วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รวบได้แล้ว1 บุกบ้านนิพัทธ์ 2โจรจ๊ะเอ๋ขู่ ‘ลูกชาย’ ชิงเป๋าหลุยส์-เพชร

รวบแล้ว 1 ใน 2 ต้องสงสัย ตีนแมวบุกเข้าบ้านบิ๊กแป๊ะ-พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ตามหมายจับศาล อาญา ลงวันที่ 3 พ.ย.60 ขณะที่ตำรวจปิดปากแบ๊ะๆ บอกไม่รู้เรื่อง แต่กลับพิมพ์รายงานเหตุถึง น.1 และ ผบก.น.2 ระบุผู้กล่าวหาคือนายนิติพัทธ์ ลูกชายอดีตปลัด กห. ส่วนเหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา คนร้ายได้กระเป๋าหลุยส์วิตตอง 1 ใบ แหวนเพชร 1 วง รวมมูลค่า 4.3 แสนบาท ด้านบิ๊กแป๊ะรับเหตุเกิดจริง คาดคนร้ายเป็นคนงานก่อสร้างหลังบ้านที่กำลังก่อสร้างทางรถไฟ

กรณีมีรายงานข่าวเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา ร.ต.ท.สุรพงษ์ ประทุมวัน รอง สว. (สอบสวน) สน.บางซื่อ รับแจ้งมีเหตุลักทรัพย์ภายในบ้านพักย่านประดิพัทธ์ 3 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ ของ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม และหนึ่งในสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 3 พ.ย. ตลอดทั้งวัน ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ของ บช.น.และ สน.บางซื่อ ก็ไม่ได้รับคำตอบหรือรายละเอียดเรื่องนี้ โดยเฉพาะ พ.ต.อ.เศกสิทธิ์ สุภาอ้วน ผกก.สน.บางซื่อ ปฏิเสธว่าไม่มีเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า คนร้ายที่ก่อเหตุเป็นชาย 2 คน ปีนต้นไม้ริมรั้วหลังบ้าน แล้วงัดต่างหน้าเข้าไปขโมยทรัพย์สินได้แก่ กระเป๋าสะพายแบบผู้หญิงยี่ห้อหลุยส์วิตตอง 1 ใบ และแหวนเพชร 1 วง ภาพกล้องวงจรปิดบริเวณบ้านและในซอยที่เกิดเหตุบันทึกภาพผู้ต้องสงสัยไว้ได้ ฝ่ายสืบสวน สน.บางซื่อ กก.สส.บก.น.2 และบก.สส.อยู่ระหว่างหาเบาะแสเส้นทางหลบหนีเพื่อติดตามจับกุมตีนแมวที่ริอาจล้วงคองูเห่ามาดำเนินคดีต่อไป

วันเดียวกัน พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เปิดเผยถึงเรื่องดังกล่าวว่า เหตุเกิดเมื่อดึกคืนวันที่ 22 ต.ค. เวลาประมาณเที่ยงคืนเศษ มีขโมยไม่ทราบจำนวนปีนรั้วเข้ามาในบ้าน งัดกระจกเพื่อเข้ามาลักทรัพย์สิน แต่กลับไม่ได้ทรัพย์สินอะไรไป เนื่องจากคนรับใช้ในบ้านได้ยินเสียง ตื่นลงมาดูเสียก่อน ทำให้ขโมยต้องรีบเผ่นหนีออกไปโดยไม่ได้ทรัพย์สินอะไรไป และในเวลาที่ขโมยเข้ามา ตนยังไม่ได้เดินทางกลับเข้าบ้านพัก เนื่องจากมีภารกิจ และอยู่ระหว่างจะเดินทางกลับพอดี แต่ก็มาเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวเสียก่อน ในบ้านไม่มีทรัพย์สินอะไรนอกจากหนังสือ ไม่มีของมีค่าอะไร ไม่เข้าใจว่าขโมยจะนำทรัพย์สินออกไปทางไหน เพราะรั้วบ้านก็สูง แต่คาดว่าขโมยน่าจะเป็นคนงานก่อสร้างบริเวณหลังบ้าน ซึ่งกำลังก่อสร้างทางรถไฟขณะนี้ อย่างไรก็ตาม ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อมาดำเนินการติดตามคนร้ายแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงอะไร เพราะที่บ้านไม่มีอะไร จะมีแต่หนังสือเก่าๆที่สะสมมาหลายสิบปี ขโมยหอบเอาไปก็หนักเปล่าๆ

ต่อมาช่วงบ่าย มีรายงานเพิ่มเติม มีแบบรายงานเหตุอุกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญและเหตุที่ต้องรายงานด่วนไปยัง ผบช.น.และ ผบก.น.2 ของ สน.บางซื่อ ลงวันที่ 3 พ.ย.60 เป็นรายงานเหตุคดีน่าสนใจ คดีอาญาที่ 2234/2560 ในวันที่ 2 พ.ย.60 ประจำวันข้อที่ 7 ก. เวลา 16.30 น. เป็นคดีร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน เหตุเกิดบ้านเลขที่ 32 ซอยประดิพัทธ์ 2 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม. เมื่อวันที่ 22 ต.ค.เวลาประมาณ 01.40 น. ผู้กล่าวหาคือนายนิติพัทธ์ ไม่ระบุนามสกุล โดยคนร้าย 2 คนได้เข้ามาลักเอาทรัพย์สินเป็นกระเป๋าถือยี่ห้อหลุยส์วิตตอง 1 ใบ ราคา 30,000 บาท และแหวนเพชรรูปทรงไขว้ น้ำหนัก 2 กะรัต ราคา 4 แสนบาท ภายในบ้านพักของผู้กล่าวหาแล้วได้หลบหนีไป

รายละเอียดของพฤติการณ์กล่าวคือ โดยวันเวลาเกิดเหตุ ขณะที่ผู้กล่าวหาพักอาศัยในบ้านได้ เดินออกมาจากห้องพักภายในบ้าน เพื่อจะไปเอาของ ในรถยนต์ที่จอดไว้หน้าบ้าน ขณะนั้นผู้กล่าวหาได้พบคนร้าย 2 คน คนร้ายสั่งให้เงียบ ห้ามส่งเสียงดัง

และให้ผู้กล่าวหาส่งทรัพย์สินให้กับคนร้ายทั้งสอง แต่ผู้กล่าวหาไม่ได้ส่งอะไรไป เพราะไม่มีอะไรจากนั้นคนร้ายทั้ง 2 คนได้หลบหนีไป ผู้กล่าวหาได้ตรวจสอบทรัพย์สินพบทรัพย์สินหายไป 2 รายการ จึงมาแจ้งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีกับคนร้ายทั้ง 2 คน

ทั้งนี้ หนังสือรายงานเหตุดังกล่าวระบุต่อว่า ในส่วนของ สน.บางซื่อ ได้สอบสวนปากคำผู้กล่าวหาไว้แล้ว และได้รับคำร้องทุกข์ไว้ตามที่คดีอาญาที่ 2234/2560 ปจว.ข้อ 7 เวลา 16.30 น. ลงวันที่ 2 พ.ย.60 ในส่วนของฝ่ายสืบสวนได้ขอให้ศาลอาญาอนุมัติออกหมายจับตามภาพถ่ายไว้แล้วตามหมายจับของศาลอาญาที่ 2423/2560 และ 2424/2560 ลงวันที่ 3 พ.ย.60 และจะได้ติดตามหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป ลงชื่อและลายเซ็น พ.ต.อ.เศกสิทธิ์ สุภาอ้วน ผกก.สน.บางซื่อ และ ร.ต.ท.สุรพงษ์ ประทุมวัน รองสว. (สอบสวน) สน.บางซื่อ

ล่าสุด มีรายงานเมื่อเย็นวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับแล้ว 1 คน อยู่ระหว่างขยายผลตรวจค้นบ้านผู้ต้องหา และนำไปตรวจ ดีเอ็นเอ โดยผู้สื่อข่าวจะรายงานความคืบหน้าต่อไป