วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“รายงานวันจันทร์”-ทางหลวงแปรรูปยางใช้สำหรับกิจการทาง เสาหลักยางแทนคอนกรีต

เมื่อเร็วๆนี้ กรมทางหลวงได้ลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกับการยางแห่งประเทศไทย ในการสนับสนุนนำยางพารามาใช้ในกิจการงานสร้างทางตามนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางมีรายได้เพิ่มขึ้น รายละเอียดเรื่องนี้เป็นอย่างไร คุณธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง จะมาชี้แจงให้ทราบผ่านพื้นที่ “รายงานวันจันทร์”

------------------

ถาม  -  กรมทางหลวงนำยางพารามาใช้อย่างไรบ้าง

ธานินทร์  -  กรมทางหลวงได้ร่วมกับการยางแห่งประเทศไทย ร่วมกันทำวิจัยและพัฒนา ส่งเสริมการใช้ยางพาราในกิจการกรมทางหลวง เพื่อให้เกิดการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากยางพาราในรูปแบบต่างๆ เพื่อแก้ไขสถานการณ์ราคายางพาราตกต่ำให้มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ กรมทางหลวงกำหนดเป้าหมายที่จะนำยางพารามาใช้ปีละ 9,000 ตันยางน้ำ โดยที่ผ่านมาจะนำยางพารามาใช้สำหรับงานฉาบผิวทาง โดยใช้ยางพาราผสม 5% สำหรับพาราแอสฟัลต์ น้ำหนัก 1,000 กิโลกรัม ทำให้ต้นทุนในการผลิตสูง

ดังนั้น กรมทางหลวงจึงเปลี่ยนแนวคิดที่จะนำยางพารามาใช้สำหรับฉาบผิวทาง มาทำเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในงานทางแทน เบื้องต้นจะทดลองทำเสาหลักนำทาง ซึ่งเป็นเสาสี่เหลี่ยมยอดแหลม สำหรับติดตั้งบริเวณริมทาง ช่วงทางโค้ง ขนาด 15 ซม.×15 ซม. ตามสัดส่วนน้ำหนักหลักนำทางประมาณ 40-42 กิโลกรัม ใช้น้ำยางพารา 800 ตันยางน้ำ โดยนำน้ำยางพารามาแปลงเป็นยางแข็ง ผสมปูน สามารถใช้น้ำยางพาราที่เหลือ 8,000 ตันยางน้ำหมดพอดี ช่วยลดต้นทุนการผลิต และนำน้ำยางพารามาใช้ได้อย่างเต็มที่

ถาม  -  เสาหลักนำทางรุ่นใหม่จะเริ่มนำมาใช้ได้เมื่อไหร่

ธานินทร์  -  หลังจากการวิจัยสำเร็จ กรมทางหลวง ได้ประสานการยางแห่งประเทศไทย ในฐานะที่ดูแลสหกรณ์สวนยางพารา ในการจัดส่งน้ำยางพารา ตามเป้าหมายของกรมทางหลวงที่กำหนดไว้ สำหรับเสาหลักนำทางจำนวน 1 ต้น ใช้น้ำยางพาราประมาณ 15 กิโลกรัม จากปริมาณน้ำยางพาราที่เหลือสามารถผลิตเสาหลักนำทางได้ประมาณ 120,000–130,000 ต้น ประหยัดงบประมาณ 400 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนเตรียมการผลิตจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือน คาดว่าเดือน ก.ค.ปี 2561 จะเริ่มทยอยนำมาติดตั้ง

ถาม  -  ตามแผนระยะยาวจะมีการต่อยอดนำยางพารามาทำอะไรได้อีก

ธานินทร์  -  สำนักวิจัยและพัฒนา กรมทางหลวง จะร่วมมือกับการยางแห่งประเทศไทย ทำการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อเป็นการต่อยอดการใช้ยางพาราเกี่ยวกับงานทาง เช่น แท่งแบริเออร์ เคิร์บ หรือขอบคันทาง รวมถึงอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย เนื่องจากกรมทางหลวงได้รับงบประมาณซ่อมบำรุงแต่ละปีค่อนข้างจำกัด จึงมีแนวคิดว่า จะนำงบเหลือจ่ายจากการประกวดราคาของสำนักบำรุง ซึ่งมี 2 ประเภท คือ วงเงินจากการประกวดราคาที่ผู้รับเหมาเสนอต่ำกว่าราคากลาง กับงบที่เหลือจากการใช้ในการก่อสร้าง มาใช้ดำเนินการจัดซื้อยางพาราและผลิตอุปกรณ์ดังกล่าว เพื่อไม่ให้กระทบต่องบซ่อมบำรุงและบูรณะถนน อีกทั้งเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางสามารถขายยางได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย.