วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จบด้วยดี! แก๊งไฟแนนซ์หัวร้อนขอโทษหนุ่มขับกระบะ ยอมรับยึดรถมั่วเอง

หัวหน้าแก๊งไฟแนนซ์นำลูกน้องเข้าพบ ตร.สายไหม ก่อนหอบกระเช้าขอโทษหนุ่มขับกระบะ วีโก้ พร้อมจ่ายค่าเสียหาย 2 หมื่น หลังโชว์พฤติกรรมหัวร้อน ข่มขู่ขอยึดรถ แต่สุดท้ายแค่รถเหมือน เผยเตรียมกำชับ จนท.เช็กให้ชัวร์ ก่อนปฏิบัติงาน

จากกรณีนายอรรถพันธ์ จันทร์เครือ อายุ 37 ปี เจ้าของรถยนต์กระบะ 4 ประตู โตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้ แชมป์ สีขาว หมายเลขทะเบียน กฉ 2436 เพชรบูรณ์ เข้าพบ พ.ต.ท.ชัยณรงค์ แดงนกขุ้ม สารวัตร(สอบสวน) สน.สายไหม หลังถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ 5 คน เข้ามาล้อมรถและข่มขู่กล่าวหาว่า ไม่จ่ายค่างวดรถ เหตุเกิดบริเวณหน้าสวนน้ำสายไหม ถนนเพิ่มสิน แขวงสายไหม เขตสายไหม กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 31 ต.ค. ที่ผ่านมา

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 4 พ.ย.60 มีรายงานข่าวว่า นายวิบูลย์พงศ์ ประกานนท์ อายุ 53 ปี หัวหน้าชุดติดตามทวงถามหนี้บริษัทไฟแนนซ์แห่งหนึ่ง พร้อมนายบอล คล้ายทองคำ อายุ 23 ปี นายณัฐพล ประกานนท์ อายุ 30 ปี และนายภัทรพล แสงประสาน อายุ 19 ปี เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.พันธุ์ศักดิ์ วิจิตร รอง สารวัตร (สอบสวน) สน.สายไหม เพื่อแสดงเป็นกลุ่มผู้ที่ปรากฏในคลิปและชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้น โดยมีนายอรรถพันธ์ จันทร์เครือ อายุ 37 ปี ผู้เสียหายร่วมฟังคำชี้แจงด้วย

นายวิบูลย์พงศ์ กล่าวว่า ตนขอยืนยันว่าบุคคลที่ปรากฏในคลิปทั้ง 5 คนเป็นเจ้าหน้าที่ชุดติดตามทวงถามหนี้บริษัทไฟแนนซ์แห่งหนึ่ง จริง โดยในวันนี้พามาได้เพียง 3 คนซึ่งอีก 2 คนหลังถูกบริษัทพักงานก็ได้กลับไปยังภูมิลำเนาไม่สามารถมาได้ โดยในวันเกิดเหตุพนักงานของตนพบรถของผู้เสียหายที่มียี่ห้อ สี รุ่น และหมายเลขทะเบียน ตรงกับข้อมูลที่ทางบริษัทให้ไว้ ต่างกันตรงหมวดจังหวัดซึ่งในเอกสารเป็นหมวดจังหวัดเพชรบุรี แต่รถที่พบเป็นจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งทางพนักงานที่ปฏิบัติงานในวันนั้นเกรงว่าจะเป็นรถที่ถูกสวมทะเบียนจึงเข้าตรวจสอบ จนเกิดมีปากเสียงกันขึ้น

“ตนขอยอมรับว่าภายหลังเข้าทำการตรวจสอบเอกสารต่างๆ พบว่าเป็นคนละคันกัน ตนจึงนำตัวพนักงานที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้นมาแสดงตัวและเข้าพูดคุยปรับความเข้าใจ พร้อมนำกระเช้ามามอบให้ผู้เสียหายเพื่อเป็นการขอโทษ และยอมชดใช้ค่าโทรศัพท์มือถือที่ได้รับเสียหายจำนวน 20,000 บาท ซึ่งผู้เสียหายยินดีรับคำขอโทษ และไม่ติดใจจะดำเนินคดีใดๆ อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะกำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกคนที่ออกปฏิบัติงานตรวจสอบเอกสาร และความถูกต้องให้แน่ใจเสียก่อน เพื่อไม่ให้เกิดเรื่องเช่นนี้อีก” นายวิบูลย์พงศ์ กล่าว