วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปรับแผนใหม่ ชมพระเมรุมาศ เดินเวียนขวาดูได้ทุกจุด

ประชาชนทั่วประเทศหลั่งไหลชมนิทรรศการ “พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์” ที่ท้องสนามหลวง และมีการปรับปรุงเป็นระบบมากขึ้นหลังเกิดปัญหาจากการเปิดให้เข้าชมเมื่อวันที่มีการทดสอบ เผยมีการปรับแผนชมพระเมรุมาศ โดยให้เดินเวียนขวา เพื่อให้ได้ชมทุกจุดอย่างทั่วถึง ก่อนวนไปสู่ทางออกที่จุดคัดกรองฝั่งศาลฎีการับโปสต์การ์ดที่ระลึกพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นอันสิ้นสุดการชมนิทรรศการ “บิ๊กเจี๊ยบ” แจงทุกคนต้องเข้าคิวเหมือนกันหมด

ประชาชนจากทั่วประเทศหลั่งไหลมาชมพระเมรุมาศ ทั้งนี้ ที่ท้องสนามหลวง ตั้งแต่เช้าวันที่ 3 พ.ย. หลังจากที่สำนักพระราชวัง เปิดให้ประชาชนเข้าชมนิทรรศการ “พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์” เป็นวันที่ 2 ยังคงมีประชาชนเข้าชมความงดงามตระการตาอย่างต่อเนื่อง ทุกคนต้องผ่านจุดคัดกรองทั้ง 5 จุดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจบัตรประชาชนและสัมภาระอย่างละเอียด ก่อนที่จะอนุญาตให้เข้าไปภายในท้องสนามหลวงได้ จากนั้นทุกคนจะต้องมานั่งอยู่ที่เต็นท์รอคอยด้านทิศเหนือของสนามหลวงที่จัดไว้รองรับ 9 เต็นท์ โดยจะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลเรื่องการเข้าคิวตามลำดับ เปิดให้เข้าชมรอบละประมาณ 1 ชั่วโมง ผู้ที่เข้าชมจะได้รับแจกแผ่นพับนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ แบบเดียวกับที่แจกเป็นที่ระลึกหลังถวายดอกไม้จันทน์ เมื่อวันที่ 26 ต.ค.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่ประชาชนได้เข้าไปเห็นความสง่างามของพระเมรุมาศ ต่างนำโทรศัพท์มือถือและกล้องมาเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึกกันจำนวนมาก เมื่อหมดรอบเดินกลับออกมา ทุกคนจะได้รับแจกโปสต์การ์ด “ทรงสถิตในดวงใจไทยนิรันดร์” ที่ได้อัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์และพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชกลับไปเป็นที่ระลึกอีกด้วย

วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้ปรับเปลี่ยนเส้นทางการเดินชมนิทรรศการ โดยให้ประชาชนเดินวนทางด้านซ้ายตามเข็มนาฬิกาของพระเมรุมาศ ให้ประชาชนได้เข้าชมนิทรรศการในศาลาลูกขุน ที่ตั้งอยู่รายรอบพระเมรุมาศ ก่อนเข้าชมพระที่นั่งทรงธรรม เนื่องจากจะสามารถเก็บภาพพระเมรุมาศระหว่างทางได้อย่างสะดวก ก่อนเดินผ่านทางด้านหลังพระที่นั่งทรงธรรม ออกไปที่ท้องสนามหลวงด้านทิศใต้ฝั่งตรงข้ามศาลหลักเมือง การปรับเปลี่ยนเส้นทางนี้ทำให้ประชาชนไม่เดินกระจัดกระจายและชมนิทรรศการได้ครบทุกส่วน

น.ส.อมินดา วังทรัพย์น้อย นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ เดินทางมาพร้อมกับเพื่อน กล่าวว่า ตั้งแต่เล็กจนโตเห็นในหลวง ร.9 ทรงงานหนักเพื่อคนไทยมาตลอด ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและอยากมาเห็นสถานที่งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพจริง จึงชวนเพื่อนๆ มาชมด้วยกัน รู้สึกประทับใจ โดยเฉพาะพระที่นั่งทรงธรรม ภายในจัดแสดงพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ ตลอดจนเครื่องใช้และอุปกรณ์ทรงงานของรัชกาลที่ 9 รู้สึกประทับใจมาก ภาพเหล่านี้จะติดตาตรึงใจไปตลอดชีวิต และได้ตั้งปณิธานจะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดตามคำสอนของ พระองค์ท่านตั้งใจศึกษาหาความรู้ให้ดีที่สุด

