วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘บิ๊กฉัตร’ยันอยากพัก ไม่น้อยใจ ถ้าถูกปรับพ้น

จาก‘ครม.ใหม่’ ‘บิ๊กเจี๊ยบ’ให้รอ ทาบ‘ยอดยุทธ’ บิ๊กป้อมชักฉุน จ้องตี‘2ตระกูล’

“บิ๊กฉัตร” โอดเป็นเพื่อน “บิ๊กตู่” เลยติดโผปรับ ครม.ตลอดลั่นไม่ได้ตีตั๋วต่อก็กลับบ้าน บอกอยากพักจะตาย วางแผนเที่ยวต้องฉีกทิ้งหมด “บิ๊กป๊อก” ขำๆลือหึ่งพ้นวงโคจร “ประจิน” เปรยนายกฯเริ่มซาวเสียง “ธนะศักดิ์” ถาม “ยอดยุทธ” แล้ว ยังไม่ถูกทาบทาม “สมคิด-บิ๊กโย่ง-อภิรดี” รูดซิปปาก “มาร์ค” จี้ปรับทีม ศก. หมดเงื่อนไขประนีประนอมกองทัพ พท.ดักคออย่าตั้งแต่เด็กในคาถา “ประวิตร” แทงกั๊กตั้งพรรคทหาร ถ้าจำเป็นถึงตั้ง ไม่เคยดีลกับใคร “ซือแป๋” ปัดดึงบิ๊กการเมืองซบตัก คสช. “ทรงกลด” ปฏิเสธไม่ได้จดตั้งพรรคสีเขียว ปชป.กวักมือต้อนรับ คสช.ลงสนาม “พี่ใหญ่” ฉุนจับจ้องกันแต่ “วงษ์สุวรรณ-จันทร์โอชา” “มีชัย” ให้ “พัชรวาท” ระมัดระวังตัว “พรเพชร” เมินไม่เปลี่ยนตัว มท.ชงเข้า ครม.เด้งผู้ว่าฯชลบุรี-นนทบุรี

ตามที่มีกระแสข่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เริ่มเฟ้นหาตัวบุคคลเข้าร่วมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่จะมีการปรับหลายตำแหน่งนั้น ล่าสุดรัฐมนตรีหลายคนที่อยู่ในข่ายจะถูกปรับออก ต่างออกมาพูดตรงกันว่ายังไม่ได้มีการพูดคุยกับนายกฯ

“บิ๊กตู่” ฝันไทยเบอร์หนึ่งอัญมณี

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 6 พ.ย.ที่ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมแชงกรี-ลา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่ง ชาติ (คสช.) เป็นประธานเปิดการประชุมสมาพันธ์เครื่องประดับโลก ผู้มีประกอบการอัญมณีและเครื่องประดับทั่วโลกจาก 42 ประเทศ เข้าร่วม โดยนายกฯ กล่าวปาฐกถาพิเศษ “ทิศทางของไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอัญมณีและเครื่องประดับโลก” ว่า หวังทุกคนมีความสุข พึงพอใจ มาช่วงลอยกระทงพอดี การลอยกระทงคือทำสิ่งดีขึ้นมาใหม่ นำสิ่งไม่ดีลอยออกไป ถือเป็นโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ ไม่ใช่ทำเพื่อคนรวย แต่เป็นห่วงโซ่สร้างรายได้ให้แรงงานกว่า 7 แสนคน มุ่งหวังให้ไทยเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณี และเครื่องประดับโลกให้ได้ในอีก 5 ปีข้างหน้า

งดให้สัมภาษณ์ปมปรับ ครม.

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ตระหนักดีว่าแม้ไทยจะมีจุดแข็งได้เปรียบจากความหลากหลายของสินค้า แต่ยังมีข้อจำกัดที่ต้องนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องต้องทำให้ครบวงจร เช่น ออกมาตรการยกเว้นภาษีอัญมณีและเครื่องประดับ เพื่อสร้างแรงจูงใจ รัฐบาลจะอำนวยความสะดวกให้ตามกรอบที่จำเป็น ปลดล็อกในสิ่งที่สมควรเหมาะสม สำหรับการท่องเที่ยวกับเรื่องอัญมณีเกี่ยวข้องกัน ต้องทำให้มีคุณภาพทั้งสองอย่าง อยากให้ทุกคนมาเที่ยวมากขึ้นขอฝากประเทศไทยไว้ด้วย คนไทยน่ารัก อารมณ์ดี ใจเย็น ยิ้มแย้ม แจ่มใส มีความอดทน ตนพยายามยิ้มตลอดเวลา ไม่โมโหใคร พยายามทำให้ ประชาชนมีความสุข พึงพอใจ แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังนายกฯ กล่าวจบ ได้เดินลงมาทักทายผู้มาร่วมงาน แต่ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ประเด็นการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) และเดินทางกลับทำเนียบรัฐบาลทันที

“บิ๊กฉัตร” ยังไม่ได้คุยนายกฯ

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังร่วมเปิด ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม “ตลาดเกษตร เกรดพรีเมี่ยม” ถึงการปรับ ครม.ว่า ด้วยความสัตย์จริงนายกฯ ไม่เคยคุยเรื่องนี้กับตน แม้จะเรียนจบมาด้วยกัน เป็นเพื่อนกันมา แต่เวลาทำงานทราบดีว่าไม่มีเพื่อน นอกเวลาก็เป็นเพื่อนกัน ทุกวันนี้ยังทำแบบนี้ ท่านเลยไม่ถามตนและคงคิดอยู่หลายด้าน เมื่อถามว่ารู้สึกอย่างไรที่มีชื่อติดโผถูกปรับ ครม.ทุกครั้ง พล.อ.ฉัตรชัยตอบว่า “ผมอาจเป็นเพื่อนนายกฯ มั้ง ที่ผ่านมาตั้งใจทำงานเต็มที่ แต่ผลงานจะขนาดไหนไม่เคยประเมินตัวเองต้องให้คนอื่นประเมินแต่ขอให้อยู่ในห่วงโซ่บ้าง ไม่ใช่ใครก็ไม่รู้ หลายอย่างที่พูดมาไม่ตรงกับความเป็นจริง”

