วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จำลองเหตุการณ์สาวพม่ายิงตัวตาย หลังพบวิถีกระสุนไม่ตรงตามแพทย์ระบุ

เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง นำตัวญาติน้องหวาน สาวชาวเมียนมา ลงพื้นที่จำลองเหตุการณ์อีกครั้ง หลังผลตรวจขัดกับนิติเวช ไม่อนุญาตให้สื่อเข้าไปภายในบ้าน รอง ผบช.ภาค 7 จ่อสอบข้อเท็จจริงแพทย์

กรณีที่ น.ส.หวาน หญิงสาวชาวพม่าใช้อาวุธปืนยิงตัวตาย เกิดเหตุที่บ้านเลขที่ 15/13 ถนนปากแรต ต.บ้านโป่ง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ช่วงเย็นวันที่ 6 ส.ค. 60 ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมกับระบุว่า น.ส.หวาน นั้นฆ่าตัวตาย แต่ต่อมา นางปาละ และ น.ส.ลุควา แม่และพี่สาวของผู้ตายได้เข้าร้องเรียนกับกองปราบปรามว่า ลูกสาวนั้นอาจจะถูกฆาตกรรม เนื่องจากมีความผิดปกติหลายอย่าง จึงทำให้ต้องมีการไปขุดศพขึ้นมาตรวจพิสูจน์ ซึ่งวันนี้ผลการตรวจจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ได้ออกมา และผลปรากฏว่าขัดแย้งกับผลการตรวจจากแพทย์ที่ รพ.บ้านโป่ง ซึ่งเข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุ


วันนี้ 7 พ.ย. 60 เวลา 09.30 น. นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เจ้าหน้าที่สถานทูตเมียนมา พร้อมด้วย นางปาละ และ น.ส.ลุควา แม่และพี่สาว น.ส.หวาน ปาเปียว สาวใช้พม่า ได้เดินทางมาที่ สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี หลังทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับทราบผลการตรวจพิสูจน์จากสถาบันนิติเวช ว่าขัดแย้งกับทางแพทย์ของโรงพยาบาลบ้านโป่ง ที่เข้าตรวจสอบสภาพศพในวันเกิดเหตุ จึงต้องมีการจำลองสถานการณ์การยิงขึ้นใหม่ในจุดเกิดเหตุ จึงได้เชิญญาติๆ และทนายความมาร่วมดูการจำลองเหตุการณ์ในครั้งนี้ ที่บ้านของนายจ้าง แต่ไม่อนุญาตให้สื่อเข้าไปภายในบ้าน หลังจากเสร็จการจำลองเหตุการณ์ ทางญาติก็ยังไม่เชื่อว่าเป็นการฆ่าตัวตาย

ด้าน พล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช รอง ผบช. ภาค 7 กล่าวว่า ผลตรวจหาวิถีกระสุนที่สถาบันนิติเวชนั้น ไม่ตรงกับทางแพทย์ที่ รพ.บ้านโป่ง ซึ่งเรื่องนี้ก็จะต้องทำการไปสอบแพทย์ รวมทั้งแพทย์ที่ผ่าพิสูจน์ที่นิติเวชด้วย เพื่อให้เกิดความกระจ่างทั้งสองฝ่าย แต่โดยทั่วไปถ้าดูจากศพของน้องน้ำหวานภายนอกแล้ว พบว่ารูกระสุนที่บริเวณขมับด้านขวานั้นรูเล็ก ซึ่งสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นรูเข้าของกระสุน และกระสุนที่ออกไปทางด้านซ้ายนั้นมีปากแผลกว้าง แต่ก็เป็นไปได้ว่าถ้าการนำปืนจ่อขมับในระยะประชั้นชิด แรงระเบิดอาจทำให้บาดแผลกว้าง ส่วนรูออกนั้นเล็ก ซึ่งคงจะต้องให้ทางแพทย์นั้นเป็นทำการผ่าออกมาดูถึงชิ้นกะโหลกที่แตกว่าแตกไปทางไหน

ส่วนในการสอบสวนเจ้าของบ้านก่อนเกิดเหตุ ได้ให้การว่า ผู้ตายเสียใจที่พี่สาวนำเงินที่เก็บสะสมไว้ไป ซึ่งได้มีการพุดคุย และตกลงกับพี่สาวกันว่าในสิ้นปีนี้ จะลาออก แล้วนำเงินไปเปิดร้านค้าให้กับพ่อที่ประเทศเมียนมา แต่ น.ส.ลุควา ปาเปียว พี่สาว ปฏิเสธว่าไม่มีการพูดคุยเรื่องดังกล่าว ก่อนออกจากบ้านนายจ้าง เพียงนำเงิน 1 หมื่นบาทที่ตนสะสมไว้ไปเท่านั้น