วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘เฮง’ ชักเป็นห่วง ‘เอคโคโน’ แนะปรับนิด หวังให้เด็กตอบสนองผลงาน

“เฮงซัง” วิทยา เลาหกุล ยัง ห่วง “เอคโคโน” เข้ามาดูแล ทีมชาติไทยชุดเยาวชน เหตุมุ่งหวังการสร้างทีมเพื่อลงเล่นมากเกินไป โดยไม่ได้พัฒนาเรื่องของพื้นฐานการเล่นให้กับนักเตะไทย เชื่อแบบฝึกทุกอย่างดีหมด ขอแค่มีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อยเพื่อให้เด็กตอบสนองมากขึ้นเท่านั้น เผยอยู่ครบสัญญา 3 ปีที่ทำเอาไว้กับสมาคมกีฬาฟุตบอลฯแน่ พร้อมยก “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ภายใต้การคุมทัพของมิโลวาน ราเยวัชมีพัฒนาการดีเยี่ยม...

วันที่ 4 พ.ย.60 นายวิทยา เลาหกุล ประธานพัฒนาเทคนิค สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยว่า หลังจากที่สมาคมกีฬาฟุตบอลฯได้ว่าจ้างให้ “เอคโคโน” เขามาดูแลทีมชาติไทยชุดเยาวชนนั้น ตนยังค่อนข้างเป็นห่วงเกี่ยวกับเรื่องนี้ เนื่องจากว่าโค้ชของเอกโคโนในแต่ละชุดนั้นมุ่งหวังการสร้างทีมเพื่อลงเล่นมากเกินไป โดยไม่ได้พัฒนาเรื่องของพื้นฐานการเล่นให้กับนักเตะไทย และนักกีฬาของเราเองยังแสดงสิ่งที่ได้เรียนรู้ออกมาไม่ถึง 20-30 เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ

“เอคโคโนจะเน้นเรื่องของความมุ่งมั่น ความกระตือรือร้น แต่คุณภาพนักเตะยังไม่ได้ ทั้งเรื่องของเทคนิค เบสิก และความเร็ว ซึ่งในการประชุมล่าสุดก็มีการพูดคุยกัน ตนแนะนำไปว่าการฝึกแบบทีมเพลย์ หรือฝึกทั้งทีมมันทำได้ยาก เพราะเด็กจะตอบสนองได้น้อย เนื่องจากการรับรู้ของผู้เล่นแต่ละคนแตกต่างกัน ดังนั้นควรเริ่มจากการฝึกกลุ่มเล็กๆ 2-3 คนก่อน และควรเน้นคุณภาพของผู้เล่น เบสิก เทคนิคต่างๆ สปีดเพลย์”

ประธานเทคนิคกล่าวต่อไปว่า จริงๆ แล้ว รูปแบบการฝึกของเอคโคโนนั้นดีมากๆ เพียงแต่จะต้องปรับการฝึกเล็กน้อย เน้นเรื่องเฉพาะตัว เจาะเด็กทีละกลุ่มเล็กๆ ไม่เช่นนั้นเด็กจะตอบสนองไม่ทัน ซึ่งตรงนี้พวกเขาเองก็ยอมรับว่ามีปัญหา และเห็นข้อผิดพลาดอยู่ ซึ่งตนก็ได้แนะนำไปว่าจะต้องทำอย่างไร และต้องเรียนว่า จริงๆแล้วเอคโคโนถูกดึงเข้ามาเพื่อวางระบบเยาวชน ไม่ใช่การเป็นโค้ชทีมชาติ ตอนนี้รอศูนย์ฝึกที่กำลังสร้างเสร็จเรียบร้อย ก็จะเข้าไปวางโครงสร้างให้กับเยาวชนทีมชาติไทย และก็เชื่อว่าจะอยู่จนครบสัญญา 3 ปีที่ได้ทำเอาไว้กับสมาคมฯ

นอกจากนี้นายวิทยายังกล่าวถึงผลงานของทีมชาติไทยชุดใหญ่ ภายใต้การคุมทีมของมิโลวาน ราเยวัช กุนซือชาวเซิร์บด้วยว่า ปีที่ผ่านมานั้นโดยรวมถือว่าสามารถพัฒนารูปแบบการเล่นได้ดีขึ้น

ในส่วนของเกมรับนั้นเสียประตูน้อยลง ถือว่าดีขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ส่วนเรื่องที่ต้องปรับอย่างเช่นเรื่องของการเล่นเกมโต้กลับจบสกอร์ให้ได้ หรือการเพรสซิ่งสูง ก็ยังขาดๆเกินๆอยู่ นั้นคงต้องใช้เวลา อย่างไรก็ตาม หากให้เวลากับราเยวัช เชื่อว่าจะสามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้

“สำหรับในปีหน้าทีมชาติไทยจะมีโปรแกรมแข่งขันน้อยลง ดังนั้น จะต้องใช้เกมฟีฟ่าเดย์ให้เป็นประโยชน์ ซึ่งตอนนี้ราเยวัชต้องการพาทีมไปอุ่นเครื่องกับทีมที่ผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย แต่คงต้องดูผลการจับสลากแบ่งสายที่จะมีขึ้นในเดือน ธ.ค.ปีนี้เสียก่อน”