วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ถก ร่าง พ.ร.บ.การอุดมศึกษายังไม่ลงตัว เร่ง “ปฏิรูป” ขับเคลื่อนสู่ประเทศไทย 4.0

จรัส สุวรรณเวลา

ชูรับผิดชอบผลิตบัณฑิตคุณภาพ

ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การอุดมศึกษา เผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจฯ เมื่อวันที่ 3 พ.ย.ที่ผ่านมาว่า จากการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การอุดมศึกษา ซึ่งที่ประชุมได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการอิสระฯ ให้กลับมาพิจารณาอีกครั้งหนึ่งนั้น การหารือครั้งนี้ได้ยกระดับจากการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การอุดมศึกษา เป็นการหารือเรื่องการปฏิรูปอุดมศึกษา ซึ่งทุกคนก็เห็นตรงกันว่า จำเป็นต้องมีการปฏิรูปอุดมศึกษา เพื่อทำให้อุดมศึกษามีความหมายมากยิ่งขึ้น เป็นการปรับครั้งใหญ่ โดยประเด็นที่ต้องปรับมีดังนี้ 1.ความหลากหลายของอุดมศึกษา ซึ่งต้องมีมาตรการและการดูแลที่แตกต่างกัน

ศ.นพ.จรัสกล่าวต่อว่า 2.เป้าหมายของอุดมศึกษาเปลี่ยนไป โดยจะทำหน้าที่เป็นเครื่องมือของประเทศในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมให้เป็นประเทศไทย 4.0 ให้ได้ โดยยกระดับจากการทำงานวิจัยไปสู่การสร้างนวัตกรรมที่สามารถจดสิทธิบัตรและสร้างประโยชน์จากการใช้ทรัพย์สินทางปัญญานั้นๆ ทั้งทำงานเชิงรุกโดยนำความรู้ นวัตกรรมจากมหาวิทยาลัยไปหากลุ่มผู้ประกอบการรายใหม่ หรือสตาร์ตอัพให้มากขึ้น 3.การสร้างความสมดุลระหว่างการกำกับดูแลมหาวิทยาลัยกับความเป็นอิสระทางวิชาการและการบริหารของมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะเรื่องความรับผิดชอบของมหาวิทยาลัย ซึ่งระบบอุดมศึกษาในปัจจุบันยังมีความรับผิดชอบไม่เต็มที่ เช่น การรับผิดชอบในการผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนด, บัณฑิตได้ทำงานตรงตามวุฒิที่จบ, บัณฑิตจบแล้วมีงานทำ ไม่ใช่จบปริญญาเอกแล้วยังเป็นคนยากจน ซึ่งที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา และกระทรวงศึกษาธิการ ได้ปิดมหาวิทยาลัยเอกชนที่จัดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพต่ำกว่าที่กำหนด ดังนั้นมหาวิทยาลัยของรัฐ ก็ควรเป็นเช่นนั้นได้ด้วย

“ผลจากการหารือครั้งนี้ จะนำประเด็นต่างๆ ข้างต้นมาพิจารณาเพื่อดูว่ามีความจำเป็นต้องปรับแก้ร่าง พ.ร.บ.การอุดมศึกษามากน้อยเพียงใด หากต้องแก้ไขก็จะดำเนินการโดยเร็ว เพราะต้องทำให้เสร็จภายในรัฐบาลนี้ ส่วนการตั้งกระทรวงการอุดมศึกษานั้น เมื่อดูภาพรวมแล้วก็มีแนวโน้มว่าจะต้องมีการตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา โดยจะมีการประชุมอีกครั้งในวันที่ 8 พ.ย.นี้” ศ.นพ.จรัสกล่าว.