วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'มาร์ค' ส่ายหน้า จวกแม่น้ำ 5 สาย ตั้งคนใกล้ชิดนั่ง กมธ.ชำแหละ ก.ม.

"อภิสิทธิ์" จวก แม่น้ำห้าสาย "ว่าแต่เขา อิเหนาเป็นเอง" ปมตั้ง กมธ.พิจารณาร่าง ก.ม.ป.ป.ช. ตั้งคนเอี่ยวผลประโยชน์ทับซ้อน ขัดหลักธรรมาภิบาล

เมื่อวันที่ 6 พ.ย.60 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งอยู่ในขั้นการพิจารณาของ สนช.ว่า กรรมการ ป.ป.ช.ชุดปัจจุบันควรถูกเซตซีโร่หรือไม่นั้น ว่า ขณะนี้ไม่มีมาตรฐานหรือบรรทัดฐาน จึงขึ้นอยู่กับ สนช.ว่าองค์กรนี้เริ่มต้นกันใหม่หมด หรือองค์กรนี้ไม่เป็นไรอยู่กันได้ อย่างไรก็ตามเวลาที่มีการเปลี่ยนเปลงมาตรฐานในเรื่องของคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามของคนเป็นกรรมการ ป.ป.ช. ต้องยอมรับว่ามันแปลก หากจะทำเรื่องนี้ แล้วโครงสร้างมันเปลี่ยนด้วย แต่จะไม่ทำให้มันเป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญใหม่

ทั้งนี้ประเด็นที่สังคมสนใจ คือ มีการตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณาที่มีคนใกล้ชิด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ร่วมอยู่หลายคนนั้น ตนเห็นว่าในเชิงหลักธรรมาภิบาลแล้วไม่ควรมีตัวแทน ป.ป.ช.เข้าไปร่วมเป็นคณะกรรมาธิการชุดนี้ เพราะคณะกรรมาธิการสามารถเชิญ ป.ป.ช.ไปให้ข้อมูลได้อยู่แล้ว จะได้ไม่มีข้อครหาผลประโยชน์ทับซ้อน อีกทั้งแม่น้ำ 5 สาย มักพูดเสมอว่า การเมืองมันแย่ ต้องยกระดับมาตรฐานเรื่องธรรมาภิบาล แต่เหตุใดเรื่องแบบนี้ สนช.เองกลับไม่ทำให้เห็นชัดเจนเป็นตัวอย่าง ซึ่งในสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ตนกล้ายืนยันว่าเราใช้หลักธรรมาภิบาลไม่ด้อยไปกว่านี้อย่างแน่นอน และยังหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดกรณีแบบนี้ขึ้นด้วย

ส่วนบุคคลอื่นที่ร่วมคณะกรรมาธิการฯ ซึ่งสนิทสนมกับ พล.อ.ประวิตร นั้น ส่วนตัวไม่ติดใจเรื่องความสัมพันธ์ แต่ประเด็นอยู่ที่บุคคลเหล่านั้น มีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ เพราะบางท่านกำลังถูก ป.ป.ช.ตรวจสอบ จึงชัดเจนว่ามันไม่สอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาล

"ผมถึงบอกว่าเรื่องนี้มันน่าเสียดาย ถ้าจะพูดกันเพียงว่า กฎหมายไม่ได้ห้าม แล้วมันจะต่างอะไรกับการเมืองที่ตำหนิกันในอดีต" นายอภิสิทธิ์ กล่าว