วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ร้อง นอภ.ทับสะแก รับบริจาคสร้างพระเมรุมาศจำลอง ยัน สุดกังขา ไม่มีที่ไหนทำ

ชาวอำเภอทับสะแก เผย สาเหตุตัดสินใจ ร้องเรียน นายอำเภอทับสะแกรับบริจาคเงินสร้างพระเมรุมาศจำลอง ยัน กังขาถึงความไม่เหมาะสม มิบังควร ผู้ว่าฯประจวบฯ เร่งตรวจสอบ สั่งย้ายช่วยราชการที่วิทยาลัยการปกครองแล้ว 

วันที่ 5 พ.ย. จากกรณี นายกิตติวงศ์ แสงสุวรรณ อายุ 52 ปี ชาวอำเภอทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ยื่นหนังสือผ่านศูนย์ดำรงธรรม จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้ตรวจสอบ นายรณยุทธ์ พรหมายน นายอำเภอทับสะแก ที่สั่งให้เทศบาลตำบลทับสะแก ทำการรับบริจาคเงินจากประชาชน เพื่อนำไปสร้างพระเมรุมาสจำลอง ช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2560 กระทั่งเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 นายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้เชิญตัวผู้ร้องเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง ที่ศาลากลางจังหวัด พร้อมเอกสารหลักฐาน ต่อมา มีคำสั่งให้ นายอำเภอ ไปช่วยราชการที่วิทยาลัยการปกครอง



กรณีดังกล่าว เป็นเรื่องละเอียดอ่อนต่อความรู้สึกของประชาชน ถึงสาเหตุที่นายอำเภอทับสะแก ในฐานะผู้บริหารสูงสุดในอำเภอ ได้ให้เทศบาลตำบลสะแก กำนัน ผู้ใหญ่ ออกเดินรับบริจาคเงินสร้างพระเมรุมาศทั้งที่ไม่มีจังหวัดไหนทำกัน และมีการแชร์ในสื่อสังคมออนไลน์ถึงความเหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ของ นายรณยุทธ์ พรหมายน

นายกิตติวงศ์ แสงสุวรรณ อายุ 52 ปี ชาวอำเภอทับสะแก กล่าวว่า สาเหตุการร้องศูนย์ดำรงธรรมต่อกรณีการรับบริจาค เนื่องจากทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสถาบันเป็นเรื่องที่ต้องขอพระบรมราชานุญาต ถือเป็นเรื่องจำเป็นที่สำคัญ เพราะสำนักพระราชวังไม่อนุญาตให้มีการรับบริจาค ซึ่งการสั่งการของนายอำเภอด้วยวาจาให้ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้นำชุมชนรับทราบ ในเอกสารที่ลงชื่อเทศบาลตำบลทับสะแก ออกรับบริจาคในตลาดทับสะแก ซึ่งได้เคยท้วงติงไปถึงความไม่เหมาะสม แต่ไม่ได้รับการแก้ไขถือเป็นเรื่องมิบังควร ไม่เหมาะสมที่นายอำเภอจะออกคำสั่งขอรับบริจาค เนื่องจากที่ผ่านมา ทางราชการทั้งส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค ไม่มีนโยบายให้หน่วยงานรับบริจาคหรือออกเรี่ยไรเงินจากประชาชน



ส่วนสาเหตุที่มาร้องศูนย์ดำรงธรรมในช่วงนี้ เนื่องจากรอให้เสร็จพระราชพิธีสำคัญ และรวบรวมหลักฐานให้มากที่สุด ประกอบด้วยหนังสือรับบริจาคที่ออกโดยเทศบาลตำบลทับสะแก รูปถ่ายการรับบริจาค จำนวนเงิน 79,999 บาท มีการรับมอบจากนายกเทศมนตรีตำบลทับสะแก จึงได้ร้องเรียนภายหลังเดือนตุลาคม ซึ่งประเด็นที่สำคัญ ไม่ใช้เรื่องจำนวนเงิน 19 บาท แต่เป็นเรื่องของการขอพระบรมราชานุญาต ว่าเป็นความเหมาะควรหรือไม่ เนื่องจากเป็นเจ้าหน้าที่รัฐระดับนายอำเภอ เป็นข้าราชการที่มีความรู้เรื่องระเบียบข้อราชการมากกว่าประชาชนทั่วไป ต้องเข้าใจดีถึงความเหมาะสมในการปฏิบัติตัวดังกล่าว ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และมาตรา 157 ล่าสุด ทราบว่า มีคำสั่งให้ นายรณยุทธ์ พรหมายน นายอำเภอทับสะแก ไปช่วยราชการที่วิทยาลัยการปกครองแล้ว.