วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชาคริต ร่ำไห้! แอน ท้องแฝด แต่แท้งไปคน น้ำตาคลอฝันมีลูกมาตลอด (คลิป)

หลังจากที่มีข่าวหลุดออกมาเมื่อสัปดาห์ก่อน และทำให้หลายๆ คนให้ความสนใจกับเรื่องที่ว่าพระเอกหนุ่ม ชาคริต แย้มนาม จะวิวาห์รอบ 2 กับแฟนสาวนอกวงการ ชื่อว่า แอน ในวันที่ 8 พ.ย.นี้ ที่ จ.จันทบุรี บ้านเกิดของฝ่ายหญิงแบบเรียบง่าย และเชิญแต่คนกันเองเท่านั้น

ชมภาพ ชาคริต หลั่งน้ำตา ภรรยาท้องลูกแฝด แท้งเหลือคนเดียว

ชาคริต หลั่งน้ำตาหลังต้องบอกว่าได้เสียลูกน้อยไป 1 คน

สุดจะกลั้น

ความรู้สึกของคนเป็นพ่อที่ต้องเสียลูกไป 1 คน

ยังเข้มแข็ง เหลือลูกอีก 1 คนที่ต้องดูแลให้ดีที่สุด

คุณพ่อป้ายแดงคนใหม่ของวงการบันเทิง

เปิดใจเรื่องการแต่งงาน และประกาศข่าวดีไปพร้อมๆ กัน

ยกมือขอบคุณสื่อ และขอโทษที่ไม่สามารถเชิญไปร่วมงานได้

ในวันนี้ เจ้าตัวก็ได้มาเปิดเผยเรื่องดังกล่าวในรายการสด Oneบันเทิง ณ GMM Studio ชั้น 2 ว่าไปพบรักกันได้อย่างไร ซึ่งหนุ่มชาคริตเปิดเผยถึงเรื่องนี้ว่า

ถามถึงข่าวลือเรื่องแต่งงานสายฟ้าแลบรอบ 2?
"ครับ แต่งพรุ่งนี้ครับ (หัวเราะ) แต่ก็เตรียมการไว้แล้วล่ะ เพราะว่าจริงๆ ก็คุยกันมาระยะพอสมควรแล้ว แต่ชีวิตผมกับเขาค่อนข้างจะสโลว์ไลฟ์มาก ไลฟ์สไตล์ใกล้เคียงกัน จริงๆ เริ่มรู้จักด้วยความเป็นเพื่อนก่อน ก็โทรไปมาว่าเป็นไงบ้าง สบายดีไหม คุยเรื่องอาหารเรื่องต่างๆ จนมาถึงจุดๆ นึงก็เฟดๆ ไป เขาเองก็เหมือนกัน เราก็ไม่รู้ว่ามันเริ่มมีความรู้สึกตอนไหน อย่าลืมว่านี่คือชาคริต แย้มนาม มาถึงเสร็จปุ๊บ โอ้โห 3 ชม.ชีวิตเปลี่ยนจริงๆ

การที่เขาจะมา เขาจะต้องเจอกับอะไรบ้าง เจอกับความกดดันอะไรก็แล้วแต่ที่มันสามารถเข้ามาได้ครับ เขาก็ต้องหนักแน่นพอสมควร ถ้าเราต้องคิดแทนเขา แต่ในทางกลับกัน ตัวเราเองก็เพิ่งผ่านชีวิตมา ซึ่งตอนนั้นมันก็คงไม่ได้พร้อมหรือคิดว่าเฮ้ย เราจะมีแฟนแล้ว เพราะเราก็มีหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา ทั้งครอบครัว ทั้งคุณแม่ด้วย เราก็ต้องทำงานเยอะอยู่แล้ว เวลาก็ไม่ค่อยมี ก็เลยโทรคุยกันทักกัน สักพักก็เฟดหายไปทั้งคู่ แต่ก็ยั้งๆ ไว้ อันนี้คือยังเป็นเพื่อน สักพักเดี๋ยวเราก็โทรไปแล้ว เดี๋ยววันดีคืนดีเขาก็โทรกลับมา เป็นอย่างนี้

