วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชม ‘พระเมรุมาศ’ งดเซลฟี่ ตาโต-แก้มป่อง

วางตัว-สำรวม เคารพสถานที่ 2วัน7หมื่นคน

ประชาชนแห่เข้าชมนิทรรศการฯ ถ่ายภาพพระ เมรุมาศล้นทะลัก ยอดรวมสองวันแรกกว่า 7 หมื่นคน ขณะที่วันหยุดสุดสัปดาห์แรก คนยิ่งแน่นขนัด พร้อมชมการแสดงโขนหน้าพระเมรุแบบเดียวกับวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เล็งสร้างการรับรู้ใหม่ หลังพบวัยรุ่นเข้ามาถ่ายเซลฟี่ทำตาโต แก้มป่อง แชร์ในโลกโซเชียล แนะให้ลองเปลี่ยนมานั่งพับเพียบถ่ายภาพด้วยกิริยาที่สำรวม พร้อมติงบัณฑิตจ้างช่างภาพไปถ่ายงานรับปริญญาที่พระเมรุมาศ เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม ด้านรัฐบาลชวน ปชช.ชมนิทรรศการ พระบรมศพฯ ขอทำตามระเบียบและมีน้ำใจต่อกัน

ที่ท้องสนามหลวง ตลอดวันที่ 4 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนจากทั่วประเทศหลั่งไหลเข้ามาชมนิทรรศการ “งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร” รวมถึง “พระเมรุมาศ” กันอย่างเนืองแน่น โดยเมื่อผ่านจุดคัดกรองแล้ว ต้องมานั่งรอในเต็นท์ด้านทิศเหนือที่จัดเตรียมไว้จำนวน 10 เต็นท์ จากนั้นเจ้าหน้าที่จะแจกบัตรสีต่างๆ ซึ่งระบุถึงรอบการเข้าชม เมื่อถึงคิวที่กำหนดก็จะเรียกให้เข้าพื้นที่ ทั้งนี้ ได้กำหนดเส้นทางเดินของประชาชนเป็นแบบตามเข็มนาฬิกา ทำให้เข้าชมได้ครบทุกส่วนจัดแสดง ทั้งศาลาลูกขุน พระที่นั่งทรงธรรม และทับเกษตร ระหว่างนั้นประชาชนยังคงให้ความสนใจนำโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปพระเมรุมาศที่ก่อสร้างได้อย่างสมพระเกียรติ และในเวลา 19.00-19.30 น. มีการแสดงโขนชุดพระนารายณ์ปราบนนทุก ซึ่งจะมีเฉพาะทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ในช่วงเวลาดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ยังพบบุคคลบางส่วนที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม เช่น สวมรองเท้าแตะ การถ่ายรูปเซลฟี่ หรือการถ่ายรูปที่ไม่อยู่ในอาการสำรวม

จากการสอบถามนายสนสาร เทียนทอง อายุ 54 ปี กล่าวว่า เดินทางมาจากจังหวัดจันทบุรีตั้งแต่ช่วงเช้า เพราะอยากมาชมความงดงามของพระเมรุมาศ พอได้เห็นกับตาแล้วรู้สึกถึงความสุดยอดในงานก่อสร้าง งานศิลปะและประติมากรรมต่างๆ ซึ่งยังได้เผยแพร่ออกไปทั่วโลก แถมยังได้รับความรู้ต่างๆ เช่น เรื่องการจัดแสดงต้นหญ้าแฝกที่ให้รู้ถึงคุณประโยชน์ที่มีอยู่มากมาย ด้าน ด.ญ.รุจิรดา กานต์ไกรศรี อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนสาธิต “พิบูลบำเพ็ญ” จ.ชลบุรี กล่าวว่า ตอนงานพระราชพิธีถวายพระเพลิง ได้ดูถ่ายทอดผ่านโทรทัศน์ได้เห็นความงดงามของพระเมรุมาศ แต่พอมาเห็นด้วยตาตัวเองรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ และบนพระที่นั่งทรงธรรม ที่จัดแสดงพระราชกรณียกิจ และโครงการพระราชดำริต่างๆ ซึ่งมีหลายเรื่องที่ไม่เคยรู้มาก่อนทำให้ได้รับรู้เรื่องเหล่านี้ ดีใจมากที่ได้มาชม