บอกอยากพักจะตายไป

เมื่อถามว่าถ้าโดนปรับออกจะเสียใจหรือไม่ พล.อ.ฉัตรชัยตอบทันทีว่า “เฮ้ย ผมเป็นทหาร พร้อมทำงานตามที่รับมอบหมาย ถ้าท่านไม่มอบเราก็กลับ ท่านก็ไม่เคยตำหนิผม แต่ยอมรับว่าข้าราชการสื่อสารไม่เป็น เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์หน่วยราชการไม่มีทางสู้เอกชนได้ ถือเป็นจุดอ่อนของทุกรัฐบาล คนที่เป็นเอกชนถ้าจ้องทำลายเพียงแค่คนสองคน ใส่อะไรเข้าไป มีเทคนิคหวือหวาน่าสนใจก็ดังแล้ว และคิดว่าทุกรัฐบาลที่ผ่านมาอ่อนประชาสัมพันธ์ ไม่ใช่แค่รัฐบาลนี้ ผมไม่ได้น้อยใจ” เมื่อถามย้ำว่าถ้าถูกปรับออกจะไปทำอะไร พล.อ.ฉัตรชัยตอบว่า “ผมอยากพักจะตายไป อยากพักนานแล้ว หลังเกษียณก็เดินคุยกับนายกฯ ว่าอยากไปเที่ยวกัน นายกฯ เป็นคนเขียนแผนว่าอยากไปนู่นไปนี่ ฉีกทิ้งไปหมดแล้ว ไม่ได้ไปเลย”

“บิ๊กป๊อก” ขำๆถ้าต้องพ้นวงโคจร

ที่กระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกระแสข่าวว่าจะมีการปรับ ครม.ในส่วนกระทรวงมหาดไทยด้วย ว่า เป็นอำนาจหน้าที่ของนายกฯ ขอให้รอฟังจากนายกฯ ตนไม่มีความเห็น เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้ปรึกษาในเรื่องนี้หรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ตอบว่า ไม่ได้ปรึกษาอะไร เมื่อถามอีกว่าจะมีชื่อ พล.อ.อนุพงษ์อยู่ใน ครม.ชุดต่อไปหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์หัวเราะ ก่อนเดินกลับขึ้นห้องทำงานทันที

“บิ๊กจิน” เปรยนายกฯเริ่มซาวเสียง

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การปรับ ครม.ทุกครั้งที่ผ่านมา นายกฯจะสอบถามความคิดเห็นกับรองนายกฯ ครั้งนี้ก็เช่นกันช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นายกฯได้สอบถามความเห็นผ่านผู้ประสานงานถึงเรื่องการปรับ ครม.มา แต่ไม่ได้แสดงความคิดเห็นอะไรไป เพียงแต่แจ้งไปว่านายกฯติดตามผลงาน และใกล้ชิดกับรัฐมนตรีทุกคน จึงเป็นผู้ที่เหมาะสมที่สุดที่จะพิจารณาและตัดสินใจ

“วิษณุ” ไปคนละทางไม่ถูกถาม

ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องปรับ ครม. ต้องถามนายกฯและหัวหน้าคสช. ตนก็อยู่ในข่ายที่ต้องถูกปรับ จะไปตอบอะไรได้ ส่วนที่ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกฯ ระบุว่านายกฯขอความเห็นเรื่องการปรับ ครม.จากรองนายกฯนั้น ไม่ทราบ เป็นรองนายกฯคนหนึ่งที่ยังไม่ถูกถามความเห็น จะถามจากรองนายกฯคนอื่นก็ไม่รู้เหมือนกัน ด้วยความสัตย์จริงยังไม่เคยถูกถามเรื่องนี้ แต่ถ้าขอความเห็นจาก พล.อ.อ.ประจิน ก็มีเหตุผล เพราะรองนายกฯทุกคนยกเว้นตนกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ไม่ได้เป็น คสช.

“ยอดยุทธ” ปัดยังไม่ถูกทาบทาม

พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อยู่ที่ดุลยพินิจของนายกฯ ไม่จำเป็นต้องถามตัวรัฐมนตรี สามารถปรับให้เกิดความเหมาะสมตอนไหนก็ได้ ส่วนแนวทางการปรับลดรัฐมนตรีสัดส่วนทหารลงนั้น หากผู้บังคับบัญชาเลือกอะไรต้องทำตาม เพราะเราเป็นทหาร สำหรับคุณสมบัติ รมว.แรงงานที่ว่างลงนั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นทหารเสมอไป และยังไม่ทราบว่าการประชุม คสช. วันที่ 7 พ.ย. จะหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาหารือกันหรือไม่ ส่วนที่มีผู้มีชื่อเสียงลาออกจากตำแหน่งเก่า และถูกคาดการณ์ว่าเพื่อมารับตำแหน่งรัฐมนตรีนั้น อยากให้รอการตัดสินใจของนายกฯ กรณี พล.อ.ยอดยุทธ บุญญาธิการ ที่ลาออกจากประธานกรรมการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) สอบถาม พล.อ.ยอดยุทธแล้ว ระบุว่ายังไม่ได้รับการทาบทาม

“สมคิด–บิ๊กโย่ง–อภิรดี” รูดซิปปาก

ด้านนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่รู้เรื่องปรับ ครม. ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าได้รับสัญญาณการปรับรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ จากนายกฯบ้างหรือไม่ นายสมคิดตอบว่า ไม่รู้ แล้วสื่ออยากให้ปรับหรือไม่ ไปแล้วๆ

พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พลังงาน กล่าวว่า ไม่ทราบถึงกระแสการเรียกร้องให้ปรับ ครม.ทีมเศรษฐกิจ ไม่ได้รับสัญญาณจากนายกฯเลย

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ถึงกระแสกดดันว่าเป็นหนึ่งในกระทรวงที่ถูกเรียกร้องให้ปรับออกจากทีม ครม.เศรษฐกิจ โดยกล่าวเพียงสั้นๆว่า “เป็นเรื่องของนายกฯตัดสินใจ”

“บิ๊กป้อม” บ่นพึมพูดกันไปเรื่อย

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า เรื่องการปรับ ครม. เป็นเรื่องของนายกฯดูแลทั้งหมด และนายกฯไม่ต้องเกรงใจตนเลย ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าไปทาบทามตัวบุคคลไว้แล้ว เช่น พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม มานั่ง รมว.แรงงานนั้น ไม่ทราบ ไม่ใช่คนปรับ ครม. ถามกันไปเรื่อย และไม่ได้เสนอชื่อคนที่จะมาเป็น รมว.แรงงาน เป็นเรื่องของนายกฯ

แนะยึด “เปรมโมเดล” ปั้นทีม ศก.

ที่รัฐสภา นายสมชาย แสวงการ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า เห็นด้วยหากจะปรับ ครม.ให้สอดรับกับช่วงเวลา 1 ปีเศษที่เหลือ จุดอ่อนขณะนี้คือปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง รวมถึงการสื่อสารกับประชาชน การปรับ ครม. โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ควรยึดโมเดลสมัยรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ที่ระดมคนจากทุกภาคส่วน ที่มีความรู้ความสามารถมาร่วมมือกัน หรืออาจขอความเห็นจากอดีตนายกรัฐมนตรีมาร่วมด้วย เพราะถือเป็นวาระของชาติ เชื่อว่าการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาต่างๆจะเร็วขึ้น แต่ไม่ติดว่าจะมีสัดส่วนทหารเท่าใด

ซัดทีม ศก.เจ๋งจริงไหมถามใจดู

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ส่วนตัวไม่เชื่อว่าเหตุผลที่ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล ลาออกจาก รมว.แรงงาน เพื่อไปทำธุรกิจส่วนตัว น่าจะเกิดจากความคิดเห็นที่ไม่ตรงกัน และการใช้มาตรา 44 สั่งย้ายนายวรานนท์ ปีติวรรณ พ้นอธิบดีกรมจัดหางานมากกว่า ไม่ได้เป็นแบบอย่างของธรรมาภิบาล เพราะไม่มีเหตุผลที่ชัดเจน ส่วนเรื่องการปรับ ครม. อยากได้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถในการเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เพราะยังเป็นปัญหาใหญ่ของรัฐบาลนี้ แม้รัฐบาลจะดีใจกับตัวเลขเศรษฐกิจมหภาคที่ดีขึ้น แต่ประชาชนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะในภาคการเกษตรยังไม่ดีขึ้น ที่ผ่านมาเก่งหรือไม่นั้นดูที่ผลงานที่ออกมา มันมีปัญหาและประชาชนไม่ประทับใจ วันนี้การปรับ ครม.คนละประเด็นกับการประนีประนอมกับกองทัพแล้ว เวลาที่เหลืออีก 1 ปีของรัฐบาล คสช. นายกฯควรให้ความสำคัญกับประชาชนมากที่สุด โดยไม่เกรงใจกลุ่มต่างๆ 2.ก่อนปรับ ครม. ต้องตั้งคำถามก่อนว่าต้องดูทิศทางและนโยบายหรือไม่ หากใช่ก็ต้องไประดมคนที่มองเห็นทิศทางใหม่ที่คิดว่าดีกว่าเดิม

พท.ดักทางอย่าตั้งเด็กในคาถา

ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต อดีตรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หากการปรับ ครม.ครั้งนี้ ทำเพื่อตอบแทนผู้ที่เคยมีส่วนช่วยยึดอำนาจ น่าเป็นห่วงว่าสถานการณ์รัฐบาลอาจยิ่งตกต่ำลง แม้แต่โพลที่เคยเชียร์รัฐบาลมาตลอด ยังระบุว่าความนิยมต่อ พล.อ.ประยุทธ์ลดลง หวังว่า พล.อ.ประยุทธ์จะไม่เอาอย่างนายมีชัย ฤชุพันธ์ ประธาน กรธ. ที่ตั้งลูกสาวมาเป็นเลขาฯ เพื่อให้ช่วยเก็บความลับ เพราะถ้าทำเช่นนั้นอาจถูกโจมตีว่าวางตัวเด็กในคาถามาช่วยรักษาความลับเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือไม่

“บิ๊กเต่า” โผล่สางงานแทน “บิ๊กบี้”

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน ที่กระทรวงแรงงาน พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะรักษาการ รมว.แรงงาน แทน พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล เดินทางมายังกระทรวงแรงงานเพื่อเรียกประชุมผู้บริหารของกระทรวงฯ โดยมีนายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน นายอนุรักษ์ ทศรัตน์ อธิบดีกรมการจัดหางาน นายสุทธิ สุโกศล อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ร่วมประชุมนานกว่า 2 ชั่วโมง จากนั้น พล.อ.สุรศักดิ์กล่าวว่า มาติดตามงานที่กำลังดำเนินการ คือแนวทางเก็บเพิ่มเงินสมทบประกันสังคม จะเพิ่มหรือไม่ จะสมัครใจหรือไม่ และการแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าว ตาม พ.ร.ก.การทำงานของคนต่างด้าว ที่จะครบเวลา 180 วัน วันที่ 31 ธ.ค. รวมถึงการนำเข้าตามเอ็มโอยู ส่วนการจัดหาเครื่องสแกนม่านตาพิสูจน์อัตลักษณ์แรงงานต่างด้าว วันนี้ยังไม่ได้คุยกัน หากเหมาะสม ก็ต้องดำเนินการ

