วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผลชันสูตรศพ ‘น้องหวาน’ ใช้ปืนยิงจากซ้ายไปขวา 1 นัด ไม่ชัดฆาตกรรม

รักษาราชการแทน ผู้บังคับการนิติเวชวิทยา เผยผลชันสูตรศพ “น้องหวาน” สาวใช้ชาวเมียนมา ใช้อาวุธปืนยิงจากซ้ายไปขวาเพียง 1 นัด แต่ยังไม่ยืนยันเป็นการฆ่าตัวตายหรือฆาตกรรม ต้องรอหลักฐานจากพนักงานสอบสวนประกอบอีกครั้ง

เมื่อช่วงเช้าวันนี้ 6 พ.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางปาละ ปาเปียว แม่ของนางสาวหวาน หรือน้องหวาน ปาเปียว อายุ 17 ปี สาวใช้ชาวเมียนมา พร้อมด้วย นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เข้าพบ พ.ต.อ.ภวัต ประทีปวิศรุต รักษาราชการแทน ผู้บังคับการนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อรับฟังผลการชันสูตรพลิกศพ หลังญาติขุดศพของนางสาวหวาน มาให้สถาบันนิติเวชวิทยา ตรวจพิสูจน์สาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง เพราะยังติดใจสาเหตุในการเสียชีวิต เนื่องจากครอบครัว เชื่อว่านางสาวหวาน ปาเปียว ถูกฆาตกรรม หลังถูกพบว่า เสียชีวิตจากการใช้ปืนของนายจ้างตัวยิงตัวตาย ในบ้านพัก ที่อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา

พ.ต.อ.ภวัต เปิดเผยผลการชันสูตรศพนางสาวหวาน ว่า มีการใช้อาวุธปืนยิงจากซ้ายไปขวาเพียง 1 นัด แต่พนักงานสอบสวน ตรวจพบปลอกกระสุน 2 ปลอก และลูกกระสุนขนาด 9 มม. จำนวน 2 นัด ซึ่งแพทย์ได้ตัดชิ้นเนื้อข้างรูกระสุนไปตรวจสอบหาเขม่าดินปืน ซึ่งคาดว่า จะทราบผลภายใน 2 สัปดาห์ แต่แพทย์ยังไม่สามารถระบุได้ว่า เป็นการกระทำจากตัวเอง หรือมีผู้อื่นกระทำ เนื่องจาก สภาพศพมีลักษณะเน่าเปื่อย และของเหลวภายในร่างกายแห้งไปแล้ว จึงยากต่อการพิสูจน์ แต่การตรวจสอบเบื้องต้น ไม่พบร่องรอยบาดแผลอื่น มีเพียงรอยกระสุน

ส่วนข้อสงสัยว่า ผู้เสียชีวิตยิงตัวเองถึง 2 นัดนั้น ก็มีความเป็นไปได้ เพราะในอดีต เคยมีผู้ยิงตัวเองถึง 5 นัด เพราะไม่ถูกจุดตาย โดยขณะนี้ อยู่ระหว่างตรวจสอบระยะการยิง คาดว่า ภายใน 1-2 สัปดาห์จะทราบผล ขณะเดียวกัน แพทย์ได้มีการตรวจสอบร่องรอยการถูกกระทำชำเรา แต่ยังรอผลการตรวจสอบเช่นกัน

พ.ต.อ.ภวัต ยืนยันด้วยว่า การชันสูตรศพ เป็นไปตามหลักสากล ไม่เลือกปฏิบัติชนชาติหรือศาสนา แต่ผลอย่างเป็นทางการ ต้องอาศัยผลการตรวจหลักฐานจากพนักงานสอบสวน และกองพิสูจน์หลักฐาน ประกอบกันด้วย

ขณะที่ครอบครัวกล่าวว่า ไม่เชื่อว่าน้องน้ำหวานจะฆ่าตัวตาย เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหา และพี่สาวยังยืนว่าตัวเองไม่เคยขโมยเงินตามที่ตำรวจบ้านโป่งกล่าวหาว่าขโมยเงินนายจ้าง จึงเชื่อว่าไม่ใช่สาเหตุของการฆาตกรรม และหลังเกิดเหตุไม่เคยมีการพูดคุยกับนายจ้างของลูกสาว พร้อมยังสงสัยในตัวของนายจ้างเพราะความเกลียดของนายจ้างที่เกลียดตัวเองและพาลไปเกลียดตัวน้องสาวด้วย ซึ่งนายจ้างเป็นคนอารมณ์ร้อนหากไม่พอใจก็จะต่อว่าทุบตีตลอดเวลา

ด้านนายรณรงค์ กล่าวว่า ผลการชันสูตรพบร่องรอยกระสุนบริเวณขมับซ้ายไปขวาจำนวน 1 นัด ส่วนระยะการยิงอยู่ระหว่างการตัดชิ้นเนื้อไปตรวจพิสูจน์คาดว่าใช้เวลา 1-2 สัปดาห์ แต่ในที่เกิดเหตุพบหัวและปลอกกระสุนจำนวน 2 ปลอก เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าอาจจะเป็นการทดลองยิงของผู้ตาย แต่ยังไม่มีใครชี้แจงถึงเรื่องนี้ให้ชัดเจนได้ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่สถานทูตยังมีข้อสงสัยในเรื่องข้อมูลที่เจ้าหน้าที่ไทยชี้แจง ซึ่งคาดว่าต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง.