วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สูตรสำเร็จ คสช.

โรดแม็ปที่แน่นอนอย่างเดียว คือ มีการเลือกตั้งแน่ แต่องค์ประกอบอื่นๆก็มี ความสำคัญที่ คสช. ได้จัด “สูตรสำเร็จ” ออกมาแล้วไม่ต้องรอ “ปลดล็อก” ปีนี้ แต่ไปเตรียมตัวปี 61 โน่นแหละ

ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้ เอาเป็นว่าการยกเลิกคำสั่ง คสช. ว่าด้วยการห้ามพรรคการเมืองจัดกิจกรรมนั้นคงต้องรอไปจนถึงปีหน้าโน่นแหละ...

“ปลดล็อก” ได้ น่าจะอยู่ที่ปลาย ก.พ.–ต้นเดือน มี.ค. ปี 2561

เหตุผลก็เพื่อต้องการให้งานสำคัญอีก 1 งานผ่านพ้นไปเรียบร้อยเสียก่อน และความพร้อมของกฎหมายลูก 4 ฉบับ ที่เกี่ยวเนื่องกับการเลือกตั้ง

พูดง่ายๆว่าต้องพร้อมทุกอย่างแบบครบรส ครบเครื่อง

แม้แต่กฎหมายลูกที่ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.–ส.ส. ที่ไม่ได้เกี่ยวกับ กกต. หรือพรรคการเมืองก็จริง แต่จะเกี่ยวข้องกับนักการเมืองโดยตรง

พรรคการเมืองจึงจำเป็นต้องรับรู้เนื้อหาสาระก่อน

เดี๋ยวจะเกิดปัญหาภายหลัง ซึ่งจะส่งผลเสียต่อพรรคการเมืองและนักการเมือง เพราะจะมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง

ก่อนจะฝ่าด่านไปถึงการเลือกตั้งใหญ่ เว้นวรรคตรงกลางก็ต้องมีการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นเสียก่อน

ถือว่าเป็นการคั่นเวลาและทดสอบเบื้องต้น

ทดสอบเบื้องต้นนั้นก็เพื่อดูว่าการเมืองนับแต่ คสช.เข้ามาควบคุมอำนาจการปกครองนั้น บรรยากาศจะเป็นยังไง องคาพยพทางอำนาจจะเป็นอย่างไร

ผลการเลือกตั้งจะชี้วัดอะไรได้บ้าง?

ความสงบเรียบร้อยจะเป็นไปตามที่ คสช.คาดหวังหรือไม่?

เป็นการโหมโรงก่อนการเลือกตั้งใหญ่ ซึ่งถือว่าเป็นของจริง และวัดกระแสการเมืองว่าจะมีแนวโน้มไปทางไหน

ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รำพึงกับชาวบ้านทุกครั้งที่อยากให้เลือก “คนดี” เข้าสู่การเมืองนั้น มีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน

พรรคการเมืองและนักการเมืองที่ดาหน้าออกมาเรียกร้องให้ คสช.

ปลดล็อกนั้น ก็อย่าไปห่วงตรงนั้นดีกว่า

สู้กลับไปเตรียมตัว เตรียมความพร้อมกันเป็นการภายในน่าจะดีกว่า เพราะความจำเป็นอย่างที่ว่ามานั้นแหละ...

คือเหตุผลใหญ่และเหตุผลหลัก

การเลือกตั้งใหญ่ น่าจะเป็นไปตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ย้ำมาแล้วว่า จะประกาศวันเลือกตั้งราวเดือน มิ.ย.61 และวันเลือกตั้งจะอยู่ที่เดือน พ.ย.61

น่าจะเป็นสูตรที่ลงตัวที่สุด

จะได้รัฐบาลใหม่ก็ต้นปี 2562 โน่นแหละ...

หากจะถามว่า ทำไมต้องเป็น พ.ย. 61 เหตุผลตามเงื่อนเวลาทุกอย่างมันลงล็อกตรงนั้นพอดี เพราะกฎหมายลูกต่างๆน่าจะเสร็จครบทั้ง 10 ฉบับ

ถือว่า กรธ.ทำหน้าที่เรียบร้อย สนช. ก็ทำกฎหมายต่างๆได้ตามเป้า

ปี 2561 มีเงื่อนไขจำเป็นที่จะต้องมีงบประมาณ เพื่อให้รัฐบาลชุดใหม่นำไปใช้ในการบริหารประเทศ

การโยกย้ายแต่งตั้งทดแทนข้าราชการที่เกษียณอายุราชการทั้งระบบ

ฝ่ายคุมกำลังสำคัญที่ต้องเกษียณ อายุราชการ คือ ผบ.ทบ.นั้น คนเก่าต้องเกษียณและตั้งคนใหม่เข้ามาแทนที่

การเปลี่ยนผ่านอำนาจจึงต้องวางคนของ คสช.ให้ครบเครื่องที่สุด

“ตำรวจ” ก็เช่นเดียวกัน เพราะแม้จะมีการปฏิรูป แต่ก็หาใช่ว่าจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้มากนัก ด้วยโครงสร้างก็ยังต้องติดกับอำนาจอยู่ดี

เผื่อเหลือเผื่อขาดหากต่อท่ออำนาจสะดุดขึ้นมา!!!

“ลิขิต จงสกุล”