วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แซมซั่น vs วีระพล

ณัฐเดช วชิรรัตนวงศ์

กับข่าวฮือฮาของคอมวยทั่วประเทศที่ “เสี่ยโบ๊ท” ณัฐเดช วชิรรัตนวงศ์ โปรโมเตอร์ดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีของสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย ประกาศเตรียมความพร้อมเพื่อจัดอดีต 2 แชมเปียนโลกขวัญใจชาวไทย “แซมซั่น อีสาน” แสนเมืองน้อย ลูกเจ้าพ่อมเหศักดิ์ ขึ้นชกมวยไทยย้อนยุคกับคู่รักคู่แค้น “พยัคฆ์หน้าขรึม” วีระพล สหพรหม ที่เวทีมวยราชดำเนินปลายเดือนธันวาคมนี้ และเสี่ยโบ๊ทยินดีจ่ายค่าตัวให้นักมวยทั้งคู่สูงถึงคนละ 300,000 บาท

ผมในฐานะแฟนหมัดมวยยุคคลาสสิกถึงกับเนื้อเต้นเลยครับ ที่จะได้เห็นนักชกยอดขวัญใจตลอดกาลกลับมาวาดลวดลายให้ดูบนสังเวียนเป็นบุญตาอีกครั้ง

โดยเฉพาะ “บักจ่อย” แซมซั่น ที่แม้จะเป็นแชมป์สถาบันเล็ก แต่ชื่อเสียงความยิ่งใหญ่ของเจ้าตัวมันสวนทางกันโดยสิ้นเชิง เรียกได้ว่าตำนานพ่อค้ากำปั้นมวยเมืองไทยใน 3 ทศวรรษก่อนหน้านี้ ผู้ที่มีมวยในหัวใจต้องจารึกความทรงจำไว้กับ “ไอ้จ่อย” บักหำน้อยจากเมืองร้อยเอ็ดผู้นี้อย่างแน่นอน

แซมซั่นถูกแมวมองส่องกล้องแล้วตีตราจอง โดยมีบี้ บางลี่ มือโปรมวยคนดังผู้วายชนม์ประคบ ประหงมจนดังทะลุสุดขีดแล้วถึงบรรจงชงใส่พานให้ “เสี่ยเน้า” วิรัตน์ วชิรรัตนวงศ์ เจียระไนต่อ

ในศึกเพชรยินดี ที่เวทีลุมพินี ก่อนก้าวข้ามบันไดคู่ชกจนก้าวขึ้นสู่บัลลังก์ “มวยแม่เหล็กแห่งยุค” และค่าตัวพรวดพราดไม่ขึ้นไม่ลงที่ 250,000 บาทต่อครั้ง ไม่ว่าผลการชกจะชนะหรือแพ้อย่างไรก็ตาม

แซมซั่นเคยไปตะบันหน้ากับ “พยัคฆ์หน้าขรึม” วีระพล ในศึกดาวรุ่งชูเจริญเมื่อวันที่ 30 ต.ค.34 ซึ่งบักจ่อยใช้เวลาเพียงแค่ยกเศษก็สามารถใช้หมัดซ้ายเคาะเอาวีระพลหลับกลางอากาศไปในยกที่ 2

หลังจากนั้นอีก 1 ปี กับ 6 เดือน วีระพลถึงได้โอกาสขึ้นชกล้างตากับแซมซั่นในศึกทหารเสือที่ลุมพินี ในวันที่ 11 พ.ค.36 ท่ามกลางแฟนมวยแน่นขนัดเต็มเวทีจนวิกแทบปริ

บักจ่อยเกือบจะปิดบัญชีวีระพลได้อีกครั้ง เมื่อสามารถยัดหมัดซ้ายเข้ากระโดงคางจนพยัคฆ์หน้าขรึมหล่นให้กรรมการนับแปดในยกแรก แต่ระฆังดังหมดยกขึ้นมาขัดจังหวะซะก่อน

พอขึ้นยกสอง วีระพลซึ่งไม่มีอะไรจะเสีย เดินเตะขาและต่อยหมัดชุดอย่างเมามันจนได้ผล แซมซั่น โอนเอนร่วงให้กรรมการนับ 8 ถึง 2 ครั้ง แล้วมาโดนขวาสุดท้ายของวีระพลซ้ำเข้าอีกหมัดเต็มแรง สางแค้นชนะทีเคโอบักจ่อยไปอย่างเด็ดขาด ในยกที่ 2

ผลัดกันแพ้ชนะคนละครั้ง แต่ที่อัศจรรย์ก็เพราะเป็นการแพ้ชนะในยก 2 เหมือนกันทั้งคู่

ด้วยลีลาการชกที่ดุดัน แถมมีพลังประดุจหนึ่งช้างสาร นับวันจะหาเหยื่อหรือคู่ชกยากขึ้นทุกที แซมซั่นจึงได้ตัดสินใจถอดแองเกิ้ลแล้วสวมรองเท้าเบนเข็มขึ้นชกมวยสากลในสังกัดเพชรยินดี บ๊อกซิ่ง โปรโมชั่น ของเสี่ยเน้า และสามารถคว้าตำแหน่งแชมเปียนโลก รุ่นจูเนียร์แบนตัมเวท ของสหพันธ์มวยโลก (WBF) มาครองได้ สร้างชื่อเสียงให้กับสถาบันและตนเอง ด้วยสถิติการขึ้นชกป้องกันตำแหน่งติดต่อกันได้มากถึง 38 ครั้งรวด โดยเป็นการชนะคะแนน 3 ครั้ง และชนะน็อกถึง 35 ครั้ง

ว่ากันว่าแซมซั่นเป็นนักมวยสากลไทยคนเดียวที่ขึ้นชกป้องกันตำแหน่งในประเทศ แล้วได้รับค่าตัวเป็นเงินสดสูงถึง 1,000,000 บาทต่อครั้งมากยิ่งกว่าใครในอาชีพเดียวกัน

ได้รับทองอัดฉีดรวมกันแล้วทั้งหมดน้ำหนัก 2,000 กว่าบาท และแซมซั่นยังเป็นนักมวยไทย

คนเดียวที่เก็บเกี่ยวค่าตัวจากหยาดเหงื่อการชกทั้งมวยไทยและมวยสากลได้สูงที่สุดในจำนวนนักมวยไทยด้วยกันในแผ่นดินถึง 62 ล้านบาทเศษ

ที่น่าแปลกและเป็นตำนานกล่าวขานกันอีกนานแสนนาน ก็เห็นจะเป็นการที่แซมซั่นเป็นนักมวยที่มีสปอนเซอร์เข้าคิวรอจัดยาวนานมากที่สุดในโลก

และในวันอังคารที่ 7 พ.ย.นี้ ขอเชิญสื่อมวลชนร่วมเป็นสักขีพยานในการตรวจสุขภาพทั้งของ แซมซั่น และวีระพล พร้อมร่วมรับฟังการแถลงข่าวศึกเพชรยินดี แซมซั่น–วีระพล ที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ บางแค เวลา 11.00–14.00 น.

ภาค 3 ของทั้งสองสุดยอดนักชกจะเป็นอย่างไร เชื่อว่าแฟนๆคงเฝ้ารอดูไม่กะพริบตา

ถึงจะเป็นคู่ย้อนยุคก็ตามที !!!

บี บางปะกง