วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตำรวจปิดคดีฆ่า ผอ.อ้อย พยานหลักฐานมัดมือฆ่า

คดีหายตัวไปชนิดไร้ร่องรอยของ น.ส. จุฑาภรณ์ หรือ “ผอ.อ้อย” อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา อบต.ชำ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ คดีแทบจะถึงทางตัน เพราะบุคคลที่ญาติของ ผอ.อ้อย สงสัยพัวพันการหายตัวไปเป็นนายทหาร แม้จะตกเป็นผู้ต้องหา ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นคดีที่วัดความสามารถชุดคลี่คลายคดี

ตั้งแต่เกิดเหตุ ญาติ ผอ.อ้อย มองว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรม ยื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ช่วยเร่งรัดติดตามลูกสาว และเร่งรัดตามหาตัว น.ส.จุฑาภรณ์ หรือ ผอ.อ้อย จนสุดท้ายพบชิ้นส่วนกระดูกกลายเป็นศพถูกฝังอำพรางคดี

ย้อนรอยคดีกลับไปวันที่ 21 ต.ค. นายบุญเลิศ อุ่นอ่อน พ่อของ ผอ.อ้อย แจ้งตำรวจว่า ลูกสาวหายตัวไปตั้งแต่วันที่ 3 ส.ค. โดยขับรถยนต์ทะเบียน 8201 เชียงใหม่ ไปส่งลูกที่โรงเรียน ก่อนหายตัวไป ไม่เข้าที่ทำงานและไม่ไปรับลูก ติดต่อไม่ได้มา 2 สัปดาห์ แต่ติดต่อได้ทางไลน์

ญาติสงสัยคำพูดที่ใช้ตอบโต้ทางไลน์ ไม่ใช่ ผอ.อ้อย

ตำรวจมุ่งเป้า 3 ประเด็นในการหายตัวไป 1.ชู้สาว 2.หนี้สิน 3.ปัญหาส่วนตัว แต่ให้น้ำหนักความสัมพันธ์ส่วนตัว ผอ.อ้อย กับ ร.อ.ศุภชัย ภาโส หรือผู้กองเหน่ง ผู้บังคับกองร้อยอาวุธเบา กองพันทหารราบที่ 2 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบล-ราชธานี ซึ่งมีการยืมเงิน 6 แสนบาท ผู้ตายทวงถามหลายครั้ง แต่ไม่ยอมใช้หนี้ จึงชวนเพื่อนช่วยตามทวงหนี้ และร้องเรียนกับผู้บังคับบัญชาของนายทหารที่จังหวัดอุบลราชธานี

ตำรวจพบข้อมูลการใช้โทรศัพท์ น.ส.จุฑาภรณ์ กับ ร.อ.ศุภชัย หรือ ผู้กองเหน่ง เส้นทางสถานที่ใกล้เคียงกันจาก อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ไปที่ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เป็นจุดสุดท้ายที่สัญญาณโทรศัพท์หายไป

หลังจากหายตัวไปของ ผอ.อ้อย มีการโอนเงินจากบัญชี น.ส.จุฑาภรณ์ ไปที่บัญชีผู้กองเหน่งหลายครั้ง มีการเข้าไปในไลน์ชื่อ “JUTHAPRON” แสดงตนเป็น น.ส.จุฑาภรณ์ หลอกให้คนอื่นที่หลงเชื่อว่าเป็น ผอ.อ้อย บอกว่ามีเรื่องเดือดร้อนต้องการใช้เงิน ขอให้โอนเงินเข้ามาให้ น.ส.จุฑาภรณ์ หลายหมื่นบาท

ต่อมาวันที่ 10 ส.ค. ตำรวจพบรถยนต์เก๋งต้องสงสัยของ ผอ.อ้อย จอดทำสีอยู่ที่อู่ซ่อมรถยนต์ในเขตเมืองอุบลราชธานี สืบสวนพบว่า ร.อ.ศุภชัย ได้โทรศัพท์ติดต่อกับ นางสุชาวดี ปทุมอินทร์ นายหน้าซื้อขายรถยนต์ ให้ขายรถ ผอ.อ้อยให้ โดยมีเอกสารคู่มือรถยนต์ บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริง เอกสารประกอบการซื้อขาย และหนังสือมอบอำนาจจาก ผอ.อ้อย ซึ่ง ร.อ.ศุภชัย เป็นผู้ยืนยันว่า ผอ.อ้อย เดือดร้อนเรื่องเงิน

ตำรวจมีหลักฐานเชื่อว่า ผู้กองเหน่ง ปลอมเอกสารทั้งหมดขึ้นมาเองเพื่อขายรถ แล้วโอนเงินเข้าบัญชีตนเอง

หลังทราบผลสืบสวนทางลับ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ลงพื้นที่วางแนวทางสืบสวนสอบสวน และเร่งรัดหาศพของ น.ส.จุฑาภรณ์ ที่เชื่อว่าเสียชีวิต ให้พนักงานสอบสวนเรียกตัว ร.อ.ศุภชัย และ นางสุชาวดี ปทุมอินทร์ รับทราบ 4 ข้อหา ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น ลักทรัพย์หรือรับของโจร ปลอมเอกสาร และใช้เอกสารปลอม ผู้ต้องหาปฏิเสธทุกข้อหา คดีนี้มีพลเรือนร่วมทำผิด ร.อ.ศุภชัย ต้องขึ้นศาลพลเรือน ไม่ใช่ศาลทหาร

พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาเพิ่มเติม ร.อ.ศุภชัย ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ แอบนำมือถือผู้ตายไปใช้หลอกลวงยืมเงินผู้อื่น นำตัวฝากขังต่อศาลจังหวัดกันทรลักษ์ ศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว

กว่า 2 เดือนคดียังไม่มีความคืบหน้า ญาติ ผอ.อ้อย มาร้องขอความเป็นธรรมเข้าพบ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.อีกครั้ง จึงได้เร่งรัดคดี เดินหน้าหาข้อมูล เร่งค้นหา ผอ.อ้อย เป็นกุญแจสำคัญไขคดีหายตัวไปอย่างเร่งด่วน จัดให้คุ้มครองพยาน ดูแลความปลอดภัยญาติของ ผอ.อ้อย

ตำรวจเร่งหาพยานหลักฐานทุกอย่าง แต่คดียังเดินไปต่อไม่ได้ เพราะยังไม่พบ ผอ.อ้อย ญาติตามหาทุกที่พึ่งทุกทาง ทั้งทางนิติวิทยาศาสตร์ ไสยศาสตร์ ตามที่ได้รับแจ้งเบาะแสฐานทหารในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี เขาพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ หรือข้ามไปค้นหาศพฝั่งประเทศลาว แต่ยังไร้วี่แวว จนตั้งเงินรางวัลเบาะแส 1 ล้านบาท

ล่าสุด ตำรวจ ทหาร พร้อมญาติของ น.ส.จุฑาภรณ์ ได้ออกค้นหาบริเวณรอบฐานอนุพงษ์ พื้นที่ปฏิบัติการของทหารพราน แถวสามเหลี่ยมมรกต อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เขตพื้นที่กับระเบิด

พบหลักฐานสำคัญ กะโหลกศีรษะ กระดูกขากรรไกรล่าง กระดูกต้นคอ กระดูกลำตัว กระดูกสะบัก กระดูกไหปลาร้า กระดูกซี่โครง เส้นผม เข็มขัดด้ายถักสีกากี และ นาฬิกา

ญาติยืนยันว่า เป็นของใช้ประจำตัว ผอ.อ้อย พยานหลักฐานสำคัญไขปมฆ่าอำพรางศพ

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รรท.ผบช.ภ.3 แพทย์นิติเวช กองพิสูจน์หลักฐาน และทหาร เข้าร่วมตรวจที่เกิดเหตุ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ให้เก็บหลักฐานละเอียด เร่งรัดผลตรวจดีเอ็นเอ และผลตรวจด้านนิติวิทยาศาสตร์ จนได้ผลตรวจชี้ชัด ชิ้นส่วนกระดูกเป็นศพ ผอ.อ้อย จริง

ตำรวจสันนิษฐานว่า ผู้ต้องหาน่าจะนัดพบกับผู้ตายมาเจรจากันไม่ได้ จนพลาดพลั้งลงมือฆ่า แล้วนำศพมาทิ้งเพื่ออำพรางในเขตพื้นที่อันตราย ที่ชาวบ้านแถวนั้นเรียก “ดงระเบิด” ให้ยากต่อการตรวจค้นหาศพ

ซ่อนอำพรางศพแนบเนียน แต่ไม่รอดฝีมือสืบสวนของ ตำรวจสืบสวนภาค 3 ตำรวจศรีสะเกษ ตำรวจอุบลราชธานี นิติเวชวิทยา และชุดกองพิสูจน์หลักฐาน

ภายใต้คำสั่งของ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ และ พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ ว่าที่ ผบช.ภ.3 คนใหม่ ที่เกาะติดคดีมาต่อเนื่อง ทำให้คลี่คลายคดี “ฆ่าอำพราง” แม้ผู้ต้องหาปิดปากไม่รับสารภาพ ตำรวจมีหลักฐานเพียงพอ

ตำรวจคัดค้านการประกันตัว เพราะโทษสูงถึงขั้นประหารชีวิต เกรงจะทำให้เสียรูปคดี

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. กล่าวกับ “ทีมข่าวอาชญากรรม” ว่า “คดีนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ให้ความสำคัญกำชับให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หลังจากเกิดเหตุได้ลงพื้นที่เร่งรัดคดี 3 ครั้ง มี พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รรท.ผบช.ภ.3 มาคุมคดีเอง ตำรวจทำคดีเต็มที่ หลังพบชิ้นส่วนศพได้สั่งให้เน้นรวบรวมพยานหลักฐานด้านนิติวิทยาศาสตร์ ยืนยันเปรียบเทียบดีเอ็นเอชิ้นส่วนกระดูกและเนื้อเยื่อของ ผอ.อ้อย จนได้ผลยืนยันชัดเจน ได้มอบให้ พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ ดูแลเรื่องสำนวนการสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานให้รอบคอบ มั่นใจพยานหลักฐานเพียงพอเอาผิดกับผู้ต้องหา ขอให้ญาติ ผอ.อ้อย มั่นใจ ตำรวจทำงานเต็มที่ ทุกคดีไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ที่เป็นความเดือดร้อนของประชาชน ทุกอย่างยึดพยานหลักฐาน กระบวนการยุติธรรม ไม่มีใครมาแทรกแซงได้ ตำรวจทำงานแบบตรงไปตรงมา”

ปิดฉากคดี ผอ.อ้อย ที่ผู้บังคับบัญชาใส่ใจลงมาเร่งรัด จนพบหลักฐานสำคัญ กลายเป็นกุญแจไขปริศนาคดี ตำรวจใช้นิติวิทยาศาสตร์เอาผิดกับผู้ต้องหา

คืนความเป็นธรรมให้กับครอบครัวผู้สูญเสีย.

ทีมข่าวอาชญากรรม