วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พระเมรุมาศพิมานนฤมิต สรรพศาสตร์ ศิลป์พร้อม น้อมถวายพระราชาผู้ทรงธรรม

ถือเป็นศิลปกรรมล้ำเลิศแห่งยุคที่สรรค์สร้างขึ้นอย่างวิจิตรบรรจง เพื่อเฉลิมพระบารมียิ่งใหญ่ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระมหากษัตริย์ผู้ทรงธรรมแห่งบรมราชจักรีวงศ์ ซึ่งต้องระดมสรรพศาสตร์สรรพศิลป์จากทุกสารทิศมาร่วมกันเนรมิต “พระเมรุมาศ รัชกาลที่ 9” ให้ยิ่งใหญ่สมพระเกียรติที่สุดตามโบราณราชประเพณีการสร้างพระเมรุมาศของพระมหากษัตริย์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

องค์พระเมรุมาศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร นอกจากวัสดุและเทคนิคการก่อสร้างจะแตกต่างจากพระเมรุมาศ หรือพระเมรุในอดีต “พระเมรุมาศ รัชกาลที่ 9” ยังได้รับการออกแบบให้มีความพิเศษหลายด้าน โดยเป็นพระเมรุมาศทรงบุษบก 9 ยอด ประกอบด้วยอาคารทรงบุษบก จำนวน 9 องค์ ตั้งอยู่บนฐานชาลาย่อมุม ไม้สิบสองรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส 4 ชั้น มีบันไดทางขึ้น 4 ทิศ บุษบกประธานมีความสูง 50 เมตร 49 เซนติเมตร ภายหลังขยายส่วนยอดบุษบกพระเมรุมาศขึ้นไปอีก 3 เมตร เมื่อวัดจากฐานถึงยอดจะมีความสูง 53 เมตร เทียบเท่ากับตึกสูง 18 ชั้น จึงถือเป็นพระเมรุมาศขนาดใหญ่ที่สุดในรอบศตวรรษ

เพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้ชื่นชมภูมิปัญญาล้ำเลิศของแผ่นดินไทย ที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน ก่อนที่จะมีการรื้อถอนพระเมรุมาศ ซึ่งสร้างขึ้นสำหรับใช้งานเฉพาะกิจในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวง รัชกาลที่ 9 รัฐบาลจึงจัด นิทรรศการเนื่องในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร วันที่ 2-30 พ.ย.2560 ตั้งแต่เวลา 7 โมงเช้า ถึง 4 ทุ่ม เปิดให้ประชาชนได้สัมผัสเบื้องหลังและขั้นตอนการสร้างพระเมรุมาศ ตลอดจนสิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ การบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ และงานประติมากรรมจิตรกรรมประดับพระเมรุมาศ

นอกจากจะได้ชื่นชมความยิ่งใหญ่ของพระเมรุมาศแล้ว ประชาชนชาวไทยยังจะได้น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นของในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่ทรงอุทิศพระองค์มาตลอด 70 ปีแห่งการครองราชย์ ผ่านทาง นิทรรศการพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ภายใต้แนวคิด “พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์” บนพระที่นั่งทรงธรรม โดยภายในแบ่ง ออกเป็น 5 โซนคือ “เมื่อเสด็จอวตาร” แสดงพระราชประวัติและพระราชจริยวัตร เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ “รัชกาลที่ร่มเย็น” นำเสนอ เรื่องราวการทรงงานด้านต่างๆของล้นเกล้าฯรัชกาลที่ 9 นับตั้งแต่การเสด็จฯออกเยี่ยมราษฎรในถิ่นทุรกันดาร ไปจนถึงการทดลองโครงการเพื่อ แก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน “เพ็ญพระราชธรรม” ถ่ายทอด ทศพิธราชธรรมสำหรับพระราชาผู้ปกครอง 10 ประการ “นำพระราชไมตรี” เรื่องราวการทรงงานด้านการต่างประเทศนับตั้งแต่ทรงครองสิริราชสมบัติ นอกจากจะเผยแพร่พระเกียรติคุณให้นานาประเทศลือลั่น ยังนำมาซึ่งสัมพันธไมตรีที่ดีกับมิตรประเทศจนถึงปัจจุบัน โซนสุดท้าย “พระจักรีนิวัตฟ้า” ประมวลภาพความโศกาอาดูรของคนไทยทั้งประเทศ หลังสำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ “ในหลวง รัชกาลที่ 9” เสด็จสวรรคต

สำหรับเบื้องหลังขั้นตอนการจัดสร้าง “พระเมรุมาศ รัชกาลที่ 9” ก็นำมาจัดแสดงให้ชมครบถ้วนเป็นครั้งแรก ที่ศาลาลูกขุน 6 หลัง โดยแบ่งเป็น 6 คอนเซปต์คือ “สมมติเทวพิมาน : สถาปัตยกรรมพระเมรุมาศ” บอกเล่าคติความเชื่อการก่อสร้างพระเมรุมาศของพระมหากษัตริย์ไทยที่สืบทอดจากสมัยสุโขทัย อยุธยา สู่กรุงรัตนโกสินทร์ “ณ วิธานสถาปกศาลา : จากแบบขยายสู่การก่อสร้าง” นำเสนอขั้นตอน การออกแบบก่อสร้างพระเมรุมาศและอาคารประกอบ โดยจำลองบรรยากาศวิธานสถาปก ศาลา หรือโรงขยายแบบเท่าจริง “ประติมาสร้างสรรค์ : งานประติมากรรมประดับ พระเมรุมาศ” นำเสนอขั้นตอนการจัดสร้างงานประติมากรรมประดับพระเมรุมาศ “สวรรค์ บรรจงวาด : ฉากบังเพลิงและจิตรกรรมฝาผนังโครงการตามพระราช ดำริ” จำลองภาพจิตรกรรมฉากบังเพลิงทั้งสี่ด้านของพระเมรุมาศ “ยาตรากฤษฎาธาร : การบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ” จัดแสดงเรื่องราวการบูรณ-ปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศที่ใช้ในพระราชพิธี รวมทั้งราชรถ ราชยานที่สร้างขึ้นใหม่ เช่น ราชรถปืนใหญ่ และพระที่นั่งราเชนทรยานน้อย “ตระการวิจิตรศิลปกรรม : งาน ประณีตศิลป์ในพระราชพิธี” ถ่ายทอดประณีตศิลป์ในพระราชพิธี พร้อมขั้นตอน จัดสร้างพระโกศจันทน์ ฟืนไม้จันทน์ ช่อไม้จันทน์ รวมถึงพระโกศทรงพระบรมอัฐิทองคำลงยา

ขณะที่บริเวณทับเกษตร จัดเตรียมไว้เป็นพิเศษสำหรับผู้พิการทางสายตา ภายใต้แนวคิด “นำสัมผัสพระสุเมรุ : นิทรรศการสัมผัสเพื่อผู้พิการทางสายตา” เพื่อให้ได้สัมผัสของจริงแทนการมองด้วยตา โดยจะมีผังมณฑลพิธีแบบนูนต่ำ พระเมรุมาศจำลองขนาดย่อส่วน องค์ประกอบ และวัสดุอาคารขนาดเท่าจริง รวมทั้งงานประติมากรรมเทวดา และสัตว์หิมพานต์ประดับพระเมรุมาศให้ได้ลองสัมผัส พร้อมเสียงบรรยาย

นับเป็นบุญตาของคนไทย ที่ได้มีโอกาสชื่นชมมรดกทางวัฒนธรรม อันล้ำค่าแห่งแผ่นดิน.

ทีมข่าวหน้าสตรีไทยรัฐ