“ประวิตร” แทงกั๊กตั้งพรรคทหาร

ช่วงเช้าที่เมืองทองธานี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณี พล.ต.ทรงกลด ทิพย์รัตน์ หนึ่งในคณะทำงานเตรียมการปฏิรูปประเทศของ คสช. ระบุถึงการเตรียมจัดตั้งพรรคพลังชาติไทย ที่ถูกมองว่าเป็นพรรคทหารเพื่อรองรับการเลือกตั้ง ว่า ไม่รู้เรื่อง ไม่เกี่ยว เป็นเรื่องของ พล.ต.ทรงกลด ส่วนตัวไม่รู้จักกัน เมื่อถามว่า พล.ต.ทรงกลดมีความสนิทกับ คสช.หรือไม่ พล.อ.ประวิตรย้อนถามว่า คสช.คนไหน พูดกันไปเอง อย่าไปเชื่อคนที่มาอ้างว่าสนิทกับ คสช.คนนั้นคนนี้ เมื่อถามว่า ยืนยันได้หรือไม่ว่า คสช.จะ ไม่ตั้งพรรคการเมือง พล.อ.ประวิตรกล่าวย้อนว่า ทำไมต้องยืนยัน คสช.ไม่ยุ่งการเมืองอยู่แล้ว ยกเว้นแต่มีความจำเป็นต้องตั้งพรรคการเมือง หากไม่จำเป็นก็ไม่ตั้ง ขณะนี้ยังไม่จำเป็นต้องตั้ง

คิดกันไปเองไม่เคยดีลกับใคร

พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ส่วนที่มีการพุ่งเป้ามาที่ตนว่าเป็นตัวตั้งตัวตีตั้งพรรค เพราะสามารถดีลกับบุคคลสำคัญได้นั้น ไม่มี จะให้ไปดีลกับใคร ไม่ได้เจอใครเลย ที่บอกว่าจะดึงอดีต ส.ส.มาร่วมนั้นคิดกันไปเอง เมื่อถามว่า อนาคตมีโอกาสตั้งพรรคหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ยังไม่รู้ และคงไม่เกี่ยวกับกระแสพรรคเพื่อไทยจะได้กลับมาเป็นรัฐบาล ถึงกับต้องตั้งพรรคเพื่อเป็นทางเลือก คิดกันไปเอง เมื่อถามถึงโพลสำรวจระบุว่าประชาชนเห็นด้วยให้ปลดล็อกพรรคการเมือง พล.อ.ประวิตรตอบว่า ยังถามกันวุ่นแบบนี้ ไม่ต้องห่วงว่าจะไม่ทันกรอบเวลา ถึงไม่ทันจริงๆ ก็ต้องยืดเวลาออกไป แต่คิดว่าทัน “ผลสำรวจความคิดเห็นว่าความนิยมในตัวนายกฯลดลงนั้น นายกฯเหนื่อยจะตายโหง ทำงานทุกอย่าง โพลที่ไหนสำรวจมาให้ไปคิดกันเอาเอง ผมว่าทุกอย่างดีขึ้นทุกวัน ไปถามใครมา”

“ซือแป๋” ปัดดึงบิ๊กการเมืองซบตัก

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ในฐานะสมาชิก คสช. กล่าวถึงกระแสข่าวว่า คสช.เตรียมหาพรรคการเมืองมาสนับสนุนให้เป็นรัฐบาลสมัยหน้าว่า ไม่มี คสช. ไม่ได้พูดกัน เมื่อถามถึงการเดินทางไปประเทศจีนเมื่อสัปดาห์ก่อน พร้อมนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ และอดีตนักการเมืองจากบางพรรค นายมีชัยตอบว่า “ไม่มีประเด็นของการตั้งพรรคการเมือง และผมไปกับอาจารย์วิษณุ ส่วนนักการเมืองที่ไปด้วย ก็เป็นก๊วนเดียวกันอยู่แล้ว” ก่อนที่จะเดินเลี่ยงผู้สื่อข่าวเข้าไปยังห้องประชุม กรธ.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายมีชัย พร้อมด้วยนายวิษณุ เดินทางไปประเทศจีน มีภาพถ่ายปรากฏว่ามีกลุ่มอดีตนักการเมือง อาทิ นายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ และนายกรพจน์ อัศวินวิจิตร อดีตแกนนำพรรคชาติพัฒนา ร่วมคณะไปด้วย

“ทรงกลด” ยันยังไม่จดตั้งพรรค

พล.ต.ทรงกลด ทิพย์รัตน์ อดีตคณะทำงานเตรียมการปฏิรูปเพื่อคืนความสุขให้คนในชาติ คสช. กล่าวว่า ไม่รู้เรื่องข่าวจัดตั้งพรรคการเมืองเพื่อสนับ สนุน คสช. ไม่ได้ทำการเมือง ยังไม่ได้จดทะเบียนจัดตั้งพรรคกับ กกต. อย่างไรก็ตาม แม้คณะเตรียมการปฏิรูปเพื่อคืนความสุขให้คนในชาติ จะจบภารกิจไปแล้ว แต่ยังได้รับเรื่องราวร้องทุกข์ของคนทั้งประเทศ คิดว่าจะช่วยเหลือชาติได้จึงไปทำจิตอาสารับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชน และส่งไปให้ คสช. การไปตั้งพรรคนั้นยืนยันว่ายังไม่ได้ทำอะไรทั้งสิ้น เรื่องการเมืองไม่ถนัด เรื่องที่เกิดขึ้นคิดว่าคงเห็นว่ารู้จักคนเยอะ เลยเอาไปผูกกับการเมือง

