วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กองเชียร์ฮาร์ดคอร์สำนึกผิดถูกจับคดีข่มขืนเด็ก13 เตือนพวกเจ้าชู้ให้เลิก

กองปราบบุกตะครุบตัว “หนุ่ม วังกัญชา” กองเชียร์ฮาร์ดคอร์สโมสรฟุตบอลชื่อดัง หนีคดีชำเราเด็ก 13 อ้างเมาไม่ได้ตั้งใจ พร้อมสำนึกผิดเป็นคนดี ฝากบอกผู้ชายเจ้าชู้ ให้เลิกทำผู้หญิงเสียใจ

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 6 พ.ย. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.ไมตรี ฉิมเฉิด รรท.ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.อรุณ วชิระศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.วิญญู แจ่มใส่ สว.กก.2 บก.ป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.2 บก.ป. ร่วมกันจับกุม นายเชษฐ์ฐา นาคเจริญ หรือ หนุ่ม วังกัญชา อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 665 หมู่ 2 ต.ลำปลายมาศ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ จ.208/2555 ลงวันที่ 17 ก.ค.55 ในความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ซึ่งไม่ใช่ภรรยาของตน, กระทำอนาจารแก่เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยเด็กอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้, พรากผู้เยาว์ จับได้ที่บริเวณลานจอดรถหลังอาคารชาเลนเจอร์ 2 ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพ็คเมืองทองธานี ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

ทั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อกลางปี 2555 นายเชษฐ์ฐา ผู้ต้องหารายนี้ได้ก่อเหตุล่อลวง  ด.ญ.อายุ 13 ปี ไปกระทำชำเราที่บ้านพักของตนเอง กระทั่งต่อมาผู้ปกครองผู้เสียหายทราบเรื่อง จึงได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายเชษฐ์ฐา ที่ สภ.ห้วยแถลง จ.บุรีรัมย์ แต่ระหว่างนั้นผู้ต้องหาเกิดไหวตัวทัน ก่อนจะหลบหนีออกจากพื้นที่ไปอยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัด กระทั่งต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่าผู้ต้องหาได้อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี  จึงนำกำลังเข้าจับกุมตัวได้ดังกล่าว

สอบสวน นายเชษฐ์ฐาให้การรับสารภาพว่า กระทำชำเราผู้เสียหายจริง แต่ไม่ได้เป็นการล่อลวงหรือใช้กำลังบังคับขืนใจผู้เสียหาย โดยยอมรับว่า ช่วงที่ตนยังอยู่ในกลุ่มกองเชียร์ฮาร์ดคอร์ของสโมสรฟุตบอลชื่อดัง ทีมฟุตบอลชั้นนำของเมืองไทย ได้พบเจอกับผู้เสียหาย ที่ร้านแห่งหนึ่งใน จ.บุรีรัมย์ ฝ่ายหญิงได้ให้เพื่อนมาขอเบอร์โทรศัพท์ตน  และมีการโทรติดต่อหากันเป็นประจำ รวมทั้งยังเคยมารับประทานอาหารที่บ้านตนอยู่บ่อยครั้ง จึงคบหาดูใจกันประมาณ 1 เดือน วันเกิดเหตุระหว่างที่ตนกำลังนั่งสังสรรค์อยู่ที่บ้านกับเพื่อน ผู้เสียหายได้มาหาที่บ้าน ก่อนจะมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกัน โดยที่ตนไม่ได้ตั้งใจเพราะอยู่ในอาการมึนเมา แต่ต่อมาผู้เสียหายได้ขาดหายการติดต่อไป จึงได้ย้ายมาทำงานเป็นลูกจ้างรายวัน รับจัดสร้างฉากตามกองละครต่างๆ กระทั่งมาถูกจับกุมตัวดังกล่าว

“ผู้หญิงทุกคน มีหัวใจ มีพ่อมีแม่ หากเราไปหลอกทำให้เสียใจ แล้วพ่อแม่เค้าจะรู้สึกยังไง แล้วหากมีคนมาทำลูกเราแบบนี้ เราจะรู้สึกทนได้ไหม ซึ่งในวันนี้ตนได้สำนึกผิดแล้ว อยากให้ผู้ชายที่หน้าตาดีหรือมีนิสัยเจ้าชู้ เลิกการกระทำแบบนี้เสีย ไม่เช่นนั้นจะต้องพบจุดจบแบบตนเอง" นายเชษฐ์ฐา กล่าวทิ้งท้าย

นอกจากนี้จากการตรวจสอบประวัติของนายเชษฐ์ฐา พบว่าเคยถูกจับกุมดำเนินคดีเกี่ยวกับการครอบครองอาวุธปืนและคดียาเสพติด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.ห้วยแถลง รับตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.