มันเริ่มต้นด้วยการเป็นเพื่อนที่ดีที่คุยแล้วมันสนุก แต่พอถึงจุดนึงก็เฟดดีกว่า แล้วมันก็ไม่รอด เป็นแบบนี้ตลอดซะจนมันก็ขำ กลายเป็นเพื่อนที่คุยได้ทุกเรื่องจริงๆ รีแล็กซ์ซะจนมาถึงจุดๆ นึงที่หันมาถามว่าตกลงเราเป็นอะไรกัน มันซึมซับมาเรื่อยๆ เราก็ถามเขา บอกให้เขาพูดก่อน ในขณะเดียวกันก็มีเฟดๆ อีก

แต่สุดท้ายพอเริ่มสนิทกัน ทุกอย่างมันรีแล็กซ์ไปหมด มันสบาย มีกำลังใจ เขาอาจจะอายุน้อยกว่าเรา แต่หลายอย่างในความคิดของเขามันสอนเราได้เยอะมาก เขาทำให้เราใจเย็น ไม่เครียดกับสภาวะหลายๆ อย่างที่เรากำลังเจอ เขาไม่ได้มาเป็นห่วงเป็นใยจ๋า แต่ถ้าเกิดเขาเห็นว่าเราเป็น เขาก็สามารถพูดได้ แต่ถ้าเราไม่พูดก็จะให้สเปซเรา ทุกอย่างมันลงตัวหลายๆ เรื่อง จนมันก็เลยคิดว่าเราก็ลองคบกันดูเนอะ ยังบอกเลยว่ายังต้องลองเหรอ นี่มันผ่านระยะเวลาที่มันไม่ยอมพูดกันสักที มันถึงเป็นระยะเวลาพอสมควร ตั้งแต่ต้นปี ผมก็นั่งคุยว่าอายุเท่านี้แล้ว วันนี้ผมรู้สึกว่าอายุ 22 ใหม่อีกครั้ง (ยิ้ม) กับสิ่งที่คนให้ความสนใจ เพราะเราเองจะ 40 แล้ว น้องเขา 37 แล้ว"

หลายคนก็สงสัยว่าว่าที่เจ้าสาวเป็นใครกันแน่?
"คือคนปกติธรรมดาคนนึงครับ คุณแม่เขาเป็นหมอประจำอนามัยที่ จ.จันทบุรี เกษียณแล้วทำงานให้ สสส. ส่วนคุณพ่อเป็นคนทำงานธรรมดา ทำสวนทำไร่ ซึ่งผมก็มีที่ที่โป่งน้ำร้อนอยู่แล้ว ก็แปลกดีนะดวง ก็เลยเออ ไปปลูกเห็ดดีกว่า พอเราเริ่มคบเนี่ยก็เออ ยังต้องรออีกเหรอ แต่เราก็ปูนนี้แล้วอะ อยู่ไปแบบนี้เนอะ ผมเองก็ผ่านชีวิตมา เขาเองก็มีประสบการณ์ในชีวิตมา มันก็เป็นการตัดสินใจของคนสองคนที่เออ...เราอยู่แบบนี้สบายๆ สุดท้ายสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเข้าใจกัน การอยู่ด้วยกัน

ผมเลยยกประเด็นนึงขึ้นมาว่ามันจะไม่แค่นั้นเชื่อสิ เวลาผ่านไปไปข้างนอกเดี๋ยวคนก็อยากรู้ว่าเธอเป็นใคร ถึงวันนั้นหวังว่ายูคงจะไม่วิ่งหนีนะ เรากลัวตลอดเพราะเราไม่รู้ว่าเราจะเจออะไรบ้าง แล้วมันเหมือนเป็นเครื่องหมายอะไรสักอย่างติดบนหน้าผากผมว่า ข่าวมันสามารถไปไหนต่อไหน เลอะเทอะมากหลายๆ อย่างนะครับ มันก็มีทั้งจริงและไม่จริง

ก็เลยตัดสินใจว่าเราจะต้องพูด ยังไงก็แล้วแต่มันไม่ได้หรอกเพราะด้วยตัวผมเองที่อยู่ตรงนี้ มันต้องมีเรื่องของสื่อว่าเขาก็อยากรู้ เพราะเขาให้ความสนใจเรื่องของเรา หรือว่าแฟนคลับ คนที่ซัพพอร์ตงานของเราต่างๆ เพื่อนๆ แต่ถ้าคิดยังงั้นก็ทำให้มันถูก วันนึงก็เข้าไปกราบคุณพ่อคุณแม่เขา ก็เป็นความตั้งใจว่าเราจะเข้าไปทำความรู้จัก ก็ผูกข้อไม้ข้อมือกับผู้ใหญ่

