วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กฎหมายของฮิตเลอร์ (2)

จันทร์เมื่อวาน ผมรับใช้ถึงตอนที่รัฐบาลพรรคสังคมนิยมแห่งชาติเยอรมัน หรือพรรคนาซีของฮิตเลอร์ สร้างวาทกรรมเพื่อให้คนในชาติเกลียดชังกัน จากนั้นก็ให้นักกฎหมายออกกฎหมายกำจัดสิทธิของคนอื่น เช่น 14 กรกฎาคม 1933 ออกกฎหมายทำหมันคนหูหนวก ตาบอด ร่างกายไม่สมประกอบ ฯลฯ เพื่อไม่ให้สืบพันธุ์ สร้างศาลสุขภาพด้านพันธุกรรม ทำให้มีคนเยอรมันถูกศาลนี้ตัดสินให้ต้องทำหมันไปมากกว่า 400,000 คน

รวมทั้งออกกฎหมายห้ามคนเยอรมันเชื้อสายยิวเป็นแพทย์ ครู ทนายความ นักหนังสือพิมพ์ นักดนตรี และนักแสดง ฯลฯ

หลังจากเร้าความรู้สึกของประชาชนคนเยอรมันจนคลั่งในความเป็นเผ่าพันธุ์อารยันแล้ว ฮิตเลอร์ก็ขอความเห็นจากที่ประชุมของพรรคนาซีเพื่อ ร่าง พ.ร.บ.นูเรมเบิร์ก 2 ฉบับ และให้ประธานสภาไรค์ชตากอ่านและผ่านร่างทั้ง 2 ฉบับที่ว่า

พ.ร.บ.ฉบับแรกว่าด้วยความเป็นพลเมืองเยอรมัน พ.ร.บ.ฉบับที่ 2 ว่าด้วยการปกป้องสายเลือดและเกียรติภูมิเยอรมัน

ฉบับแรกมีผลบังคับใช้เมื่อ ค.ศ.1935 มีเพียง 3 มาตรากำหนดว่าคนเยอรมันที่มีสายเลือดอารยันเท่านั้นคือพลเมืองของจักรวรรดิไรค์ พวกนี้มีสิทธิทางการเมืองสมบูรณ์ ต่อมาออกกฎหมายลูกอีก 7 มาตรา ว่ายิวคนใดมีพ่อแม่เป็นยิว หรือมีพ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่งเป็นยิว แม้จะเกิดในเยอรมนี ก็ให้ถือว่าเป็นยิวเต็มตัว เยอรมันคนไหนแต่งงานกับยิวจะถูกถอนสิทธิพลเมือง คนเยอรมันเชื้อสายยิวที่เคยเป็นทหารผ่านศึกช่วยเยอรมนีรบในสงครามโลกครั้งที่ 1 ไม่ได้รับบำนาญ

ฟือเรอร์ หรือผู้นำมีอำนาจสูงสุดในการถอนสิทธิความเป็นพลเมืองของใครก็ได้

ฉบับที่สอง ใช้เมื่อ 1 มกราคม 1936 มีเนื้อหาห้ามยิวแต่งงานกับเยอรมัน จดทะเบียนในหรือนอกประเทศก็ให้ถือว่าโมฆะ ห้ามยิวมีเพศสัมพันธ์กับคนเยอรมัน หากฝ่าฝืนจะถูกจำคุกและใช้แรงงานหนัก ห้ามยิวจ้างสตรีเยอรมันที่อายุต่ำกว่า 45 ปี ทำงานในบ้าน ห้ามชาวยิวใช้ธงชาติเยอรมัน ฯลฯ

ต่อมามีการแก้ไขกฎหมาย ให้ลูกครึ่งที่ถึงแม้ไม่ได้นับถือศาสนายูดาห์และไม่ได้แต่งงานกับชาวยิว แต่มีปู่ย่าตายายจำนวน 2 คนขึ้นไปเป็นยิว ให้ถือว่าพวกนี้เป็นลูกครึ่ง พวกแรกที่จะต้องถูกกำจัด แต่ถ้ามีปู่ย่าตายายเป็นยิวเพียง 1 คนก็อยู่ในพวกที่จะไม่ถูกกำจัด

เมื่อกฎหมายนูเรมเบิร์กถูกใช้ปุ๊บ รัฐบาลนาซีก็ปล่อยนโยบาย Jewish-free พื้นที่ปลอดชาวยิว ไล่คนยิวให้ออกจากสถานอาศัยที่อยู่มาหลายชั่วอายุคนปั๊บ ในห้วงนี้นี่เองครับ ที่คนยิวซึ่งมีศักยภาพ มีฐานะดีและมีคอนเนกชั่นอพยพอย่างถูกกฎหมาย บ้างหนีออกนอกประเทศ คนยิวเหล่านี้เป็นแพทย์ วิศวกร นักธุรกิจ ฯลฯ เมื่อต้องออกจากเยอรมนีแล้ว ก็ไปสร้างความเจริญให้สหรัฐฯ อังกฤษ และอีกหลายประเทศ

ยิวที่หนีไม่ทัน ก็ถูกฮิตเลอร์สั่งฆ่าตายไป 6 ล้าน แผ่นดินเยอรมันสมัยนั้นจึงเหลือแต่คนเยอรมันซึ่งถูกล้างสมองให้หลงในเผ่าพันธุ์ตนเองและบ้าสงคราม สุดท้ายก็ไปไม่รอด แม้แต่ทายาทของฮิตเลอร์ทั้ง 2 คนก็ยังตีตัวออกห่าง จอมพลเกอริงทายาทคนที่ 1 ลอบติดต่อกับแม่ทัพอังกฤษ และฮิมเลอร์ทายาทคนที่สอง ลอบติดต่อกับประธานสภากาชาดสวีเดน

ความโหดอย่างต่อเนื่องทำให้ผู้คนใกล้ชิดหูตาสว่าง เมื่อกองทัพโซเวียตบุกมาถึงกรุงเบอร์ลิน ฮิตเลอร์ก็ฆ่าตัวตาย อิวาบราวด์ภรรยาลับก็ดื่มยาพิษ พอเยอรมนีแพ้สงคราม พวกนาซีก็ต้องหนีบ้าง ยิงตัวตายบ้าง คนที่ตอนมีอำนาจมีส่วนออกกฎหมายอยุติธรรมอย่างพลเอก เฮย์ดริช รองอธิบดีกรมตำรวจ และ ดร.มาร์ติน นอร์มันน์ ก็ถูกยิงตาย

ที่โดนจับและต้องขึ้นศาลอาชญากรสงครามมี 21 คน ถูกตัดสินประหารชีวิตด้วยการแขวนคอ 16 คน ไม่ว่าจะเป็น รมว.ต่างประเทศ รมว.เศรษฐกิจ รมว.ยุติธรรม ประธานธนาคารชาติ เจ้ากรมยุวชนทหาร เสนาธิการกลาโหม หัวหน้าปรัชญาการเมือง/ที่ปรึกษาพรรคนาซี ฯลฯ

กฎหมายอยุติธรรมที่เป้าหมายของการร่างอยู่ที่การกีดกันฝ่ายที่ไม่ใช่พวกของตน หรือต้องการทำลายล้างเพียงคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง สุดท้ายจะกลายเป็นกงจักรเหวี่ยงกลับมาฟันคอกลุ่มคนที่ออกทุกแห่ง ประวัติศาสตร์เป็นอย่างนี้ครับ.

กฎหมายของฮิตเลอร์ (1)

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย

songlok1997@gmail.com