วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ภูมิธรรม ซัดรัฐบาลเดินผิดทาง หั่นนโยบายช่วยเกษตรกรทิ้ง

พท.ซัดรัฐบาล คสช.เดินผิดทาง หั่นนโยบายช่วยเกษตรกรทิ้ง สร้างความเดือดร้อน เฉ่งนิ่งดูดายปัญหาภัยพิบัติ จวกอ้างความมั่นคงเตะถ่วงโรดแม็ป ใช้อนาคตประเทศเป็นตัวประกัน ยื้ออำนาจ

เมื่อวันที่ 7 พ.ย. นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าได้ฟังคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะผู้บริหารในรัฐบาลเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา รู้สึกไม่สบายใจกับความคิดเห็นดังกล่าวต่อสถานการณ์ของประเทศในปัจจุบัน เพราะนายกฯอธิบายถึงการกำหนดทิศทางและอนาคตของประเทศ โดยพยายามผนวกปัญหาความเดือดร้อนที่ประชาชนกำลังเผชิญกับการแก้ไขปัญหาเรื่องความมั่นคงของประเทศ

โดยตนมีมุมมองที่แตกต่างว่า ประชาชนโดยเฉพาะคนส่วนใหญ่ที่ยากจนหรือขาดโอกาสกำลังประสบกับปัญหาที่ซับซ้อนในการดำรงชีวิต เป็นภาระโดยตรงที่รัฐบาลหรือผู้มีบทบาทในการดูแลประเทศ จะต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ในการหาหนทางคลี่คลายปัญหา เชื่อมั่นว่าพรรคการเมืองและผู้ห่วงใยในความทุกข์ยากของประชาชน ได้พยายามเฝ้าติดตามดูบทบาท และการทำงานของ คสช. ด้วยความห่วงใยว่า สิ่งที่กำลังดำเนินการ เป็นสิ่งที่มีคนจำนวนมากเห็นแตกต่าง และไม่มั่นใจว่าเป็นทิศทางการแก้ไขปัญหาที่สอดคล้องกับความต้องการแท้จริง

นายภูมิธรรม กล่าวว่า สิ่งที่กำลังเดินผิดทาง คือนับตั้งแต่วันที่ท่านเข้ามาบริหารประเทศ คสช.ยุตินโยบายต่างๆ ที่ช่วยเหลือเกษตรกร และยังไม่เห็นนโยบายรูปธรรม ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรยังไม่ได้รับการแก้ไข ซ้ำร้ายหนักขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้นโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่จำกัดการใช้จ่ายของประชาชน เฉพาะร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ ซึ่งนับเป็นการแก้ไขปัญหาที่ไม่เข้าใจปัญหา ไม่เข้าใจความเดือดร้อนที่เป็นจริง 

โดยสิ่งที่ควรดำเนินการ คือการพยายามกระจายทรัพยากรไปสู่คนที่มีรายได้น้อย โดยมุ่งให้ประชาชนมีอิสระในการจับจ่ายใช้สอยโดยไม่ต้องกลัวว่าจะใช้จ่ายผิดประเภท ซึ่งหากไม่จำกัดประเภทการใช้จ่าย เงินจะถูกกระจายไปอีกหลายรอบ สร้างการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ มากกว่าสิ่งที่รัฐบาลปัจจุบันกำลังทำอีกหลายเท่าตัว

นายภูมิธรรม กล่าวด้วยว่า ยังมีพื้นที่อีกจำนวนไม่น้อยที่กำลังเผชิญกับภาวะความเดือดร้อนจากปัญหาภัยพิบัติ การอดทนอยู่กับภาวะน้ำท่วมมานานกว่า 3 เดือน นับเป็นปัญหาที่ถูกดูดายและประชาชนขาดความมั่นใจ เพราะรัฐหรือรัฐบาลยังไม่ได้กำหนดแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมในการจัดการปัญหานี้อย่างเร่งด่วนและอย่างเต็มที่

นอกจากปัญหาดังกล่าว สิ่งสำคัญที่ต้องใส่ใจและกระทำควบคู่กันไปคือการนำพาประเทศให้ก้าวสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่ทั่วโลกยอมรับและเรียกร้อง จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นกลับคืนให้แก่ประเทศ ปัจจุบัน พ.ร.ป.พรรคการเมือง ประกาศใช้ และมีสภาพบังคับให้พรรคการเมืองต้องดำเนินกิจกรรมหลายอย่างให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ที่สำคัญการเปิดพื้นที่ประชาธิปไตยเป็นข้อกำหนดให้บรรดาพรรคการเมืองต้องทำงานประสานกับพี่น้องประชาชน เพื่อรับรู้ปัญหาและความต้องการ นำมาจัดทำนโยบายและข้อเสนอแนะที่เป็นทางเลือก

นายภูมิธรรม กล่าวอีกว่า สิ่งที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบันคือ วิกฤติความเชื่อมั่น ประเทศไทยภายใต้รัฐบาลปัจจุบัน เป็นประเทศที่ทำให้ประชาชนจำนวนมากขาดความเชื่อมั่น ไม่มีความมั่นคง รัฐบาลสามารถใช้อำนาจพิเศษเช่น มาตรา 44 ดำเนินการอะไร อย่างไร กับใครก็ได้ สิ่งเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งมีผลกระทบอย่างมากต่อระบบเศรษฐกิจ และการลงทุนในประเทศ

ดังนั้นการสร้างความเชื่อมั่นเพื่อแก้ปัญหา และเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการเมืองโดยเร่งด่วน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องเร่งปฏิบัติ และเป็นเรื่องเดียวกันกับ การแก้ปัญหาและความเดือดร้อนในชีวิตที่ประชาชนกำลังเผชิญ ส่งผลกระทบต่อกันและกันจึงไม่ควรมีใครนำปัญหาใดปัญหาหนึ่งมาเป็นข้ออ้าง และกล่าวว่า ต้องทำไปทีละเรื่อง ต้องรอเรื่องนั้นสำเร็จก่อนจึงจะเริ่มเรื่องนี้ คำกล่าวอ้างดังกล่าวเป็นเพียงการดึงเรื่องให้ช้าลง การสร้างความเชื่อมั่นในการเดินตามโรดแม็ป กำลังกลายเป็นข้ออ้างต่อนานาชาติที่จับตามอง แต่ในความเป็นจริงก็เป็นการมุ่งหวังให้พรรคการเมืองทำงานล่าช้า ยืดเวลาเพื่อให้การทำงานขัดต่อกระบวนการ เป็นการตัดตอนพรรคการเมืองในอีกนัยหนึ่ง

"อย่าแยกเรื่องความมั่นคงของประเทศ และความเดือดร้อนของประชาชนออกจากกัน เพื่อยืดเวลาอยู่ในอำนาจ หรือเพื่อสืบทอดอำนาจของตนและพวกพ้องให้ยาวนานออกไปรัฐบาลและกลุ่มผู้มีอำนาจ ไม่มีสิทธิและไม่มีความชอบธรรมที่จะเอาอนาคตของประเทศและความเดือดร้อนของประชาชน มาเป็นตัวประกัน เพื่อการดำรงอยู่ในอำนาจต่อไป" นายภูมิธรรมกล่าว