พอนัดกันเสร็จก็ช่วงเดือนกว่าๆ ที่ผ่านมาบินไปต่างประเทศค่อนข้างเยอะ ตอนไปอยู่ต่างประเทศ เห็นเกลือ (กิตติ เชี่ยววงศ์กุล) กับภรรยาเขาแล้วผมเศร้ามากเลย ผมแบบเออ อิจฉาว่ะ เขาก็พยายามที่จะมีลูก เราก็เคยนั่งคุยเล่นๆ กับแฟน บอกว่ามีหลานก็ดีนะ แม่ผมจะได้หาย ผมยังพูดเล่นเลยว่าไหวเหรอ ระวังเป็นแฝดนะเว้ย (หัวเราะ) เพราะพี่สาวผมมีลูกชาย 2 คน คือเขาเป็นแฝด

ซึ่งตัวผมเองเป็นคนที่อยากมีครอบครัวอยู่แล้วตั้งแต่อายุ 17 น่ะ เพราะเราเห็นแม่เราที่เลี้ยงเรา ดูแลเรามาเก่งมาก เราก็อยากทำหน้าที่ มันเลยมีความคิดว่าเวลาเจอเด็กๆ จะชอบเล่น พอเราพูดเล่นว่าระวังจะเป็นแฝดนะ เขาก็บอกว่าเราไร้น้ำยา (หัวเราะ) เพราะข่าวหลายๆ ครั้งที่ออกมา ผมก็มานั่งคิดว่าถ้าเราไม่มีล่ะ แล้วที่เราทำทั้งหมด เราทำไปให้ใคร กลับมาเท่านั้นแหละ เขาก็เดินเข้ามาบอกว่า "พี่ แอนท้อง" 

วินาทีนั้นก็ขอเช็กให้ชัวร์ก่อน ตอนนั้นก็ใจเต้นตุบๆ พอเช็กออกมาขั้นต้น พอขึ้นขีดแล้วเฮแบบโคตรดีใจ ดีใจมาก เราเพิ่งรู้สึกกับสภาวะนี้ ตอนนั้นตื่นเต้นมาก พอเช็กก็คือไข่ 2 ใบ คือได้ลูกแฝด มันเหมือนกับสิ่งที่เราฝัน ผมคิดไว้ตลอดว่าคนนึงต้องเป็นผู้หญิง อีกคนเป็นผู้ชาย ถ้าผู้ชายชื่อโบดี้ ผู้หญิงชื่อสกาย แต่พี่ลูกเกดตั้งชื่อลูกว่าสกายไปแล้ว แต่หมอก็บอกว่าด้วยอายุค่อนข้างพอสมควรแล้วต้องระวังนะคะ ก็ประกบเลยคุณหมอ 2 คน

ตอนนั้นต้องเข้าไปไหว้คุณพ่อคุณแม่ ก็ตื่นเต้นเพราะตั้งใจจะเข้าไปอยู่แล้ว ก็เลยเข้าไปด้วยเรื่องสองเรื่อง ทางคุณพ่อคุณแม่ก็น่ารักมาก ก็ดีใจ ถึงเวลาที่ควรจะมีได้แล้ว เพราะทางคุณพ่อคุณแม่ก็ห่วงมาตลอดว่าแอนจะไม่มีหลานให้ ผมเองก็ไม่เหลือใคร ก็ได้เขามาอยู่มาคุย มาเป็นเพื่อน แล้วมันลงตัวตลอด ทุกอย่างมันลงตัวสวยงามมาก