ขอการเมืองใจเย็นปมปลดล็อก

พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกฯ กล่าวถึงข้อเรียกร้องให้ปลดล็อกพรรคการเมือง ว่า ยังไม่ทราบว่าการประชุม คสช. วันที่ 7 พ.ย. จะมีวาระเรื่องนี้หรือไม่เรื่องนี้คสช.พูดคุยกันมานานแล้ว แต่ต้องเห็นใจ สมมติมี 5 พรรคการเมืองอยากทำกิจกรรม แล้วบังเอิญ คสช.ออกคำสั่งไปเหมือนพรรคใดพรรคหนึ่งในนั้น อาจกลายเป็นเอียงไปตรงนั้น เป็นขั้นตอนที่ คสช.เตรียมทำให้อยู่แล้ว พรรคการเมืองต้องใจเย็น รอสักพักหนึ่งน่าจะออกมาได้

กกต.เชื่อ คสช.ปลดล็อกทันเวลา

นายประวิช รัตนเพียร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า หาก คสช.ยกเลิกคำสั่ง คสช.ที่ 57 กกต.พร้อมประกาศใช้ระเบียบต่างๆ ส่วนของพรรค การเมืองเชื่อว่ากำลังศึกษากฎหมายดังกล่าวอยู่ จึงไม่น่ามีปัญหาอะไร โดยเฉพาะความเป็นห่วงเรื่อง การดำเนินการไม่ทันตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด เพราะ คสช.พูดชัดเจนแล้ว คงมีวิจารณญาณเข้าใจว่าควรดำเนินการปลดล็อกเมื่อไร ส่วนแนวคิด ที่จะให้ กกต.ประกาศใช้ระเบียบต่างๆที่เกี่ยวข้องไปก่อนนั้น กกต.ได้เตรียมการระเบียบต่างๆไว้แล้ว น่าจะมีการหารือในการประชุม กกต. วันที่ 7 พ.ย. เพราะไม่มีอะไรที่ขัดกับ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และเราเข้าใจในเงื่อนไขพิเศษ ที่มีในขณะนี้

ปชป.กวักมือรับทหารลงสนาม

ขณะที่นายศุภชัย ศรีหล้า อดีต ส.ส.อุบลราชธานี และอดีตรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กระเเสข่าว คสช.จะตั้งพรรคการเมืองลงเลือกตั้งนั้น มาเลยไม่มีปัญหา ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. หรือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ถ้าทำตามกติกาที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ก็ยินดีต้อนรับลงสนามเลือกตั้ง อย่าไปปิดกั้นกันเลย เสนอทางเลือกมาสู้กันตามกติกา สุดท้ายประชาชนเป็นผู้ชี้ชะตาตัดสินอยู่ดี ดีเสียอีกจะได้ให้ประชาชนตัดสินว่าเลือกฝากอนาคตไว้กับพรรคไหน ถ้ายังนึกไม่ค่อยออกให้ย้อนกลับไปดูประสบการณ์ในอดีตว่าทหารเคยตั้งพรรคการเมืองเป็นอย่างไร แล้วจะรู้ว่าการทำพรรคให้เป็นสถาบันการเมืองนั้นไม่ง่าย

“เต้น” เหน็บผู้นำพูดจาหลักลอย

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า สาระสำคัญที่เรียกร้องให้ปลดล็อกนั้น ไม่ได้อยู่ที่แต่ละพรรคจะเตรียมตัวลงเลือกตั้งทันหรือไม่ แต่คือการปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย เมื่อ พ.ร.บ.พรรคการเมืองบังคับใช้มากว่า 1 เดือนแล้ว ผู้มีอำนาจไม่ควรถ่วงรั้งเอาไว้ ไม่เช่นนั้นสิ่งที่นายกฯพูดมาตลอดว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย จะกลายเป็นเรื่องหลักลอย เชื่อไม่ได้ แม้วันนี้ยังไม่ปลดล็อก แต่เชื่อว่าพรรคการเมืองคงเตรียมความพร้อมเท่าที่ทำได้ เพื่อให้ทุกอย่างทันเวลา ดังนั้นสิ่งที่ถูกล็อกอยู่วันนี้จึงไม่ใช่พรรคการเมือง แต่เป็นกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ เมื่อกฎหมายลูกถูกล็อกก็เหมือนจับลูกเป็นตัวประกัน ตัวแม่คือรัฐธรรมนูญจึงเท่ากับถูกงดใช้บางมาตราไปด้วย หากห่วงเรื่องความมั่นคง มั่นใจว่าไม่มีใครพรรคไหนคิดเคลื่อนไหวโค่นล้มรัฐบาล

เชียร์ คสช.ตั้งพรรคผลักดันปฏิรูป

นายสมชาย แสวงการ สมาชิก สนช. กล่าวถึง กรณีนายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชัน ระบุว่า คสช.กำลังวางยุทธศาสตร์ตั้งพรรคพลังชาติไทย เพื่อดึง ส.ส.จากพรรคต่างๆมาสืบทอดอำนาจว่า การตั้งพรรคใหม่เกิดขึ้นได้ หากมีแต่พรรคการเมืองเดิมจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ส่วนตัวสนับสนุนหากตั้งพรรคใหม่ขึ้นมา และมีเป้าหมายชัดเจน มีบุคคลที่จริงจังในการพัฒนาการปฏิรูป อุทิศตัวเพื่อชาติบ้านเมืองไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ไม่ว่าพรรคที่ตั้งขึ้นใหม่จะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ แต่หากตั้งมาเพียงเพื่อสืบสอดอำนาจเหมือนตัวอย่างในอดีต อย่างการตั้งพรรคสามัคคีธรรม อาจมีบทสรุปที่ไม่สวย

