วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ราชาแห่งสนามรบ

ต้นศตวรรษที่ 19 นโปเลียน โบนาปาร์ต จอมทัพอันเกรียงไกรของฝรั่งเศส ขนานนามทหารปืนใหญ่ว่า “ราชาแห่งสนามรบ” เนื่องจากเป็นตัวแปรที่สามารถกำหนดทิศทางของการศึกได้

ปัจจุบันคำกล่าวนี้มิได้ห่างไกลจากความเป็นจริงแต่อย่างใด มีตัวอย่างให้เห็นเรื่อยมาว่า การใช้ปืนใหญ่ ช่วยบั่นทอนกำลังรบของข้าศึกอย่างเห็นผล หนึ่งในนั้นคือศึกปลดปล่อยเมือง “รักกา” ฐานที่มั่นหลักของกองกำลังรัฐอิสลามหรือไอเอส ในภาคตะวันออกของซีเรีย

จากการเปิดเผยของที่ปรึกษา พล.อ.โจเซฟ ดันฟอร์ด นาวิกโยธินสหรัฐฯ ระบุว่า แม้ปฏิบัติการทิ้งระเบิดทางอากาศจะได้รับความสนใจมากกว่า แต่ปัจจัยสำคัญ คือหน่วยทหารปืนใหญ่นาวิกโยธินสหรัฐฯ ที่ถูกส่งเข้าไปในซีเรีย สนับสนุนการรบแก่กองกำลังประชาธิปไตยซีเรีย ชิงเมืองคืนจากกลุ่มไอเอส

แม้การยิงปืนใหญ่ถล่มเป้าหมายเป็นจำนวนไม่กี่นัด จะถือเป็นข้อมูลชั้นความลับ แต่งานนี้หน่วย นย. ระบุว่า กระหน่ำใส่เป้าหมายนักรบไอเอส “ทุกนาทีในทุกชั่วโมง” ด้วยลูกยาวนานาชนิด จนถึงขั้นปืนใหญ่ลำกล้องหวานไป 2 กระบอก ต้องโละทิ้งสถานเดียว

ขณะที่นักวิเคราะห์ขยายความว่า หลักๆแล้วหน่วย นย.สหรัฐฯในซีเรีย ใช้ปืนใหญ่รุ่นเอ็ม 777 ขนาดลำกล้อง 155 มม. กระสุนที่ปรากฏในภาพถ่าย เป็นกระสุนนำร่องด้วยระบบระบุพิกัดจีพีเอส รหัสเอ็ม 1156 ซึ่งยิงจากระยะไกลสุดก็จะมีระยะคลาดเคลื่อน ตกห่างจากเป้าหมายเฉลี่ยไม่เกิน 50 เมตร

ด้วยความแม่นยำเยี่ยงนี้ ประกอบกับใช้งานได้ทุกเมื่อโดยไม่ต้องคำนึงสภาพอากาศ ทัศนวิสัย จึงเหมาะอย่างยิ่งกับสมรภูมิเมืองรักกา ที่เป็นการรบประชิดอาคาร มีการรุกไล่-ล่าถอยตลอดเวลา...และไม่แปลกที่จะเป็นปัจจัยช่วยชี้ขาดในที่สุด เฉกเช่นฉายาในอดีตกาล.

ตุ๊ ปากเกร็ด