วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สกัดปมเหมืองแร่ก่อนลาม

นายพสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า จากกรณีที่บริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด จำกัด ยื่นให้ประเทศไทยเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ ภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (ทาฟต้า) เนื่องจากได้รับผลกระทบจากคำสั่งมาตรา 44 ให้ระงับการอนุญาตและการทำเหมืองแร่ทองคำทั้งหมดในประเทศไทย ในฐานะผู้ถือหุ้นบริษัทอัครา ไมนิ่ง จำกัด ที่จังหวัดพิจิตรนั้น กระทรวงจะหารือกับทีมทนายความถึงแนวทางการดำเนินงานและประเมินผลกระทบล่วงหน้า จากนั้นจะเสนอเรื่องให้นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม พิจารณา ก่อนจะเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 7 พ.ย.นี้

ทั้งนี้ เมื่อกำหนดแนวทางดำเนินการชัดเจน กระทรวงโดยทีมทนายความจะเร่งเจรจากับบริษัท คิงส์เกตฯ ผ่านคณะกรรมการดำเนินการระงับข้อพิพาทระหว่างราชอาณาจักรไทยกับบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด เพื่อหาข้อยุติ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นกรรมการ อาทิ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงยุติธรรม สำนักงานอัยการสูงสุด โดยจะพยายามใช้แนวทางการเจรจาให้ได้ข้อยุติให้มากที่สุด เพื่อให้บริษัท คิงส์เกตฯถอนคำร้อง แต่หากไม่ได้ข้อยุติก็พร้อมจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาหาผู้แทนเจรจาที่จะเข้ากระบวนการอนุญาโตตุลาการ อย่างไรก็ตาม หากเข้าสู่ขั้นตอนการเจรจาอนุญาโตตุลาการ บางกรณีอาจใช้เวลาถึง 1-2 ปี แต่ยืนยันว่าจะดำเนินตามกระบวนการกฎหมายอย่างเคร่งครัด รวมถึงเตรียมการสำหรับการระงับข้อพิพาทด้วย ทั้งนี้ ยังยึดหลักประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก โดยให้สอดคล้องกับกรอบนโยบายและแผนยุทธศาสตร์บริหารจัดการแร่ทองคำใหม่.