วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชงไฟเขียว “ช็อปช่วยชาติ” คลังเข็นบัตรสวัสดิการรัฐเฟส 2 ช่วยคนจนต่อ

คลังเสนอ ครม.วันนี้ (7 พ.ย.) ไฟเขียวมาตรการ “ช็อปช่วยชาติ” คาดซื้อสินค้าลดหย่อนภาษีได้ 15,000 บาท ระยะเวลานานกว่า 15 วัน พร้อมเข็นโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเฟส 2 และการสละสิทธิ์เบี้ยคนชรา ขณะที่สมาคมธนาคารไทย หนุนส่ง “ช็อปช่วยชาติ” ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 7 พ.ย.นี้ กระทรวงการคลังจะเสนอมาตรการช็อปช่วยชาติให้พิจารณา ซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้จนกว่า ครม.จะอนุมัติ เพราะเป็นมาตรการภาษี มีผลกระทบต่อราคาสินค้าและการจัดเก็บรายได้ แต่โครงการเมื่อปี 59 ครม.ได้อนุมัติให้ดำเนินการเป็นเวลา 15 วัน ในช่วงก่อนสิ้นปี 59 และในปีนี้นายกรัฐมนตรีต้องการขยายเวลาให้นานขึ้น ส่วนค่าลดหย่อนในการเสียภาษี จะอยู่ที่ 15,000 บาทหรือไม่ ยังบอกไม่ได้ แต่ค่าลดหย่อน 15,000 บาท ถือว่ามากแล้ว

“แนวสำคัญของมาตรการช็อปช่วยชาติคือ ประเทศผ่านช่วงเวลาไว้ทุกข์มาแล้ว 1 ปี จากนี้จะทำอย่างไรให้คนมีความรู้สึกกลับมา ทำอะไรที่คึกคัก โดยเฉพาะคนระดับกลางที่มีรายได้ ฐานะ และความมั่นคงดีพอสมควร ซึ่งนิยมท่องเที่ยวต่างประเทศ แต่การใช้จ่ายในประเทศยังน้อย ดังนั้น ต้องกระตุ้นเพื่อให้เกิดการใช้จ่าย”

นอกจากนี้ ยังสั่งการให้ปลัดกระทรวงการคลังศึกษาแนวทางเพิ่มเติม เพื่อแก้ปัญหาความยากจนของผู้ที่ลงทะเบียนในโครงการขอรับสวัสดิการจากรัฐ ซึ่งถือเป็นโครงการระยะที่ 2 หลังจากระยะแรกแจกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้ผู้ลงทะเบียน 10.6 ล้านคน เพื่อใช้บริการสวัสดิการต่างๆประสบความสำเร็จ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี จึงสั่งการให้กระทรวงดำเนินโครงการระยะที่ 2 ให้เสร็จในเดือน ธ.ค.นี้

เพื่อเริ่มต้นโครงการต้นปี 61 “แนวทางคือจะช่วยเหลือคนจนที่รับบัตรสวัสดิการฯทั้งหมด 10.6 ล้านคนหรือไม่ หรือจะช่วยเฉพาะคนจนที่มีบัตรสวัสดิการฯที่มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจนคือ ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปี ประมาณ 3 ล้านคนหรือไม่ ยังไม่มีข้อสรุป”

สำหรับมาตรการเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุ จะเสนอให้ ครม.พิจารณาในการประชุมวันที่ 17 พ.ย.นี้ โดยจะเปิดโอกาสให้ผู้มีสิทธิ์รับเบี้ยผู้สูงอายุที่ร่ำรวยสละสิทธิ์ได้ ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.นี้ โดยกระทรวงจะนำเงินที่สละสิทธิ์มอบให้แก่คนชรายากจนที่ลงทะเบียนขอรับสวัสดิการจากรัฐ 3 ล้านคน ส่วนมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวยังไม่มีข้อสรุป เช่นเดียวกับการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ (แท็กซ์ รีฟันด์) ณ จุดขายสินค้า แต่ในหลักการเห็นด้วย เพราะจะส่งเสริมการช็อปปิ้งในประเทศ และสร้างบรรยากาศเศรษฐกิจให้ดีขึ้น หากจะดำเนินการจริงต้องมีมาตรการป้องกันล่วงหน้า ไม่เช่นนั้นจะกระทบผู้ประกอบการภายในประเทศ เพราะอาจมีการโกงภาษีเกิดขึ้น หรือนำเอาสินค้าที่ซื้อไปแล้วกลับมาเวียนขายในประเทศ

ด้านนายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า หากมีมาตรการช็อปช่วยชาติจะช่วยให้เศรษฐกิจเดินเครื่องได้เร็วและแรงขึ้น จากปัจจุบันที่เศรษฐกิจดีขึ้นแล้ว โดยปีนี้น่าจะขยายตัว 3.7% จากเดิมคาดไว้ 3.4% นอกจากนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับประชาชนที่นำค่าใช้จ่ายไปลดหย่อนภาษีด้วย.