วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตำรวจทลายปาร์ตี้กลางกรุง จับกุมวัยรุ่นมั่วยาเสพติด

ตำรวจ สน.โชคชัย ระดมพลเข้าทลายงานปาร์ตี้ย่านลาดพร้าว พบวัยรุ่นมั่วสุมจำนวนมาก ส่วนหนึ่งซุกซ่อนยาเสพติดหลายชนิดมาเสพ เตรียมดำเนินการเอาผิดต่อไป...

เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 5 พ.ย. 60 พ.ต.อ.ธีระชัย ชำนาญหมอ รรท.ผกก.ดส. พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู ผกก.สน.โชคชัย พ.ต.ท.พรทวี สมวงศ์ รอง ผกก.ป.สน.โชคชัย เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.ดส. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.โชคชัย กว่า 20 นาย ร่วมกันบุกทลายกลุ่มวัยรุ่นจัดปาร์ตี้เสพยาในสถานที่แห่งหนึ่ง ย่านถนนโยธินพัฒนา แขวงและเขตลาดพร้าว กทม. ซึ่งเป็นที่ให้เช่าจัดงานเลี้ยงต่างๆ หลังเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า มีกลุ่มวัยรุ่นจำนวนมากเข้ามาเช่าสถานที่ดังกล่าวจัดปาร์ตี้มั่วสุมภายในห้องพัก

ที่เกิดเหตุเป็นสถานที่ให้เช่าห้องจัดงานเลี้ยงต่างๆ รวมประมาณ 20 ห้อง มีนายอุทัย ลิ้มเฉย อายุ 39 ปี รับเป็นผู้ดูแล จากการตรวจสอบพบที่ห้องสูทเลขที่ 103 ซึ่งมีขนาดพื้นที่รวมประมาณ 50 ตารางวา ภายในห้องสูทดังกล่าว ประกอบด้วยห้องโถงขนาดใหญ่ แบ่งเป็นโซนต่างๆ โซนคาราโอเกะ โต๊ะพูล อ่างน้ําจากุซซีขนาดใหญ่ และห้องพักอีก 3 ห้อง ซึ่งทันทีที่เจ้าหน้าที่ไปถึง พบกลุ่มวัยรุ่นชายหญิง จำนวน 55 คน แบ่งเป็นชาย 23 คน หญิง 32 คน กำลังเพลิดเพลินกับงานปาร์ตี้อย่างสนุกสนาน เจ้าหน้าที่จึงสั่งให้หยุดกิจกรรมทั้งหมด พร้อมกับทำการตรวจสอบภายในห้องอย่างละเอียด พบยาเสพติดเป็นยาอี ประมาณ 50 เม็ด ตกกระจัดกระจายอยู่บนพื้นทั่วบริเวณห้องโถง

นอกจากนี้ จากการตรวจค้นภายในตัวของกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว ยังพบยาอีอีกจำนวนหนึ่งซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าสะพาย และกระเป๋ากางเกง 11 คน แบ่งเป็นชาย 8 คน และหญิงอีก 3 คน ถุงยางอนามัย จำนวน 2 ชิ้น และยังพบเค้กวันเกิดจำนวน 2 ก้อน วางอยู่บนโต๊ะพูล โดยเค้ก 1 ใน 2 นั้นมีการตกแต่งหน้าเค้กเป็นลักษณะของยาเสพติดชนิดต่างๆ อาทิ ขวดหัวเชื้อเคตามีนชนิดน้ำ ไอซ์ เม็ดยาบ้า อุปกรณ์การเสพ ธนบัตร และทองคำแท่ง ซึ่งทั้งหมดทำขึ้นจากน้ำตาล นำมาปั้นเป็นลักษณะต่างๆ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดยาเสพติดทั้งหมดไว้เป็นของกลาง พร้อมกับควบคุมตัว นายอุทัย และกลุ่มวัยรุ่นทั้งหมดไปทำประวัติ และตรวจหาสารเสพติดในร่างกายที่ สน.โชคชัย