ขณะที่นางประยุทธ์ เลิศสกุลเจริญ อายุ 66 ปี กล่าวว่า เคยดูแต่ในโทรทัศน์ แต่เมื่อมาเห็นของจริง แล้วขนลุกในความสง่างามยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ ในหลวง ร.9 ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่เก่งที่สุดในโลก ทรงทำทุกอย่างเพื่อประชาชนอย่างไม่รู้จักเหน็ด เหนื่อย เห็นได้จากโครงการพระราชดำรินับพันโครงการ ทำเพื่อประโยชน์ของชาวไทย ที่ประทับใจคือ โครงการ เลี้ยงปลานิล ที่ทรงทดลองเลี้ยงในสวนจิตรลดาจนสำเร็จ ทำให้คนไทยมีปลานิลซึ่งอุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญกินได้ในราคาถูก ที่สำคัญยังมีรสชาติอร่อยอีกด้วย

นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า ได้สรุปยอดผู้เข้าชมนิทรรศการ เมื่อวันที่ 2 พ.ย. พบมีจำนวน 40,339 คน เป็นประชาชน 39,825 คน พระสงฆ์ 137 รูป สามเณร 12 รูป ผู้ปฏิบัติธรรม 30 คน ผู้พิการ 335 คน ได้ปรับปรุงการนำชมนิทรรศการ เป็นแบ่งประชาชนออกเป็น 8 กลุ่ม กลุ่มละ 700 คน เพื่อให้การเข้าชมนิทรรศการมีความต่อเนื่อง ทั้งนี้ ได้พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการชมพระเมรุมาศ

อย่างมาก ทั้งยังพบว่า ช่วงเย็นหลังเลิกงานมีผู้เข้ามาชมนิทรรศการมากกว่าเช้าและกลางวัน ส่วนใหญ่ยังเป็นคนกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง สัปดาห์หน้ามีหน่วยงานกว่า 30 แห่ง อาทิ สถานศึกษา โรงพยาบาล ฯลฯ ประสานมายังกระทรวง เข้าชมเป็นหมู่คณะคาดว่าจะใช้จุดคัดกรองบริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผ่านสู่เต็นท์พักคอย

“วันเสาร์และอาทิตย์นี้ คาดว่าจะมีประชาชนเดินทางมาชมพระเมรุมาศจำนวนมาก มีความมั่นใจว่าสามารถบริหารจัดการได้ เพราะได้ทดสอบระบบคัดกรองและการเข้าชมนิทรรศการแล้วเมื่อวันที่ 1 พ.ย. มีประชาชนเข้าร่วมทดสอบกว่า 15,000 คน ขอความร่วมมือผู้เข้าชมนิทรรศการแต่งกายสุภาพ ไม่แตะต้องหรือสัมผัสพระเมรุมาศ ตลอดจนสิ่งของที่นำมาจัดแสดง ถ่ายรูปด้วยกิริยาสำรวม ส่วนที่มีเผยแพร่ภาพประติมากรรมเสียหายจากการทดสอบให้เข้าชมบนพระเมรุมาศ ขอชี้แจงว่า ข่าวที่เผยแพร่ออกไปไม่ทราบว่าเป็นประติมากรรมในสถานที่ใด ที่พบชำรุด มีเพียงงานประดับผ้าทองย่นหลุดร่อนบ้าง ไม่มาก เพราะผ่านแดดและฝนมานาน” นายกิตติพันธ์กล่าว

ด้าน พล.ต.ธานี ฉุยฉาย ที่ปรึกษาแม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะรองผู้อำนวยการกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระ บรมมหาราชวัง (กอร.รส.) กล่าวว่า ตั้งแต่เริ่มทดสอบระบบและเปิดให้ประชาชนได้เข้าชมจริงเมื่อวันที่ 2 พ.ย. พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ มุ่งเข้าสู่พระเมรุมาศเป็นหลักหรือกระจายบริเวณสองฝั่งอาคาร ทำให้ผู้เข้าชมส่วนหนึ่งได้รับความรู้จากนิทรรศการที่จัดไว้ได้ไม่เต็มที่ ดังนั้น จึงมีการปรับเส้นทางการเข้าชม โดยให้เวียนทักษิณาวรรต หรือเวียนขวา เริ่มจากศาลาลูกขุน 2 เข้าชมนิทรรศการสมมติเทวพิมาน : สถาปัตยกรรมพระเมรุมาศ เดินออกวนไปทางทิศตะวันตกของพระเมรุมาศ ฝั่งศาลฎีกา เข้าศาลาลูกขุน 1 ชมนิทรรศการ ณ วิธานสถาปกศาลา : จากแบบขยายสู่การก่อสร้าง