จนพอนัดอัลตราซาวนด์อีกครั้งนึง ตอนนั้นก็ตื่นเต้น จะบอกใครก่อนดี พอเริ่มบอกเขาก็เตือนว่าอย่าเพิ่ง เขาถือเคล็ด 3 เดือนค่อยบอก แต่ผมไม่ถือ ปรากฏไปอัลตราซาวนด์ก็หลุดไปคน ก็เลยเสียใจ ผิดหวัง ช่วงนั้นสภาวะจิตใจเขาก็แย่ เราก็แย่ แต่ยังเหลืออีกคน เราก็ประคบประหงมให้แข็งแรงที่สุด เราก็เลยไม่บอกใครดีกว่า เราไม่สร้างสภาวะความเครียดให้กับเขาใดๆ ทั้งสิ้น ให้มันเงียบที่สุด นั่นคือสิ่งที่ว่าทำไมเราไม่โพล่งออกมา แต่ว่าตัวเราเองทำงานด้วย เขาก็ไปกับน้องเขา

ตอนที่เขาโทรบอกก็ตกใจ แต่ยังไงอีกคนเราก็ต้องเก็บไว้ แล้วน้องเขาก็บอกว่าขอโทษว่าเขาไม่แข็งแรง เขาดูแลลูกไม่ดี (น้ำตาคลอ) เราก็บอกว่าไม่ใช่ (ร้องไห้) มันไม่ใช่ความผิดของใครคนใดคนนึง เราดูแลกันก็ต้องทั้งทุกข์และสุขด้วยกัน ที่ผ่านมาเขาสร้างความสุขในชีวิตให้เราในช่วงที่มันแย่ที่สุด เขามาช่วยเติมเต็ม ทำงานเก่งด้วย ก็ถือว่าเราโชคดีมากครับ ก็เลยไปตามแพลนตามสเตป ก็เลยแฮปปี้สุดๆ ตอนนี้น่าจะแข็งแรงขึ้น เพราะคราวที่แล้วก็ไปตรวจ คุณหมอก็ตกใจว่าแข็งแรงแล้ว มันไม่ใช่ว่าตัวเขาไม่แข็งแรง แต่มันเป็นเรื่องธรรมชาติครับ ก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวเอาใหม่ (หัวเราะ)

จำได้ว่าเจอพวกพี่ๆ นักข่าวในงานแถลงข่าวงานนึง เขายังถามอยู่เลยว่ามีรึเปล่า เราก็อย่ายุ่งกับผมน่า เอาไว้มีอะไรดีๆ จะบอก แต่ก็อยากให้เป็นส่วนตัว ก็ทำพิธีทุกอย่างให้เรียบร้อยครับ คือผูกข้อมือ ขอขมา ไหว้บรรพบุรุษ ซึ่งเป็นพิธีเฉพาะครอบครัวและเพื่อนๆ ที่สนิท ความตั้งใจของเขาก็อยากให้เป็นพิธีอบอุ่นที่มีแต่คนที่รัก ผมไม่รู้จะทำได้มากแค่ไหน ผมก็ขอจริงๆ ว่าอย่างน้อยให้ผมทำให้เขาได้ เพราะมันคงเป็นอะไรที่เขาอยากจะจำไปตลอดชีวิตและเราด้วย

เรื่องรูปเรื่องอะไรผมจัดเตรียมไว้ เดี๋ยวในวันที่ 11 พ.ย. เราคงต้องเจอกันอีกครั้งที่งานสัมมนาธุรกิจอีกอันนึง เดี๋ยววันนั้นผมจะจัดเตรียมไว้ให้ แต่วันนี้อยากจะขอพวกพี่ๆ เข้าใจและให้ทุกอย่างมันไปได้ราบรื่นและไม่มีสภาวะความเครียด อีกอย่างมันไกลด้วย ไม่ต้องไปหรอก"

หลายคนสงสัยว่าช่วงเวลาที่ชาคริตคบกับแอน คาบเกี่ยวกับภรรยาเก่ารึเปล่า? “ไม่ครับ หย่าแล้วครับ ผมเพิ่งเริ่มคุยกับเค้าเมื่อประมาณต้นปี แต่รู้จักกันจากตอนทำงานในกองละครเรื่อง “ไดมอสด์ อายส์ ตา-สัมผัส-ผี” ทางช่องโมโน 29 แต่มาเริ่มคุยหลังจากที่ปิดกล้องไปแล้ว จริงๆ แล้วมันเกิดขึ้นมาจากเช็คใบเดียวครับ ถามเค้าว่าเงินออกรึยัง”