ด้าน พ.ต.อ.ธีระชัย กล่าวว่า สำหรับการเข้าตรวจค้นในครั้งนี้ สืบเนื่องจากได้รับรายงานว่า สถานที่ดังกล่าวมักจะมีกลุ่มวัยรุ่นมาเช่าเพื่อจัดปาร์ตี้อยู่บ่อยครั้ง จึงได้ประสานความร่วมมือกับ สน.โชคชัย เข้าทำการตรวจสอบ ก่อนพบกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวกำลังจัดปาร์ตี้มั่วสุมเสพยาเสพติดกันอยู่ภายในห้อง เบื้องต้น จากการตรวจสอบ พบยาเสพติดจำนวนหนึ่ง จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลาง พร้อมทั้งควบคุมตัววัยรุ่นทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สน.โชคชัย ให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยแบ่งเป็นผู้ถูกดำเนินคดีในข้อหาครอบครองยาเสพติดโดยผิดกฎหมาย 11 ราย และรายอื่นที่เหลือ หากผลการตรวจพบว่าผู้ใดมีสารเสพติดในร่างกาย จะดำเนินคดีในข้อหาเสพยาเสพติด ส่วนคนอื่นๆ ที่ไม่พบการกระทำผิด จะทำประวัติเก็บไว้

จากการสอบสวน น.ส.พรรณิภา วรรณรัตน์ อายุ 25 ปี ให้การว่า มีอาชีพเปิดร้านทำลูกโป่งตกแต่งงานเลี้ยง และเป็นพีอาร์ตามสถานบันเทิงต่างๆ โดยงานดังกล่าวจัดขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบวันคล้ายวันเกิดของตนเอง จึงได้ชักชวนเพื่อนสนิทสมัยเรียน เพื่อนร่วมงาน และคนรู้จัก มาร่วมงานปาร์ตี้ดังกล่าว โดยตนได้มาติดต่อขอเช่าสถานที่จัดงานในราคา 8,000 บาท ซึ่งงานปาร์ตี้ดังกล่าวจัดขึ้นในธีมชุดกองเชียร์กีฬาบาสเกตบอล เสื้อสีขาว-แดง ส่วนยาเสพติดที่พบนั้น เป็นของเพื่อนในกลุ่มที่นำมาเสพภายในงาน ซึ่งตนไม่ทราบว่าใครเป็นคนนำเข้ามา ส่วนเหตุผลที่เลือกสถานที่ดังกล่าวเป็นที่จัดงานปาร์ตี้นั้น เนื่องจากก่อนหน้านี้ตนเคยมาร่วมปาร์ตี้งานวันเกิดของเพื่อนสนิทรายหนึ่ง แล้วชอบสถานที่และบรรยากาศ เพราะมีความเป็นส่วนตัว จึงเลือกใช้เป็นที่จัดงานปาร์ตี้วันเกิดของตนเอง ซึ่งเพื่อนๆ ต่างทยอยเดินทางเข้ามาร่วมงานตั้งแต่ช่วงเที่ยงวันของวันที่ 4 พ.ย. และตั้งใจว่าจะสังสรรค์กันไปเรื่อยๆ จนกว่าจะครบกำหนดคืนห้องในเวลาเที่ยงวันของวันที่ 5 พ.ย. แต่มาถูกจับกุมเสียก่อน

ขณะที่ นายอุทัย ให้การว่า กลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวได้มาติดต่อขอเช่าสถานที่จัดเลี้ยงในราคา 8,000 บาท โดยอ้างว่าเป็นงานปาร์ตี้วันเกิดธรรมดา ในช่วงเที่ยงวันของวันที่ 4 พ.ย. ถึงเที่ยงวันวันที่ 5 พ.ย. ซึ่งตามกฎกำหนดไว้ว่า อนุญาตผู้ที่เข้ามาร่วมงานภายในห้องได้ จะต้องไม่เกิน 15 คน และห้ามนำยาเสพติดเข้ามาในสถานที่ แต่กลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวกลับลักลอบเข้ามามั่วสุมอยู่ภายในห้องเกินกว่าที่กำหนด ซึ่งตนเองไม่ทราบว่าเข้ามาได้อย่างไร กระทั่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบ

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบ ทางเจ้าหน้าที่พบว่าสถานที่ดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตประกอบการ เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อหากับนายอุทัย ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลสถานที่ขณะเกิดเหตุ ในข้อหาประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต และจะทำการติดตามเจ้าของสถานที่ตัวจริงมาทำการสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป