วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'มาร์ค' ไม่เชื่อ 'บิ๊กบี้' ไขก๊อกทำธุรกิจ แนะนายกฯปรับ ครม.แก้ปากท้อง

"อภิสิทธิ์" ไม่เชื่อ "บิ๊กบี้" ลาออกไปทำธุรกิจส่วนตัว จวกใช้ ม.44 เด้ง "อธิบดีกรมจัดหางาน" ขัดธรรมาภิบาล แนะ "บิ๊กตู่" ปรับ ครม.แก้โจทย์ ศก.ชี้หมดเวลาเกรงใจพวกพ้อง ขอใช้คนตรงกับงาน

เมื่อวันที่ 6 พ.ย.60 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล ลาออกจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ว่า ส่วนตัวไม่เชื่อเหตุผลที่ พล.อ.ศิริชัยใช้อ้างว่าลาออกเพื่อไปทำธุรกิจส่วนตัว แต่น่าจะเกิดจากความคิดเห็นที่ไม่ตรงกัน และการใช้มาตรา 44 ที่สั่งย้าย นายวรานนท์ ปีติวรรณ จากอธิบดีกรมจัดหางานไปเป็นรองปลัดกระทรวงแรงงานมากกว่า และไม่ได้เป็นแบบอย่างของธรรมาภิบาล เพราะไม่มีเหตุผลที่ชัดเจน ขณะเดียวกันตนก็ยังเป็นห่วงเรื่องการแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าว ที่เข้ามาทำงานในบ้านเรา ที่ต้องดำเนินการให้เรียบร้อยในสิ้นปี 60 นี้ จึงรู้สึกแปลกใจที่นายกรัฐมนตรีระบุว่า ไม่รีบ เพราะหากไม่เร่งดำเนินการที่หาคนมาขับเคลื่อนนโยบายนี้อย่างจริงจัง ที่สุดก็จะเกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจต่อไป แต่ทั้งนี้ตนไม่บังอาจแนะนำผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานใหม่ได้

นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงการปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า เราอยากได้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถในการเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เพราะยังเป็นปัญหาใหญ่ของรัฐบาลนี้ แม้ว่ารัฐบาลจะดีใจกับตัวเลขเศรษฐกิจมหภาคที่ดีขึ้น แต่ประชาชนส่วนใหญ่และโดยเฉพาะในภาคการกษตรยังไม่มีดีขึ้นเลย ส่วนจะมีการลดจำนวนทหารใน ครม.หรือใช้สูตร จอมพลสฤษดิ์ ที่หาคนเก่งกว่าทหารเข้ามาทำงานหรือไม่นั้น ขณะนี้ความต้องการของสังคมคือ การเห็นผู้ที่มีความพร้อมที่จะเข้ามาทำงานด้านเศรษฐกิจ หากเป็นทหารแต่ทำงานดี คนก็คงไม่ว่าอะไร แต่ที่ผ่านมาเก่งหรือไม่นั้น ก็ดูที่ผลงานที่ออกมา ขณะนี้มันมีปัญหาและไม่เป็นที่ประทับใจของประชาชน

ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.จะต้องประนีประนอมกับกองทัพหรือไม่นั้นในการปรับ ครม.ครั้งนี้ ตนคิดว่าเป็นคนละประเด็นแล้ว เพราะเวลาผ่านไป 3 ปี กองทัพกับ คสช.เป็นคนละองค์กร และบุคลากรที่เป็นผู้ก่อตั้ง คสช. ก็ห่างกับผู้บริหารเหล่าทัพปัจจุบันในขณะนี้ 2 ถึง 3 ปี เป็นอย่างน้อย จึงมองว่ากองทัพไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องนี้แล้ว ส่วนเวลาที่เหลืออีก 1 ปีของรัฐบาล คสช. นั้น ตนอยากให้ 1.นายกรัฐมนตรีควรให้ความสำคัญกับประชาชนมากที่สุด โดยไม่เกรงใจกลุ่มต่างๆ 2.ก่อนจะปรับคณะรัฐมนตรี ต้องตั้งคำถามก่อนว่า ทิศทางและนโยบายต้องปรับใช่หรือไม่ หากใช่ก็ต้องไประดมคนที่เขามองเห็นทิศทางใหม่ที่คิดว่าจะดีกว่าเดิม และเดินหน้าทำไปให้เต็มกำลัง