ฉุนจ้องแต่ “วงษ์สุวรรณ–จันทร์โอชา”

วันเดียวกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์การตั้ง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ เป็นกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ขณะที่ถูก ป.ป.ช.ไต่สวนกรณีร่ำรวยผิดปกติ ว่า ยังไม่รู้เรื่อง มาถามตนทำไม ต้องไปถาม พล.ต.อ.พัชรวาท ถึงจะมีฐานะเป็นพี่ชาย แต่ไม่ได้เจอกันเลย การที่ พล.ต.อ.พัชรวาทจะดำรงตำแหน่งอะไรเป็นเรื่องของเขา อายุ 60 กว่าแล้ว จะมายุ่งอะไรกับตน อย่าเอาความเป็นพี่เป็นน้องมาเกี่ยวข้องกับเรื่องการทำงาน ทุกคนต่างโตกันหมดแล้ว แต่ช่วยไม่ได้ที่ พล.ต.อ.พัชรวาทถูกโจมตี เพราะดันมีนามสกุลวงษ์สุวรรณ ถ้าไม่ใช่นามสกุลวงษ์สุวรรณ ไม่โดนหรอก ทั้งนามสกุลวงษ์สุวรรณและจันทร์โอชา ที่โดนโจมตี ไม่ใช่เรื่องจริงทั้งหมด อย่าไปสนใจ

“มีชัย” ทัก “พัชรวาท” ต้องระวังตัว

ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า เมื่อ สนช.ตั้งใครมาเป็น กมธ.แล้ว ต้องทำงาน เขาอาจมีความตั้งใจดี มีประสบการณ์ช่วยทำให้การร่างกฎหมายรอบคอบ คนที่ทำหน้าที่ก็ต้องระวัง กมธ.มีตั้ง 35 คน ไม่ใช่คนเดียว กรณี พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ที่วิจารณ์กัน พูดอะไรมากไม่ได้ ในฐานะคนนอกต้องคอยติดตาม ถ้ารู้สึกว่าผิดฝาผิดตัวก็ต้องพูด กรธ.ดูอยู่ หากไม่แก้จนตกหล่นผิดไปจากที่ตั้งเป้าไว้ก็ไม่ว่ากัน แต่หากเปลี่ยนหลักการคงต้องโต้แย้ง ส่วนกรณีที่ กมธ.เสนอให้นำเงินจากกองทุนกลางเพื่อส่งเสริมการดำเนินงานในการป้องกันการปราบปรามการทุจริต แก่หน่วยงานต่างๆ มาใช้เพื่อให้รางวัล ได้ทราบข้อสังเกตเบื้องต้นและไม่เห็นด้วย เพราะจะทำให้ผิดไปจากหลักการจัดทำร่างกฎหมายลูกของ กรธ.

ชี้ช่องแก้เปิดทางรับสมัคร กกต.

เมื่อถามถึงการสมัครเข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดใหม่ ที่จะครบกำหนดวันที่ 10 พ.ย. แต่ยังมีผู้สมัครเพียง 2 คน นายมีชัยตอบว่า ถ้าไม่ครบก็ขยายเวลาได้ แล้วแต่กรรมการสรรหา จริงๆคุณสมบัติไม่ได้สูง ไม่รู้ดูกฎหมายกันอย่างไร ข้อกำหนดให้ไม่ต่ำกว่าอธิบดี หรือหัวหน้าหน่วยงาน ซึ่งสูงกว่าอธิบดีก็ได้ ระยะเวลาทำให้นับต่อได้ แต่อาจเข้าใจผิดอะไรกันสักอย่าง ต้องไปคุยกัน

สนช.เมินไม่เปลี่ยนตัว “พัชรวาท”

นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. กล่าวว่า เมื่อมีการส่งชื่อผู้ที่จะเป็น กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วย ป.ป.ช.ตามขั้นตอนแล้ว ประธานสนช.ไม่มีอำนาจเปลี่ยนแปลงได้ และไม่แน่ใจว่าคดีของทั้ง 2 คนอยู่ในขั้นตอนใดของ ป.ป.ช. แต่หลักการคือถ้าบุคคลใดมีส่วนเกี่ยวข้องเรื่องใด จะไม่มีสิทธิเข้าประชุมเรื่องนั้น จึงต้องไปดูในประเด็นข้อกฎหมายว่าเกี่ยวข้องกับทั้งสองคนหรือไม่ อาทิ ใน กมธ.มี พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ และ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. ร่วมอยู่ด้วย จึงได้ทำความเข้าใจกับทั้งสองคนว่าถ้ามีประเด็นใดเกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งของทั้งสองคน ต้องไม่เข้าประชุมในเรื่องนั้นๆ ส่วนการตั้งข้อสงสัยถึงความเหมาะสมนั้น ขอให้ไว้ใจ กมธ. และที่ประชุมสนช.คิดว่า กมธ.ทั้ง 35 คน ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ กรณีที่สื่อมวลชนหรือสังคมที่จับตามองว่า กมธ.ท่านใดจะโน้มเอียงนั้น ถือเป็นสิ่งดีเป็นการเตือนไปยัง กมธ. แต่ขอให้เชื่อมั่น และเอาเกียรติตัวเองเป็นประกันว่า สนช.จะไม่ออกกฎหมายที่ขัดต่อหลักนิติธรรม หรือไม่ถูกต้อง

