วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วิษณี เทพเจริญ ทายาทอสังหาฯชื่อดัง “ณุศาศิริ”

ถ่ายเลือดเข้มข้นจากพ่อแม่ ทั้งเข้มแข็งและขยันจนเป็นที่ยอมรับ

คลื่นลูกใหม่ที่มาแรงพร้อมพิสูจน์ฝีมือ วิษณี เทพเจริญ ทายาทนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ขอใช้ความรู้ความสามารถเพื่อต่อยอดธุรกิจหมื่นล้านของครอบครัว โดยมุ่งมั่นพัฒนาองค์กรให้เป็นผู้นำทางธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ

วิษณี หรือ “บีท” ผู้บริหารสาววัย 25 ปี ทายาทของ ศิริญา-วิษณุ เทพเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ณุศาศิริ ได้เล่าถึงเส้นทางการทำงานของเธอว่า การก้าวมาทำงานในตำแหน่งรองประธานด้านการตลาด บมจ. ณุศาศิริ ใช่ว่าเพราะเป็นลูกเจ้าของ แต่ได้มาด้วยบทพิสูจน์ความสามารถในการทำงานสไตล์ “กัดไม่ปล่อย” ของเธอที่มีตัวเลขยืนยัน ซึ่งการทำงานด้วยความเข้มแข็ง และการขยันนั้น ล้วนได้มาจากพ่อแม่ ที่เป็นต้นแบบและการปลูกฝังทางความคิด จึงทำให้เธอได้รับตำแหน่งหน้าที่การงานในทุกวันนี้

บีท เป็นลูกสาวคนที่ 2 ในจำนวน 5 คนค่ะ พี่น้องเยอะ และคุณพ่อคุณแม่ก็ทำงานเยอะมาก เลยเลี้ยงลูกแบบให้เราดูแลตัวเอง รับผิดชอบตัวเอง ในขณะเดียวกันก็จะแอบสอนลูก ด้วยการพาไปดูท่านทำงาน เพื่อให้เราซึมซับ อย่าง บีท ได้นั่งฟังคุณแม่คุยงานมาตั้งแต่อายุ 15 พอมีข้อสงสัยก็ถามท่าน อย่างการก่อสร้างต้องขออนุญาตอะไร ท่านก็อธิบาย ทำให้เรารู้เรื่องไปด้วย แล้วท่านก็เอาไปนั่งในห้องทำงาน เลยได้เห็นการทำงานของท่านตั้งแต่เด็ก ด้านการศึกษา บีท เรียนที่โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย ก่อนไปเรียนไฮสกูล ที่โรงเรียน Langley School ที่ Norwich ประเทศอังกฤษ แล้วกลับมาเรียนต่อปริญญาตรี ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ภาคอินเตอร์ คณะบริหาร ด้านการตลาด ช่วงที่เรียนปริญญาตรี พอมีเวลาเลยได้มีโอกาสเข้ามาที่บริษัทฯ ได้ช่วยคุณแม่ในเรื่องเอกสารภาษาอังกฤษ พอเรียนจบเลยได้เข้ามาช่วยงานอย่างเต็มตัว ทำได้สักพักกลัวจะเพลินเกินไป บีท เลยขอเรียนต่อปริญญาโท ด้วยความที่เคยเรียนภาษาจีนตอนเด็ก และมองว่าภาษาจีนก็มีความสำคัญ เลยไปเรียนโท ที่เซี่ยงไฮ้ ที่ Hult International Business school ด้านธุรกิจต่างประเทศ”

ผู้บริหารสาวไฟแรงคนนี้เล่าต่อไปว่า พอกลับมาก็ได้มาช่วยคุณแม่ดูการเงิน แต่ด้วยความที่ครอบครัวเราเป็นหุ้นใหญ่ ที่บ้านเลยอยากให้ บีท เรียนรู้งานทุกอย่าง พร้อมๆกับให้โอกาส บีท ได้พิสูจน์ความสามารถ ด้วยยอดรายได้การขายของบริษัท ซึ่ง บีท ก็สามารถทำได้มากกว่าที่เขากำหนดถึง 2 เท่า จึงทำให้ บีท ก้าวมาถึงจุดนี้

“คุณพ่อคุณแม่จะบอกว่า ถึงเป็นลูก ถ้าทำไม่ได้ก็ออกไป เพราะเราเป็นบริษัทมหาชน ต้องโปร่งใส ทำให้ บีท ต้องพิสูจน์ฝีมือ คือ พิสูจน์ด้วยตัวเลขการขาย ให้เห็นชัดๆ เลย และ บีท ก็ได้พิสูจน์ฝีมือกับทีมงาน เพราะ บีท ยังเด็กโดนลองของ ลองฝีมือเหมือนกัน พอเราทำได้ก็รู้สึกดีใจ ซึ่งเวลาทำงาน บีท ถูกสอนมาว่า ให้ทำอย่างเต็มที่ เวลาทำงานเลยต้องทำให้สำเร็จ กัดไม่ปล่อยจนจบ และจะพยายามหาหนทางทุกอย่างให้ไปถึงเป้าหมายที่เราวางไว้ เรื่องงานหนัก บีท ไม่เคยกลัว ทุกอย่างเราสามารถเรียนรู้ได้ และโชคดีที่ บีท มีโค้ชที่ดีกว่าคนอื่น คือ พ่อและแม่ สำหรับอนาคต บีท มองว่า พ่อกับแม่ทำมาขนาดนี้ รุ่นเราที่เป็นลูก ก็อยากต่อยอดขยายไปให้มากกว่าเดิม บีท เลยมองการลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะที่จีน เราเลยมีโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่จีนด้วย” ผู้บริหารสาวบอกเล่าถึงความตั้งใจของเธอ ซึ่งแม้จะมานั่งแป้นผู้บริหารวัย 20 ต้นๆ แต่มากด้วยฝีมือและคุณภาพ ที่น่าจับตามองเลยทีเดียว.