ต่อมานายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) แถลงสรุปสถิติจำนวนผู้เข้าชมนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ตั้งแต่วันที่ 2 พ.ย. จำนวน 40,339 คน วันที่ 3 พ.ย.จำนวน 34,103 คน รวม 74,442 คน ขณะที่วันที่ 4 พ.ย. มีจำนวนผู้เข้าชมเพิ่มมากขึ้นในลักษณะก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับวันธรรมดา ซึ่งตั้งแต่ช่วงเช้าได้รับรายงานท้ายแถวจุดคัดกรองพระแม่ธรณีบีบมวยผมยาวถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยอย่างไรก็ตาม ในช่วงเย็นมีประชาชนเข้าชมมากขึ้น เนื่องจากมีการจัดแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ของกรมศิลปากร บริเวณหน้าพระเมรุมาศ เวลา 19.00-19.30 น. ส่วนวันที่ 5 พ.ย. มีการแสดงชุด อัญเชิญพระนารายณ์อวตาร

นายกิตติพันธ์กล่าวอีกว่า การแสดงโขนหน้าพระเมรุมาศครั้งนี้ เป็นรอบแรกที่จัดการแสดงให้ประชาชนที่มาเข้าชมนิทรรศการได้ชม ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ผู้เข้าชมรอบตรงกับเวลาการแสดง ได้มีโอกาสได้ชมความยิ่งใหญ่ของโขนที่เคยจัดแสดงในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยจะประสานกับกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าชมได้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม นอกจากโขนหน้าพระเมรุมาศ ตลอดงานนิทรรศการได้จัดการแสดงศิลปวัฒนธรรมและการบรรเลงดนตรีเวทีกลางแจ้ง บริเวณสนามหลวงด้านทิศเหนือทุกเย็น โดยทาง วธ. จะเพิ่มการประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้น ขณะที่ประชาชนที่เข้าคิว ณ จุดพักคอยในช่วงค่ำจะมีโอกาสได้รับฟังการบรรเลงดนตรี จากเวทีมหรสพดังกล่าวด้วย

“ภาพรวมหลังปรับเส้นทางการชมพระเมรุมาศและนิทรรศการโดยรวม ตลอดจนให้คำแนะนำการเข้าชม พบว่า การเข้าชมมีความเป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น ต้องพยายามสร้างการรับรู้การถ่ายภาพของวัยรุ่นในลักษณะเซลฟี่ ทำตาโต แก้มป่อง แชร์ในโลกโซเชียล ดูแล้วไม่เหมาะสม ให้ลองเปลี่ยนมานั่งพับเพียบถ่ายภาพด้วยกิริยาที่สำรวม เป็นแนวทางปฏิบัติที่สามารถทำได้ เราพบภาพที่น่าชื่นชมประชาชน นั่งชมพระเมรุมาศ บางคนกราบลงกับพื้น หรือบริเวณแปลงดาวเรืองด้านหลังพระเมรุมาศมีประชาชนเข้าคิวรอถ่ายภาพเป็นแถว แสดงระเบียบวินัยที่เพิ่มมากขึ้น มีการแบ่งปันกัน ส่วนกรณีที่มีข่าวเผยแพร่ในโซเชียลนิสิตรับปริญญาจ้างช่างภาพไปถ่ายงานรับปริญญาที่พระเมรุมาศนั้น เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม เพราะพระเมรุมาศเป็นสถานที่ถวายพระเพลิงพระมหากษัตริย์ ผู้เข้าชมต่างมางานนิทรรศการเพื่อน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ และสัมผัสสิ่งที่รัฐบาลจัดสร้างเพื่อถวายพระเกียรติยศพระองค์สูงสุด หากใช้พระเมรุมาศเป็นฉากหลังภาพถ่ายฉลองรับปริญญา เห็นว่าผิดวัตถุประสงค์ สมควรและถูกกาลเทศะหรือไม่อยากให้บัณฑิตใช้วิจารณญาณด้วย” นายกิตติพันธ์กล่าว