จวกแม่น้ำห้าสายอิเหนาเป็นเอง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ขณะนี้ไม่มีมาตรฐานหรือบรรทัดฐาน ขึ้นอยู่กับ สนช. ประเด็นที่สังคมสนใจคือมีการตั้งบุคคลใกล้ชิด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ร่วมอยู่หลายคนนั้น เห็นว่าในเชิงหลักธรรมาภิบาลแล้ว ไม่ควรมีตัวแทน ป.ป.ช.เข้าไปร่วมเป็น กมธ. ชุดนี้ จะได้ไม่มีข้อครหาผลประโยชน์ทับซ้อน อีกทั้งแม่น้ำ 5 สาย มักพูดเสมอว่าการเมืองมันแย่ ต้องยกระดับมาตรฐานเรื่องธรรมาภิบาล แต่เหตุใดเรื่องแบบนี้ สนช.เองกลับไม่ทำให้เห็นชัดเจนเป็นตัวอย่าง สมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ตนกล้ายืนยันว่า เราใช้หลักธรรมาภิบาลไม่ด้อยไปกว่านี้แน่นอน ส่วนตัวไม่ติดใจเรื่องความสัมพันธ์ของบุคคลที่ใกล้ชิด พล.อ.ประวิตร แต่ประเด็นอยู่ที่บุคคลเหล่านั้นมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ จึงชัดเจนว่ามันไม่สอดคล้องกับหลัก ธรรมาภิบาล ถ้าจะพูดกันเพียงว่ากฎหมายไม่ได้ห้าม แล้วมันต่างอะไรกับที่ตำหนินักการเมือง

ชงใช้ ม.44 เร่งปฏิรูปยุติธรรม

ที่ศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนผ่านเจ้าหน้าที่ ถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ให้เร่งปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม นายศรีสุวรรณกล่าวว่า พบว่าการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะการปฏิรูปศาล และวิธีพิจารณาคดีของศาลยุติธรรมไม่มีการดำเนินการใดๆ ขณะที่การใช้อำนาจของตุลาการหรือศาลเป็นหนึ่งในอำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทย มีผลกระทบต่อการเมืองการปกครอง วิถีชีวิต และความสงบสุขประชาชนโดยตรง ที่ปัจจุบันยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มีการใช้ดุลพินิจใช้อำนาจเกินขอบเขต ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้ยาก เกิดความไม่เท่าเทียมระหว่างคนรวยและคนจน การปฏิรูปต้องเน้นการทำงานโปร่งใสเป็น กลาง ปราศจากอคติ ทั้งนี้เพื่อความรวดเร็วหัวหน้า คสช. อาจใช้อำนาจตามมาตรา 44 เพื่อแก้ไขปัญหานี้

การันตีแทรกแซงศาลไม่ได้

ต่อมาที่รัฐสภา นายศรีสุวรรณ จรรยา เข้ายื่นหนังสือต่อนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ในกรณีเดียวกัน โดยนายพรเพชรกล่าวว่า มารับเรื่องเอง เพราะเป็นผู้พิพากษามากว่า 45 ปี การปฏิรูปศาลนั้นหากมองในแง่ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหารคงไม่สามารถแทรกแซงการทำงานของศาลได้ รัฐธรรมนูญรับประกันความเป็นอิสระในการทำงาน และในทางกฎหมายมีกระบวนการตรวจสอบองค์กรอิสระที่ประพฤติ มิชอบอยู่แล้ว การจะให้ฝ่ายนิติบัญญัติ หรือรัฐบาลเข้าไปแทรกแซง คงไม่ได้ เรื่องการปฏิรูปศาล ในรัฐธรรมนูญมีบัญญัติไว้แล้วว่าต้องปฏิรูปอย่างไร ขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่

“เรืองไกร” ร้องศาล รธน.สอบงบฯ 61

ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย ยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญขอให้วินิจฉัยว่า ครม. และ สนช.จัดทำ พ.ร.บ.งบประมาณประจำปี 2561 เพื่อใช้เป็นหลักในการจ่ายเงินแผ่นดิน 2.9 ล้านล้านบาท นายเรืองไกรกล่าวว่า พ.ร.บ.งบประมาณปี 2561 ที่บังคับใช้เมื่อวันที่ 30 ต.ค.2560 ถือว่ายังไม่มีกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลัง และยุทธศาสตร์ชาติรองรับ ตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา 142 บัญญัติไว้ จึงไม่เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด และไม่น่าจะนำมาใช้บังคับได้ จึงมาร้องศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมนำเงินทุนเลี้ยงชีพของตน งวดเดือน ต.ค.จำนวน 9,000 บาท ซึ่งเป็นเงินจากงบประมาณปี 2561 มอบให้ศาลรัฐธรรมนูญ เพราะอาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับไว้ เพียงแค่ลงบันทึกไว้ท้ายคำร้อง ทั้งนี้เตรียมยื่นคำร้องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบต่อ ในสัปดาห์หน้า เพราะเห็นว่า ครม.และ สนช.อาจเข้าข่ายความผิดฐานใช้อำนาจโดยไม่มีกฎหมายรองรับ และปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

พท.จี้ รบ.เคลียร์ บ.เหมืองแร่ฟ้อง

อีกเรื่อง นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด จำกัด ผู้ประกอบการเหมืองแร่ของ ออสเตรเลีย ภายใต้ชื่อ บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินการเหมืองแร่ทองคำในจังหวัดพิจิตร เพชรบูรณ์ และพิษณุโลก อยู่ระหว่างการเจรจากับรัฐบาลไทย ภายหลังจากได้ยื่นข้อเรียกร้องให้รัฐบาลไทยชดใช้ค่าเสียหายทางธุรกิจมูลค่า 750 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 30,000 ล้านบาท หากไม่สามารถตกลงกันได้ บริษัทอาจ ฟ้องร้องรัฐบาลไทย ภายใต้กระบวนการอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ ตามกรอบความตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ไทย-ออสเตรเลีย ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ต้องชี้แจงข้อเท็จจริงให้ประชาชนทราบ เพราะทุกคนไม่อยากให้ประเทศเสียหาย หากต้องชดใช้ค่าเสียหาย 30,000 ล้านบาท ใครต้องเป็นผู้ชดใช้ และจะนำเงินส่วนไหนไปชดใช้ พล.อ.ประยุทธ์จะจ่ายเองหรือไม่