คนก็มองว่า ชาคริตต้องแต่งงานเพราะผู้หญิงท้องรึเปล่า?
“ไม่ครับ เพราะตั้งใจไว้อยู่แล้วครับ อายุปูนนี้แล้ว จะทำอะไรก็ต้องรีบแล้ว”

ตอนนี้อายุครรภ์กี่เดือนแล้ว?
“3 เดือนครับ”

ได้บอกคุณแม่ยังไงบ้าง?
“จากที่ผมคิดว่าคุณแม่จะรับรู้มั้ย กลับกลายเป็นว่า คุณแม่จับมือลูบท้อง เดินเข้ามาหอม ก็รู้สึกแปลกมากว่าเค้ารับรู้ แอน ก็ถามว่าเอาหลานสาวมั้ยคะ แม่ก็ยิ้มรับ แต่พอบอกว่าเอาหลานชายแบบพี่ชาคริตมั้ย แม่ผมทำหน้านิ่งเลย (หัวเราะ)"

ทราบเพศรึยัง?
“ยังไม่ทราบครับ”

พ่อแม่ฝ่ายหญิงโกรธมั้ย?
“ไม่เลยครับ”

มีข่าวลือว่า เจ้าสาวเป็นทายาทมหาเศรษฐี?
“เธอรวยเหรอที่รัก (หัวเราะ) ก็ไม่จริงเลย โปรไฟล์นั้นผิดหมดเลยนะ ชื่อพ่อก็ผิดนะ บ้านที่มีรูปออกมาก็เป็นบ้านของเจ้าของปุ๋ยแถวราชบุรี แต่ก็ช่างมันเถอะ ชีวิตคู่ ไม่ว่าจะจนหรือรวย มาจากไหน ถ้ามาเป็นคู่มันต้องช่วยกันทำมาหากินครับ ด้วยยุคสมัยนี้คงไม่มีใครยอมกันหรอก ต้องช่วยกันทำงาน ผู้หญิงเองก็ไม่ชอบนั่งอยู่บ้านเฉยๆ ก็อยากไปทำนั่นทำนี่”

คาดหวังความรักครั้งนี้ยังไงบ้าง?
“ไม่ต้องคาดหวังแล้วครับ ผมจะเป็นพ่อคนแล้วครับ”

วางแผนลดงานลงบ้างมั้ย?
“ก็ลดแล้วครับ เค้าก็ขอว่าทำไมต้องทำงาน ทรมานตัวเองขนาดนี้ อยากให้มีเวลา ตอนนี้ก็กำลังดูความเหมาะสมอยู่ บ้านแพลนก็เสร็จแล้วรอพิมพ์เขียว ผมบ้าเรื่องแปลนบ้าน แต่ตัวเค้าเองก็บอกว่าอยู่กันง่ายๆ มั้ย มันใหญ่ไป เราก็คิดว่าเดี๋ยวค่อยว่ากันก็แล้วกัน ตอนนี้พอลูกมาแล้วทุกอย่างก็ต้องพร้อม มีสภาพแวดล้อมที่ดี เราเป็นภูมิแพ้มาก ก็คิดว่าจะทำยังไงต่อ”

ธีมงานแต่งเป็นยังไงบ้าง?
“ไม่มีอะไรครับ เล็กๆ ญาติมาเจอกัน เลี้ยงเพลพระ เป็นไพรเวทครับ ขอเถอะนะ (ยิ้ม) ก็มีเพื่อนสนิทตั้งแต่เด็กเลยครับ”

เตรียมตัวเป็นคุณพ่อยังไงบ้าง?
"ตอนนี้ธุรกิจต้องมั่นคงแล้ว ตัวเราต้องเริ่มมีเวลา อยู่ดีๆ เราจะมานอนตายอยู่ที่บ้านแล้วให้เค้าดูคงไม่ได้แล้ว ต้องจัดแจงเวลาให้เป็นซึ่งเป็นปัญหาของผมตลอดยี่สิบปี”

อยากได้ลูกผู้หญิงหรือผู้ชาย?
“ได้หมดครับ”

จดทะเบียนสมรสมั้ย?
“ก็ต้องทำให้มันถูกต้องครับ แต่จะกลับมาจัดการอีกที ขอทำตามประเพณีให้เรียบร้อยก่อน”.