พล.ต.ธานีกล่าวด้วยว่า ถัดมาศาลาลูกขุน 3 จัดแสดงประติมาสร้างสรรค์ : งานประติมากรรมประดับพระเมรุมาศ จากนั้นเข้าสู่ศาลาลูกขุน 2 ฝั่งพระบรมมหาราชวัง ชมนิทรรศการ สวรรค์บรรจงวาด : ฉากบังเพลิงและจิตรกรรมฝาผนังโครงการพระราชดำริ ก่อนเข้าพระที่นั่งทรงธรรม ชมนิทรรศการ พระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ “พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์” แล้วต่อด้วยเข้าชมนิทรรศการ ตระการตาวิจิตรศิลปกรรม : งานประณีตศิลป์ในพระราชพิธี ที่ศาลาลูกขุน 4 และการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศที่ศาลาลูกขุน 2 นิทรรศการสัมผัสเพื่อผู้พิการทางสายตา บริเวณทับเกษตร ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ก่อนวนไปสู่ทางออกที่จุดคัดกรองฝั่งศาล ฎีกาเพื่อรับโปสการ์ดที่ระลึกภาพพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9

พล.ต.ธานีกล่าวต่อว่า ส่วนการเตรียมความพร้อมรองรับผู้เข้าชมนิทรรศการช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ได้จัดระบบเช่นเดียวกับการสักการะพระบรมศพ มีการเตรียมเต็นท์พักคอยที่จุคนได้ประมาณ 12,000-15,000 คน ให้เข้าชมชุดละไม่เกิน 3,000 คน คาดว่าจะทำให้มีพื้นที่รองรับประชาชนที่สับเปลี่ยนเข้ามาได้อย่างต่อเนื่อง หากไม่พอได้จัดเตรียมเต็นท์ที่โค้งสนามหลวงด้านทิศเหนือและฝั่งศาลฎีกาไว้รองรับอีกส่วนหนึ่ง ส่วนนักท่องเที่ยวที่ต้องการถ่ายภาพพระเมรุมาศเพียงอย่างเดียว ได้จัดพื้นที่บริเวณถนนเส้นกลางท้องสนามหลวง ด้านหน้าทางเข้าพระเมรุมาศไว้รองรับ แต่จะเปิดให้เข้าถ่ายภาพเป็นเวลา 15 นาที หลังจากที่ประชาชนในแต่ละชุดผ่านเข้าสู่พระเมรุมาศเรียบร้อยแล้ว จากนั้นเจ้าหน้าที่จะเชิญออกและเชิญประชาชนชุดต่อไปเข้าชมนิทรรศการ

ขณะที่การประชุมสมัยสามัญยูเนสโก ครั้งที่ 39 ที่สำนักงานใหญ่ยูเนสโก กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 3 พ.ย. นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ ฐานะประธานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย ได้กล่าวสุนทรพจน์ในนามของรัฐบาลไทย ตอนหนึ่งว่า ประเทศไทยนับว่ามีความโชคดีอย่างยิ่งที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งรัฐบาลได้จัดพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ มีการเผยแพร่ไปทั่วโลกเมื่อเร็วๆนี้ พระองค์ได้ทรงพระราชทานแนวคิดในการสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันทางปัญญาและศีลธรรมให้เกิดขึ้น ดังที่ได้ถูกจารึกไว้ในหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ปรัชญาดังกล่าวไม่ได้สูญสลายไป หากแต่ประเทศไทยยังคงน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อทำให้เกิดการบรรลุผลตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

รมว.ศึกษาธิการยังกล่าวอีกด้วยว่า มีการกล่าวถึงหลักปรัชญานี้มากมาย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระราชดำริว่า “การศึกษาไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของการดำรงชีวิตเท่านั้น หากแต่เป็นเรื่องเพื่อชีวิตด้วย” จุดหมายปลายทางของการศึกษาได้แก่ การสร้างคุณลักษณะนิสัยที่ดี ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายดังกล่าว ด้วยการมีความเป็นอยู่ที่ดี ชีวิต ที่ดี และมีคุณลักษณะนิสัยความประพฤติที่ดี กล่าวโดยสังเขปคือ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นวิธีปฏิบัติเพื่อปลูกฝังตนในการดูแลรักษาธรรมชาติ และวัฒนธรรม สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ยูเนสโกปรารถนาให้เกิดขึ้นไม่ใช่หรือ