วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

งานถูกคน-คนถูกงาน

จากการติดตามข่าวสารการเมืองในขณะนี้ บรรดาผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองส่วนใหญ่มองว่าเป็นโอกาสอันดี ที่นายกรัฐมนตรีจะได้ปรับคณะรัฐมนตรีครั้งใหญ่ หลังจากที่ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ยกขบวนลาออกทั้งคณะ หลังจากที่หัวหน้า คสช.ใช้อำนาจมาตรา 44 สั่งย้ายสลับตำแหน่ง ระหว่างอธิบดีกรมจัดหางาน กับรองปลัดกระทรวงแรงงาน

มีเสียงเรียกร้องทั้งจาก 2 พรรคการเมืองใหญ่ อันได้แก่พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ รวมทั้งสื่อมวลชน ขอให้นายกรัฐมนตรีปรับคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะรัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจที่เป็นทหารน่าจะได้เวลาพักผ่อน เพื่อเปิดทางให้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถตรงกับงาน ได้เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาของชาติ โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจระดับฐานราก

คณะรัฐมนตรีของรัฐบาล คสช. (ก่อน รมว.แรงงานลาออก) รวมทั้งนายกรัฐมนตรีเป็นนายทหารถึง 12 คน เท่ากับ 1 ใน 3 ของ ครม. ทั้งคณะ 36 คน เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสำคัญๆ เช่น กลาโหม, มหาดไทย, เกษตรและสหกรณ์, ทรัพยากรธรรมชาติฯ, พลังงานและแรงงาน อาจจะเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ แต่หลายคนผลงานไม่ประทับใจ

มีเหตุผลเร่งด่วนที่จะต้องปรับ ครม. คือการลาออกของ รมว.แรงงาน จะต้องแต่งตั้งรัฐมนตรีใหม่ ยังมีรัฐมนตรีอีกหลายคนที่ถูกร้องเรียน และกล่าวหาว่าถือครองหุ้นบริษัท ซึ่งต้องพ้นตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ มีบางคนหรือหลายคนถูกวิจารณ์ ได้รับแต่งตั้งให้ทำงานที่ไม่ถนัด จึงขอให้จัดคนให้ถูกกับงาน เลือกงานให้ถูกกับคน ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐาน

ยังมีเหตุผลอื่นๆอีกในการปรับ ครม. เช่นเสียงวิจารณ์ว่าขณะนี้รัฐบาล คสช.อยู่ในขาลง ในด้านความนิยมหรือชื่นชมของประชาชน หลังจากยึดอำนาจปกครองประเทศมาเกือบ 4 ปี หากเป็นรัฐบาลเลือกตั้งก็ต้องครบวาระ หากผู้นำ คสช.ยังต้องการสืบทอดอำนาจ เป็นนายกรัฐมนตรีและจัดตั้งรัฐบาลต่อไป โอกาสนี้เป็นโอกาสที่ดีในการปรับ ครม. เพื่อเปิดทางให้ผู้ที่เหมาะสม

แต่จะต้องปรับเพียงแค่ให้ได้ชื่อว่ามีการปรับ หรือปรับแค่เอาใจประชาชน แต่จะต้องคำนึงถึงประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ ต้องได้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ที่ถูกกับงาน ต้องเป็นผู้ที่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และที่สำคัญอย่างยิ่งต้องไม่ยึดติดระบบอุปถัมภ์ ระบบพวกพ้องน้องพี่ โดยถือเสียงว่ามีการตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อแล้ว

หากรัฐบาล คสช.ต้องการสานต่ออำนาจ แต่ยังไม่สามารถสลัดตนออกจากกับดักระบบพวกพ้องได้ และยึดถือปฏิบัติต่อไป ในการแต่งตั้งตำแหน่งสำคัญๆต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีหรือ ส.ว.จะหนีไม่พ้นจากการถูกกล่าวหา กระทำการสวนทางกับหลักธรรมาภิบาล ไม่ยึดหลักนิติธรรม หลักคุณธรรมความรู้ความสามารถ หรือแม้แต่ความโปร่งใส.