วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จ่อเพิ่มวัน ชมพระเมรุมาศ ปชช.เข้าคิวล้น 5วัน-2แสนคน

รองนายกฯเผยคนประทับใจการเข้าชมนิทรรศการ “พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์” เรียกร้องให้มีการขยายเวลาการเข้าชม หากไม่ขยายเวลาจะพิจารณาให้เปิดถนนกลางท้องสนามหลวง เพื่อให้ประชาชนสามารถมองเห็นและบันทึกภาพความงดงามของพระเมรุมาศได้อย่างสะดวก ส่วนผู้เข้าชมช่วงหลังไม่มีดราม่าเหมือนวันแรกๆ สำนักการสังคีต กรมศิลปากร จัดแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ทุกคํ่าวันเสาร์และอาทิตย์

ประชาชนจากทั่วประเทศเดินทางมาเข้าชมนิทรรศการ “พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์” ที่เป็นนิทรรศการเกี่ยวกับงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ที่ท้องสนามหลวง ตั้งแต่เช้าวันที่ 6 พ.ย. ผู้ที่ต้องการเข้าชมนิทรรศการต่างพากันเข้าแถวรอเข้าชม โดยในการเข้าชมนิทรรศการ เจ้าหน้าที่ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการเข้าชม จากเดิมให้ชมแบบอิสระรอบละ 5,000 คน มาเป็นรอบละ 1,200 คน แต่ละรอบจะขึ้นอยู่กับจำนวนการรอคิวของผู้เข้าชม ซึ่งผู้ที่เข้าชมพระเมรุมาศ เจ้าหน้าที่จะแจกบัตรติดหน้าอกให้ แต่ละรอบสีจะแตกต่างกัน ใช้เวลารอบละ 45-60 นาที เมื่อหมดเวลาเข้าชมทุกคนจะต้องนำบัตรคืนเจ้าหน้าที่จิตอาสาที่บริเวณทางออกด้านศาลหลักเมือง

น.ส.อารีย์ ฉัตรภัทรโรจน์ อายุ 57 ปี หนึ่งในผู้เข้าชมความงดงามของพระเมรุมาศ กล่าวว่า มาจากบ้านที่หลักสี่ ตั้งใจมาชมนิทรรศการ เห็นความวิจิตรตระการตาของพระเมรุมาศแล้วน้ำตาไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว รู้สึกคิดถึงพระองค์มาก คิดว่าคนไทยทุกคนก็รู้สึกเช่นเดียวกัน พระเมรุมาศถือเป็นเสมือนศูนย์รวมจิตใจชาวไทย นอกจากความงดงามแล้ว ยังได้รับความรู้ต่างๆมากมายในอาคารประกอบ เจ้าหน้าที่คอยบรรยายและอำนวยความสะดวกดีมาก

ด้าน พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานฝ่ายจัดนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กล่าวว่า จากการจัดนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ตลอด 5 วันที่ผ่านมา มีการสรุปสถิติผู้เข้าชมนิทรรศการ รวมทั้งสิ้น 202,912 คน ถือว่าการจัดระบบเข้าชมเป็นที่น่าพอใจ มีประชาชนเข้าชมอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย แต่ด้วยเพราะกระแสข่าวที่เผยแพร่ในสื่อโซเชียลเกี่ยวกับการเข้าชม มีประเด็นดราม่าเกี่ยวกับความไม่เหมาะสมต่างๆ จึงมีการออกกฎกติกาเพิ่มเติมเล็กน้อย แต่ยังเน้นการอำนวยความสะดวกผู้เข้าชมและความปลอดภัยเป็นอันดับ1 โดยจะต้องผ่านจุดคัดกรองที่กำหนดไว้ทั้ง 5 จุด นอกจากนี้ ได้รับรายงานว่า ในระยะเวลา 60 นาที ประชาชนเข้าชมด้านในนิทรรศการได้ 6,000 คนต่อชั่วโมง ถือว่าเป็นไปด้วยความรวดเร็ว เฉลี่ยรอที่จุดพักคอยประมาณ 30 นาทีเท่านั้น ส่วนผู้เข้าชมที่เป็นนักเรียน นักศึกษา จะมีจุดคัดกรองอำนวยความสะดวกเพื่อให้เข้าชมนิทรรศการ ได้รับความรู้มากที่สุด ส่วนนักท่องเที่ยวให้ความร่วมมือในการเข้าชมและปฏิบัติตามข้อแนะนำด้วยดี

รองนายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า กระทรวงวัฒนธรรม ได้ร่วมกับสวนดุสิตโพล สอบถามความคิดเห็นของประชาชนในการชมนิทรรศการ ระหว่างวันที่ 4-5 พ.ย. พบว่า ร้อยละ 93.02 ประทับใจพระเมรุมาศและอาคารประกอบ รองลงมาร้อยละ 84.54 นิทรรศการศาลาลูกขุนทั้ง 6 หลัง เพราะได้รับความรู้มากที่สุด ทั้งเรื่องสถาปัตยกรรมพระเมรุมาศ ประติมากรรมประดับพระเมรุมาศ งานประณีตศิลป์ในพระราชพิธี ขณะที่ร้อยละ 84.38 ประทับใจนิทรรศการพระที่นั่งทรงธรรม “พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์”

พล.อ.ธนะศักดิ์กล่าวอีกว่า ผู้เข้าชมได้มีข้อเสนอแนะในการเข้าชมนิทรรศการ อันดับแรก เห็นว่า สามารถจัดได้ยิ่งใหญ่ สมพระเกียรติ ประทับใจมาก เป็นบุญที่ได้เข้าชม รองลงมาคือ เสนอให้ขยายระยะเวลาเปิดเข้าชมจนถึงสิ้นปี 2560 รวมถึงต้องการให้เปิดชมด้านบนพระเมรุมาศ ควรมีล่ามภาษาต่างประเทศ ควรเพิ่มเจ้าหน้าที่บรรยายในแต่ละจุดให้ครอบคลุม ทั้งนี้ ในส่วนการขยายระยะเวลาจะต้องมีการพิจารณาจากจำนวนผู้เข้าชม หากมีสถิติเพิ่มขึ้นก็จะหารือถึงความเหมาะสมกันอีกครั้ง และหากไม่ขยายเวลาก็ได้วางแผนให้เปิดถนนเส้นกลางท้องสนามหลวง ซึ่งประชาชนสามารถมองเห็นและบันทึกภาพพระเมรุมาศได้ในจุดนั้น

“ได้รับรายงานว่า ผู้ที่เข้าชมนิทรรศการ ดูนิทรรศการต่างๆด้วยความเรียบร้อย ช่วยกันถนอมสิ่งของ วัตถุจัดแสดง โดยไม่มีการสัมผัส เพราะถือว่าพระเมรุมาศและอาคารประกอบเป็นสิ่งรวมใจของคนไทย ขณะนี้ยังไม่พบความเสียหายอย่างมีที่มีกระแสข่าวแต่อย่างใด ในอนาคตมีแผนการจะนำงานสถาปัตยกรรม ประติมากรรม และศิลปกรรมงานพระเมรุมาศบางส่วนไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ ถือ เป็นเรื่องราวประวัติศาสตร์สำคัญของประเทศและ ระดับโลก สำหรับการจัดนิทรรศการครั้งนี้ ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จิตอาสา ข้าราชการ ทหาร ตำรวจกรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าชม ทุกคนต่างน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้พระราชทานน้ำและอาหารแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ทุกคน สำหรับการแสดงโขนหน้าพระเมรุมาศในวันเสาร์-อาทิตย์ต่อไป จะจัดแสดงโขนชุดพระรามข้ามสมุทร-ยกรบ-รำสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเหมือนที่เคยจัดแสดงในพระราชพิธีจริง” รองนายกรัฐมนตรีกล่าว

