วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไปสิงคโปร์มาครับ แค่ 12 ปี จำแทบไม่ได้

โดย ซูม

ผมแว่บไปเที่ยวสิงคโปร์มา 3 วัน กับ 2 คืนครับ ตามโครงการ “เที่ยวอาเซียนให้ครบ” ที่ผมกำหนดขึ้นมาเองเป็นโครงการส่วนตัวของผม แล้วก็ทยอยไปเที่ยวเรื่อยๆตามจังหวะและโอกาส

ปีก่อนโน้นได้ไปอินโดนีเซีย ได้ไปพม่า ได้ไปกัมพูชา ส่วนลาวได้ไปเวียงจันทร์หลังสุดเมื่อปีกลาย

มาเลเซียไปตะลุยกัวลาลัมเปอร์สัก 10 ปีแล้วกระมัง แต่ล่าสุด 3-4 ปีมาแล้ว ได้กลับไปปีนังอีกหน ถือว่ายังไม่ล้าสมัยจนเกินไปนัก

สำหรับสิงคโปร์นั้น หลังสุดน่าจะประมาณ 12 ปี หรือ 1 รอบปีนักษัตรพอดิบพอดี นับว่านานพอสมควรจึงตั้งใจว่าจะต้องกลับไปดูอีกทีเพราะข้อมูลชักจะล้าสมัยแล้ว

พูดตามภาษาวัยรุ่นสมัยใหม่ก็คงต้องใช้คำว่าต้องไป “อัพเดต” กันซะหน่อย

ครับ! ด้วยเหตุผลข้างต้นนี่แหละ ที่ทำให้ผมตัดสินใจหิ้วกระเป๋าขึ้นเครื่องบินไปสิงคโปร์เมื่อวันหยุดที่ผ่านมา

ได้ดู ได้เดิน ได้เที่ยว เท่าที่เวลาจะอำนวยให้เก็บข้อมูล เก็บข้อคิดเห็นต่างๆมาฝากท่านผู้อ่านพอสมควร และตั้งใจจะทยอยเขียนไปเรื่อยๆ ในคอลัมน์ซอกแซกอย่างที่ปฏิบัติมาเวลาไปเที่ยวต่างประเทศ

เราต้องยอมรับความจริงอยู่ข้อหนึ่งว่า ในกลุ่มประเทศร่วมประชาคมอาเชียน 10 ประเทศของเรานั้น มีความแตกต่าง หรือความเหลื่อมล้ำทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมค่อนข้างสูง

ถ้าเอาเฉพาะด้านเศรษฐกิจ เราก็มีทั้งประเทศรวยที่สุด รวยพอสมควร ลงมาถึงอยู่ดีกินดีระดับกลางๆ และค่อนข้างยากจนกับยากจนเห็นได้ชัดเจน ทั้งจากรายได้ประชาชาติต่อหัว และอาคารบ้านเรือน ตลอดจนการค้าการขายในเมืองใหญ่ๆของแต่ละประเทศ

สิงคโปร์ได้ชื่อว่ารวยที่สุดในอาเชียน เฉพาะรายได้ต่อหัวของเขาเฉลี่ยปีละ 90,724 เหรียญสหรัฐฯ นอกจากสูงที่สุดในอาเชียนแล้ว ยังสูงเป็นอันดับ 3 ของโลกอีกด้วย

การศึกษาก็เยี่ยม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต่างๆก็ยอด การสาธารณสุขและสุขภาพอนามัยก็ติดอันดับโลก

จัดเป็นประเทศพัฒนาแล้วเต็มตัวและก็เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นในอาเซียนที่ไปไกลขนาดนี้ แม้แต่มาเลเซีย ประเทศชั้นนำอีกประเทศของเอเชียยังไปไม่ถึงเลย รวมทั้งไทยเราก็ยังติดกับดักประเทศรายได้ปานกลางขั้นสูงอยู่ในขณะนี้ ยังไม่สามารถไต่ระดับขึ้นไปเป็นประเทศรายได้สูงขั้นต้นจนแล้วจนรอด

วันที่ผมเดินทางไปถึงสนามบิน ชางฮี (บางคนก็เรียก ชางจี) ของสิงคโปร์ เขาเพิ่งเปิดใช้ “อาคารผู้โดยสาร” หรือ “เทอร์มินอล” หลังที่ 4 ของเขาได้เป็นวันที่ 4

ร่ำลือกันว่าเป็นเทอร์มินอลที่ทันสมัยไฮเทคมาก ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นอัตโนมัติเกือบทั้งหมด ผู้โดยสารสามารถดำเนินการได้ด้วยตนเองชนิดแทบไม่ต้องใช้ผู้คนมาอำนวยความสะดวกเลย

ตั้งแต่เช็กอินโดยใช้ระบบเทคโนโลยีจดจำใบหน้าผู้คน ไปจนถึงการตรวจหนังสือเดินทาง การฝากกระเป๋าเดินทาง ฯลฯ

อาคารผู้โดยสารหลังใหม่ไฮเทคของสิงคโปร์แห่งนี้ ใช้เงินลงทุนไปเกือบ 1,000 ล้านเหรียญสิงคโปร์ หรือประมาณ 24,000 ล้านบาท โดยมีสายการบินคาเธ่ย์แปซิฟิกขนผู้โดยสารจากฮ่องกงมาเปิดซิงเป็นเที่ยวแรก

อาจจะมีอะไรขลุกขลักอยู่บ้างและยังต้องใช้เจ้าหน้าที่จำนวนมากเป็นพี่เลี้ยงคอยแก้ไขปัญหา แต่ก็คาดกันว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะดีขึ้นเรื่อยๆ

ผมเองยังไม่มีโอกาสไปเดินที่อาคารผู้โดยสารแห่งที่ 4 ของเขา แต่ตอนเที่ยวกลับบ้านแวะไปเดินที่อาคาร 3 หรือเทอร์มินอล 3 ที่เปิดใช้เมื่อ 9 ปีก่อน ซึ่งตอนผมไปสิงคโปร์ครั้งล่าสุดยังไม่แล้วเสร็จ

ก็เลยถือโอกาสไปเดินเล่นฆ่าเวลาก่อนขึ้นเครื่องกลับบ้าน เดินจบ ดูจบ ก็ต้องยกนิ้วให้ว่ายิ่งใหญ่อลังการจริงๆ เหมือนเดินอยู่ในสยามพารากอน หรือไม่ก็เอ็มควอเทียร์บ้านเราเลย

ยังไม่จบเพียงเท่านี้นะครับ เขายังมีโครงการเทอร์มินอล 5 ขึ้นมาอีก แล้วบอกว่าจะเสร็จปี 2019 หรืออีก 2 ปีข้างหน้า จะยิ่งใหญ่ไฮเทคขนาดไหนคงต้องรอดูกันต่อไป

เริ่มต้นที่สนามบิน ผมก็พบกับความเปลี่ยนแปลงของสิงคโปร์อย่างมหาศาลในรอบ 12 ปีที่ไม่ได้มาเยือน

ภายในเมืองหรือภายในเกาะของเขาจะเปลี่ยนไปมากขนาดไหนหนอ? พรุ่งนี้ขอต่ออีกสักวันนะครับ.

“ซูม”