วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คนประจวบ-ชุมพร ลุ้นหนัก ดีเปรสชันมุ่งเข้าฝั่ง เตรียมพร้อมเต็มพิกัด

ผวจ.ประจวบฯสั่งเตรียมพร้อมเต็มพิกัด หลังฝนเลื่อนลงใต้ ไม่ยอมให้น้ำท่วมเสียหายหนักเหมือนต้นปี 60 ที่ผ่านมา ชาวบ้านลุ้น ดีเปรสชันลูกแรกของภาคใต้ มุ่งหน้าเข้าชุมพรเย็นนี้..

ภายหลังมีกาประประกาศเตือน พายุดีเปรสชันบริเวณอ่าวไทยตอนกลางมีศูนย์กลางอยู่ทางด้านตะวันออกของจังหวัดชุมพรประมาณ 100 กิโลเมตร หรือละติจูด 10.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 100.0 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็ว 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง แล้วเคลื่อนผ่านบริเวณจังหวัดชุมพรในเย็นวันนี้ (7 พ.ย. 60)

สำหรับพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่คาดว่าจะมีผลกระทบ ในช่วงวันที่ 7-8 พ.ย. 60 พร้อมกับ จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี รวมทั้งเกาะสมุย และนครศรีธรรมราช ล่าสุดช่วงสายวันที่ 7 พ.ย. พบว่า ทะเลมีคลื่นลมแรง แต่ยังอยู่ในสถานการณ์ปกติ มีฝนตกในบางพื้นที่ แต่ตกไม่หนัก มีการเฝ้าระวังป้องกันเต็มพิกัด

นายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อช่วงต้นปี 2560 ที่ผ่นมา ทำให้เจ้าหน้าที่ทุกส่วนเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้น จากปริมาณน้ำที่ไหลบ่าจากเทือกเขาตะนาวศรี โดยได้ขุดลอกขยายลำคลองบางสะพานที่จะไหลลงสู่ทะเล จากถนนเพชรเกษมเป็นระยะทาง ประมาณ 5 กิโลเมตร ลำคลองที่รองรับการระบายน้ำจากเดิม 500-800 ลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) ต่อวินาที เป็น 1,000 ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งปริมาณน้ำเมื่อเดือนมกราคมครั้งหลังสุดที่น้ำท่วมคือ 1,025 ลบ.ม.ต่อวินาที

ส่วนสะพานข้ามคลองที่เป็นน้ำไหลผ่าน คือ สะพานหนองหญ้าปล้องและสะพานวังยาว ได้มีการเสริมคอสะพานและขยายแบบสะพานให้กว้างขึ้น เป็น 100 เมตร จึงทำให้การระบายน้ำดีขึ้น พร้อมทั้งนำเครื่องผลักดันน้ำจำนวน 2 ตัว มาติดตั้งที่ อำเภอบางสะพาน สามารถเพิ่มความเร็วและปริมาณน้ำผ่านลำคลองได้รวดเร็วขึ้น ลดโอกาสการเกิดน้ำท่วมขัง

พร้อมกันนี้ ได้จัดเตรียมแผนเผชิญเหตุ รองรับการเกิดน้ำท่วมที่โรงพยาบาลบางสะพาน นำข้อมูลในครั้งที่แล้วเป็นบทเรียนการแก้ปัญหา โดยสร้างบิ๊กแบ็กหรือกระสอบทรายขนาดใหญ่ วางขวางเส้นทางที่น้ำจะเข้าโรงพยาบาล ทางด้านข้างและด้านหลัง ส่วนด้านหน้าได้ยกระดับพื้นให้สูงขึ้นพ้นระดับน้ำ 1 เมตร พร้อมทั้งได้รับการสนับสนุนกำลังพลจากทหารกองบิน 5 และหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก

ด้านนายกิตติกรณ์ เทพอยู่อำนวย หัวหน้าสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ได้เตรียมความพร้อม 24 ชั่วโมง ร่วมกับหน่วยงานราชการส่วนต่างๆ ในการรับมือกับน้ำที่อาจตกหนัก พร้อมทั้งประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการรับมือกับพายุระลอกใหม่ โดยอำเภอที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือ อ.บางสะพาน และ อ.บางสะพานน้อย