ด้านนายเอนก อาจมังกร ผู้อำนวยการสำนักการสังคีต กรมศิลปากร กล่าวว่า ในงานนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สำนักการสังคีตได้จัดการแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 19.00-19.30 น. บริเวณหน้าพระเมรุมาศ เมื่อวันเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา จัดแสดง ชุดนารายณ์ปราบนนทุก และพระนารายณ์อวตาร มีประชาชนสนใจรอชมการแสดงโขนตั้งแต่ต้นจนจบ พร้อมทั้งมีเสียงเรียกร้องอยากชมการแสดงโขนชุดใหญ่ นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร จึงสั่งการให้สำนักการสังคีตนำการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดพระรามข้ามสมุทร ยกรบ รำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่เคยจัดแสดงในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงวันที่ 26 ต.ค. มาแสดงอีกครั้งทุกวันเสาร์-อาทิตย์ แต่จะใช้ผู้แสดงขนาดเล็กลงมา ปรับบทให้กระชับมากขึ้นและจัดการฝึกซ้อมเพื่อให้การแสดงสมบูรณ์สมดั่งที่ประชาชนตั้งใจรอคอย

นายเอนกกล่าวอีกว่า ในส่วนผู้แสดงมีประสบการณ์ มั่นใจ มีความพร้อมอย่างเต็มที่ กำกับการแสดงโดยนายปกรณ์ พรพิสุทธิ์ ผู้ชำนาญการด้านอำนวยการแสดง สำนักการสังคีต สำหรับเวทีกลางแจ้ง บริเวณสนามหลวงด้านทิศเหนือ จัดการแสดงศิลปวัฒนธรรมทุกวัน เวลา 18.00-22.00 น.

จากการประเมินพบว่า ยังมีผู้เข้าชมน้อย เนื่องจากพบปัญหาเมื่อเข้าชมนิทรรศการเสร็จแล้ว กำหนดให้ออกทางฝั่งศาลหลักเมือง หากจะชมเวทีการแสดงต้องผ่านจะคัดกรองใหม่อีกครั้ง ได้แจ้งข้อติดขัดและเสนออธิบดีกรมศิลปากรให้กำหนดบริเวณนี้เป็นพื้นที่เปิดเพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนได้ชมการแสดงละครและการบรรเลงดนตรีได้ง่ายยิ่งขึ้น

ช่วงเย็นวันเดียวกัน ที่เวทีกลางแจ้งบริเวณด้านทิศเหนือของสนามหลวง มีการแสดงดนตรีโดยฐานทัพเรือกรุงเทพร่วมกับ “วงดุริยางค์ราชนาวี” มีการนำบทเพลงพระราชนิพนธ์และบทเพลงเทิดพระเกียรติในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นอกจากนี้ยังได้นำบทเพลงและการแสดงอื่นๆมากมายผ่านการขับร้องของศิลปินชื่อดัง อาทิ อาจารย์ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทยสากล) แมว-จิรศักดิ์ ปานพุ่ม อี๊ด วงฟราย-สำราญ ช่วยจำแนก อู๋-ธรรพ์ณธร ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ฯลฯ โดยมีประชาชนเข้าร่วมชมเป็นจำนวนมาก

ส่วนที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ตั้งแต่ช่วงเช้า มีประชาชนทยอยเดินทางมาเพื่อเข้ากราบ
สักการะพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่อัญเชิญมาบรรจุไว้ที่ฐานพระพุทธอังคีรส พระประธานในพระอุโบสถ แต่ต้องผิดหวัง เนื่องจากวัดปิดประตูพระอุโบสถ เจ้าหน้าที่แจ้งว่า จะเปิดพระอุโบสถในช่วงทำวัตรเย็น เวลาประมาณ 17.00 น. ซึ่งประชาชนที่มาต่างก้มลงกราบสักการะพระบรมราชสรีรางคารบริเวณด้านหน้าพระอุโบสถแทน

เช่นเดียวกับที่วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร ประชาชนทยอยเข้ากราบสักการะพระบรมราชสรีรางคารรัชกาลที่ 9 ซึ่งบรรจุอยู่ใต้ฐานพระพุทธชินสีห์ พระประธานภายในพระอุโบสถ โดยเจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือ งดยืนถ่ายภาพในพระอุโบสถ เพราะเป็นกิริยาที่ไม่สุภาพและเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย