมีประเด็นท้าทายจากเศรษฐกิจหลักอื่นๆ อาทิ สหภาพยุโรป และจีน ซึ่งในปี 2561 คาดการณ์ว่าการขยายตัวอาจจะชะลอลงจากปี 2560 ประกอบกับทิศทางอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทที่ยังมีแนวโน้มผันผวน อาจเป็นปัจจัยที่กดดันแนวโน้มการส่งออกของไทยในระยะข้างหน้าได้ ส่วนภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่เริ่มฟื้นตัว แนวโน้มผู้ว่างงานลดลง น่าจะส่งผลให้เงินดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่า ส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่าเป็นผลดีต่อการส่งออก ส่วนการเลือกประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คนใหม่นั้น แนวโน้มผู้ที่ได้รับเลือกมีแนวคิดเหมือนประธานคนเก่าที่เป็นสายพิราบ ที่ไม่มีแนวคิดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะทำให้อัตราแลกเปลี่ยนไม่เกิดความผันผวนรุนแรง

ขณะที่ โครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ภาคเอกชนให้ความสำคัญกับการออกกฎหมายที่อยู่ในการพิจารณาของ สนช.มากกว่าคนที่จะเข้ามากำกับดูแล.