ด้าน พล.ต.ธานี ฉุยฉาย ที่ปรึกษาแม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะรองผู้อำนวยการกองอำนวยการร่วมรักษา ความเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) กล่าวว่า หลังจากปรับเส้นทางการเข้าชมโดยให้เวียนทักษิณาวรรตหรือเวียนขวารอบพระ เมรุมาศ พบว่าประชาชนได้ชมรายละเอียดต่างๆ ภายในนิทรรศการได้อย่างครบถ้วน โดยในวันที่ 4 พ.ย.ตรงกับวันหยุด มีประชาชนเดินทางมาชมนิทรรศการจำนวนมาก โดยเริ่มเปิดจุดคัดกรองให้ประชาชนเข้าตั้งแต่เวลา 06.00 น. เฉพาะช่วงครึ่งวันมีประชาชนเข้าชมนิทรรศการแล้ว ประมาณ 36,000 คน คาดว่า ยอดรวมผู้เข้าชมนิทรรศการเฉพาะวันดังกล่าวไม่ต่ำกว่า 50,000 คน ทั้งนี้ ประชาชนที่ผ่านจุดคัดกรองจะได้รับน้ำดื่มและของว่างพระราชทาน จากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ด้วย

พล.ต.ธานีกล่าวอีกว่า การเปิดให้ประชาชนเข้าสู่พื้นที่ภายในนิทรรศการ จะไม่กำหนดระยะเวลาแน่นอน โดยจะดูจากท้ายแถวที่เข้าไปก่อนหน้านั้น หากปริมาณไม่หนาแน่นจะเปิดให้ผู้ที่รออยู่ในเต็นท์พักคอยได้เข้าต่อเนื่องจะได้ไม่รอนาน สำหรับการดูแลรักษาความปลอดภัยนั้น นอกจากจิตอาสาประชาชน นักเรียนแล้ว ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร ซึ่งมีทักษะการรักษาความปลอดภัยเข้ามาดูแลความเรียบร้อย พื้นที่ภายในและสังเกตการณ์บุคคลที่มีแนวโน้มจะเป็นมิจฉาชีพเพื่อป้องกันความเสียหายและเหตุร้ายที่จะเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับแจ้งว่ามีบุคคลที่มีลักษณะเป็นมิจฉาชีพปะปนเข้ามากับผู้เข้าชม

วันเดียวกัน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลขอเชิญชวนประชาชนเข้าชมนิทรรศการงานพระราชพิธีถวาย พระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในระหว่างวันที่ 2-30 พ.ย.2560 ณ ท้องสนามหลวง ตั้งแต่เวลา 07.00-22.00 น. เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 และสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย พร้อมกับศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับโครงการพระราชดำริ และพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่า ทั้งนี้ 2 วันที่ผ่านมาพบว่า ภาพรวมการเข้าชมนิทรรศการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย รัฐบาลอยากให้นิทรรศการครั้งนี้เป็นกิจกรรมในความทรงจำจึงไม่ต้องการกำหนดกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดมากเกินไป แต่ก็จำเป็นต้องจัดระเบียบการเข้าชมเพื่อให้เกิดความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ ทั้งนี้ เข้าชมพระ เมรุมาศจะต้องเดินผ่านจุดคัดกรองที่มีอยู่ 5 จุด เพื่อเข้าสู่เต็นท์พักคอยที่จัดไว้รองรับ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะแบ่งประชาชนออกเป็นชุด ชุดละ 300 คน โดยให้เข้าชม ชุดละ 45-60 นาที ทุกคนสามารถชมนิทรรศการได้อย่างครบถ้วน

พล.ท.สรรเสริญ กล่าวด้วยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ฝากถึงประชาชนที่จะเข้าชมนิทรรศการปฏิบัติตามระเบียบและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยและเหมาะสม ทั้งการแต่งกายที่สุภาพ การแสดงกิริยาอาการที่สำรวม ไม่จับต้องสิ่งของที่จัดแสดง รวมทั้งควรมอบน้ำใจเอื้ออาทรให้แก่กัน เนื่องจากในแต่ละวันมีผู้เข้าชมเป็นจำนวนมาก นายกฯอยากให้คนไทยใช้โอกาสนี้เก็บเกี่ยวความรู้เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยและสิ่งที่พระองค์ท่านได้ทำเพื่อประเทศชาติและประชาชน ตลอดจนแนวคิดและการสร้างสรรค์สถาปัตยกรรมไทยที่วิจิตรงดงาม ซึ่งได้สืบทอดเป็นมรดกแก่ลูกหลานมาจนถึงปัจจุบัน ส่วนข้อเสนอของสังคมที่อยากให้ขยายระยะเวลาการเข้าชมนิทรรศการออกไปอีกนั้น รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้พิจารณาตามความเหมาะสมต่อไป