“วิษณุ” เผยเตรียมข้อมูลสู้แล้ว

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่ถึงขั้นตอนตามที่เป็นข่าว ยังไม่มีอะไรทั้งนั้น ยังไม่ได้เรียกร้องวงเงินออกมา ข่าวที่ออกไปกระทบกับราคาหุ้น ข้อเรียกจากบริษัทคิงส์เกตฯ เป็นเงินเท่าไรก็ไม่มี อาจเคยพูดว่าวงเงินฟ้องร้องเท่าไร แต่ยังไม่มีใครตัดสิน กระบวนการยังยาว เพราะหนังสือที่บริษัทคิงส์เกตฯ ส่งมายังรัฐบาลระบุว่าจำเป็นต้องส่งเรื่องให้คณะอนุญาโตตุลาการ ยังไม่ได้ระบุค่าเสียหาย และไม่ขัดข้องหากมีการเจรจาคู่ขนานกันไป เราต้องยึดผลประโยชน์ประเทศเป็นที่ตั้ง รมว.อุตสาหกรรมรายงานว่าเขาเรียกร้องหลายข้อ และเราคงยอมตามนั้นไม่ได้ หากเขาลดราวาศอกลงมาอาจจะเจรจากันได้

ศาลนัดสืบคดี “อลงกรณ์” แจ้งเท็จ

ช่วงเช้าที่ศาลอาญา ศาลนัดสอบคำให้การและตรวจหลักฐานคดี ที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ ฟ้องนายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เป็นจำเลย ในความผิดฐานแจ้งความเท็จ กรณีเมื่อวันที่ 11 ส.ค.2546 จำเลยเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน บก.ป.ว่า พล.ต.ต.ประเสริฐ พิทักษ์ธรรม ผบก.สรรพาวุธสำนักงานส่งกำลังบำรุง สตช. และ พล.อ.ทสรฐ เมืองอ่ำ ผอ.องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) ร่วมสมคบกันทุจริตการจัดซื้อเสื้อเกราะอ่อนป้องกันกระสุน 2,000 ตัว ราคาตัวละ 16,000 บาท รวม 32 ล้านบาท เพื่อนำไปปฏิบัติงานในภาคใต้ทำให้ ได้รับความเสียหาย ซึ่งศาลพิจารณานัดสืบพยานโจทก์และจำเลย วันที่ 21-22 ส.ค.2561

“ชัยฤทธิ์” โดน ม.157 พา “ปู” หนี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. พ.อ. บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารปฏิบัติการ ประจำกองบัญชาการกองทัพบก ปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายกฎหมาย คสช. ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าฝ่ายกฎหมาย คสช. เข้าพบ พ.ต.ท.เจริญสิทธิ์ คงอิทธิ รอง ผกก.สส.สน.ปทุมวัน และ พล.ต.ต.ภัคพงษ์ เภตรา รอง ผบช.น. ในฐานะเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ รอง ผบก.น.5 กล่าวหาว่าขับรถยนต์ติดแผ่นป้ายทะเบียนปลอมพา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลบหนีไม่ไปฟังคำพิพากษาคดีจำนำข้าว ทั้งนี้ทราบอยู่แล้วว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ประกันตัวปล่อยตัวชั่วคราว แต่ไม่จับกุมตัวนำตัวไปฟังคำพิพากษา แต่กลับขับรถพาหลบหนี จึงแจ้งข้อหาเป็นเจ้าพนักงานละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตาม ป. อาญามาตรา 157

“บิ๊กตู่” ต้อนรับ รมว.กห.สิงคโปร์

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอิง เอ็ง เฮ็น รมว.กลาโหมสิงคโปร์ เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ทั้งนี้ รมว.กลาโหมสิงคโปร์ ย้ำถึงความร่วมมือด้านความมั่นคงทางทหารในภูมิภาค การพัฒนาขีดความสามารถของกองทัพระหว่างกัน โดยเห็นพ้องให้ประเทศอาเซียนร่วมมือกันรับมือกับความท้าทายด้านความมั่นคงต่างๆ อาทิ สถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลี ภัยคุกคามจากการก่อการร้าย ภัยคุกคามทางไซเบอร์ และความร่วมมือของมิตรประเทศทั้งในภูมิภาคและนอกภูมิภาค

มท.ชงโยก ผวจ.ชลบุรี–นนทบุรี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุม ครม.วันที่ 7 พ.ย.นี้ กระทรวงมหาดไทยจะเสนอโยกย้ายข้าราชการตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด จำนวน 4 ตำแหน่ง ดังนี้ 1.นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผวจ.ชลบุรี เป็น ผวจ.สมุทรปราการ 2.นายชาติชาย อุทัยพันธ์ ผวจ.สมุทรปราการ เป็น ผวจ.ชลบุรี 3.นายธนาคม จงจิระ ผวจ.นครสวรรค์ เป็น ผวจ.นนทบุรี 4.นายภาณุ แย้มศรี ผวจ.นนทบุรี เป็น ผวจ.นครสวรรค์ สำหรับการโยกย้ายดังกล่าวคาดว่าเกิดจากปัญหาการวิพากษ์วิจารณ์ในการอำนวยความสะดวกในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่ จ.ชลบุรี และนนทบุรี